ข้อความต้นฉบับในหน้า
เมาหรอกจ้ะ แต่จะถือโอกาสหมาให้เต็มที่ แล้ว
แก้หน้าแก้ตัวว่ากันเมาเผื่อน้าน้อยเห็นแล้ว
ถามว่าขนซื้อมาทำไมมากมาย เบญจ์ก็รู้นี่นาว่า
น้าน้อยไม่ชอบให้ลูกหลานกินของประเภทนี้
มากนัก “เดี๋ยวอ้วน ไม่สวย หน้าเป็นสิว
แล้วจะต้องไปอุดหนุนหมอฟันอีก” โธ่เอ๊ย..
ขนาดป้าหมอนะไม่กินช็อกโกแลตและทอฟฟี่
ยังอ้วนเลย แล้วคุณกุ้งนะ ยิ่งไม่แตะเลย ทำไม
ยังต้องเปลี่ยนฟันเป็นชุดที่ ๓ ล่ะ จริงมั้ยเบญจ์
ฉะนั้นคราวนี้เป็นโอกาสดีของฉันและพี่นิภา
เราจึงแอบตุนไว้เยอะทั้งกระเป๋าเสื้อ กระเป๋า
กางเกง ย่ามประจำตัว แถมใส่ถุงพลาสติก
กร๊อบแกร๊บอีกนิดหน่อย พอไม่ให้น้าน้อยผิด
สังเกตไงจ๊ะ
บ่ายสามโมงครึ่งทุกคนก็พร้อมบนรถ
ไกด์หนุ่มสาวนับจำนวนสมาชิกครบถ้วนโชเฟอร์
ก็พาเราวิ่งไปสู่แม่สอดทันที โดยใช้ถนนลาด
ยางอย่างดีหมายเลข ๑๐๕ ฉันเห็นป้ายเขา
เขียนว่า “แม่สอด ๔๖ กิโลเมตร” ก็ไม่ไกล
หรอกถ้าเป็นถนนดีอย่างนี้และเป็นที่ราบก็ใช้
เวลาไม่ถึงชั่วโมง แต่ทว่าเส้นทางไปแม่สอดนี้
ต้องใช้เวลาอีกเกือบเท่าตัว เพราะถนนดีก็จริง
แต่ทางคดเคี้ยวเหลือเกิน ต้องข้ามภูเขาหลาย
ลูก ล้วนแต่สูง ๆ เป็นส่วนใหญ่จนบางครั้งรู้สึก
หูอื้อต้องเคี้ยวหมากฝรั่ง ฉันหันไปมองด้านหลัง
เห็นนักศึกษาหญิงชายหลายคนทำหน้าหวาด
เสียว บ้างก็อมบ๊วยเค็มขณะหลับตา ไกด์หนุ่ม
หน้าหยกแจกถุงพลาสติกเพื่อใครอยากอาเจียน
แต่ตัวเองก็หน้าซีดรีบมานั่งข้างหน้าหลับตาอยู่
พักหนึ่ง น้าน้อยกระซิบบอกไกด์ว่า ถ้าใครไม่
เมาให้หาเพลงสนุก ๆ หรือเล่นอะไรสนุก ๆ
เพื่อน ๆ จะได้เพลิดเพลิน ลืมทางคดเคี้ยว ลืม
เมารถ
สุเมธ และ
นักศึกษาชาย ๓ คน ชื่อโยธิน
ประวิตรอาสาออกมาสร้างความบันเทิงให้เพื่อน
ลืมบอกเบญจ์ไปว่า หนุ่มทั้งสามนี้ ไม่ใช่หนุ่ม
ทั้งแท่งนะ ค่อนข้างตุ๊ดนิดหน่อย แต่ก็เก่งใน
การสร้างบรรยากาศ นาน้อย น้าแหม่ม น้า
๓
วันทนี พี่นิภา ฉันและกุ้งฝอยหัวเราะเสียเหนื่อย
เลย โดยเฉพาะฉันและยายกุ้งฝอยหัวเราะจน
น้ำตาไหล เขามาเล่นเป็นนางงามเดินโชว์ตัว
โดยมีเพื่อน ๆ ร้องเพลง โฉมเอย.. โฉมงาม..
รวมทั้งฉันด้วย ทั้ง ๓ เปลี่ยนชื่อเป็นหญิง เป็น
น.ส.โยธินี สุเมธินี และประวิตรี สาวงามทั้ง
มีค่ายมีสปอนเซอร์ ชื่อแปลก ๆ ส่งเข้าประกวด
ทั้ง ๓ มาเดินสะบัดหน้าสะบัดหลังส่ายสะโพก
ให้เราหัวเราะครื้นเครง มีการสัมภาษณ์นางงาม
ด้วย ตอบทะลึ่ง ก็มี ผลปรากฏว่าหายเมา
เกือบทั้งรถเชียวละ และน.ส.โยธินีได้รับรางวัล
กล้วยน้ำว้า ๑ หวีจากน้าแหม่ม
พอรถแล่นไปถึงหลักกิโลเมตรที่ ๒๖ ก็
มีป้ายปักบอกให้รู้ว่า ข้างหน้าทางซ้ายจะมีทาง
แยกเข้าสู่ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา
จังหวัดตาก น้าน้อยรีบบอกว่าไม่แวะจ้ะ แต่
อธิบายว่า ถ้าเลี้ยวซ้ายเข้าไปไม่ไกล จะถึงดอย
มูเซอ อันเป็นที่ตั้งนิคมชาวเขาเผ่ามูเซอ และ
ดอยใกล้เคียงยังเป็นที่อยู่ของเผ่าลีซอ เผ่าอีก้อ
เผ่าแม้วซึ่งชอบให้เรียกพวกตนว่าม้ง ฝรั่งชอบ
มาเที่ยวที่นี่นะ บางทีก็แอบมาสูบฝิ่นกับชาว
เขาก็มี
เบญจจ๋า เมื่อรถใกล้ปากซอย ฉันก็เห็น
ชาวเขา ๒-๓ คน เดินเลี้ยวเข้าซอยไป คง
กลับบ้านกระมังก็ชักเย็นแล้วนี่ น้าน้อยว่า
“ครูมีรูปชาวเขานะ เดี๋ยวจะให้ดู ตอนนี้
ฟังครูเล่าก่อนดีมั้ย” เสียงรับปาก “ดีค่ะ ดีครับ”
กันเป็นเซ็งแซ่ เมื่อเสียงค่อยสงบน้าน้อยจึงเริ่ม
พูด
บ
“ชาวเขาที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยส่วน
ใหญ่อพยพมาจากทางภาคใต้ของจีน และส่วน
น้อยที่มาจากเมืองบินในเขตรัฐฉานรวมทั้งเขต
ชานตุงด้วย
อ่านต่อฉบับหน้า
พฤศจิกายน ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๙๑