ข้อความต้นฉบับในหน้า
ออกไปที่ฐานที่ ๓ ตรงกลางถูกศีรษะ
มาที่ฐานที่
๒ ตรงเพลาตา
แล้วเดิน
ถอยออกจากกายมารดาตรงฐานที่ ๑
ตรงปากช่องจมูกด้านซ้าย
ดูย้อนออกไปว่ากายทิพย์ของแม่
เมื่อออกจากกายมารดาแล้วไปไหน ก็
จะเห็นดวงธรรมที่มีกายทิพย์ของแม่
อยู่ตรงกลางนั้นพักอยู่ที่ศูนย์กลางกาย
ฐานที่ ๗ ของบิดา ( คือก่อนที่จะมาที่
กายมารดานั้น กายทิพย์ที่อยู่ในดวง
ธรรมอยู่ที่กายบิดาที่ศูนย์กลางกายฐานที่
๓ ภายในกายบิดา) กายทิพย์นั้น เมื่อ
มาอยู่ที่กายบิดาตรงศูนย์กลางกายฐานที่
๓ ก็จะมีดวง เห็น จำ คิด รู้ ตรงกัน
กับของบิดา และบังคับให้บิดามีความ
รู้สึกอยากเข้าไปหามารดา เพื่อประกอบ
ธาตุธรรมกัน เมื่อบิดาไปหามารดาและ
ประกอบธาตุธรรมกันแล้ว กายทิพย์
นั้นก็จะถูกดูดออกจากกายบิดา คือตก
จะตระหนักอยู่ในกลางความคิดลึกๆ ว่า
มีหน้าที่ที่สำคัญยิ่งกว่าการเสวยความสุข
ในสมบัติทิพย์ที่ตนได้รับอยู่นั้น คือการลงมาเกิด
เพื่อสร้างบารมีร่วมกันด้วยความเต็มใจ
นั้น
๒
ศูนย์จากศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ของ
บิดาแล้วเดินย้อนกลับออกมาตามทาง
เดินของใจจากฐานที่ ๗ มายังฐานที่
๖, ๕,๔, ๒, ๒ และออกจากกายบิดาตรง
ช่องจมูกข้างซ้ายตรงฐานที่ ๑ แล้วจึง
เข้าสู่ร่างของมารดาโดยเข้ามาที่ปากช่อง
จมูกช่องซ้ายของมารดาซึ่งเป็นฐานที่ ๑
เข้าสู่ร่างมารดาตามทางเดินใจฐานที่
๒, ๓, ๔, ๕, ๖ และเข้าสู่ครรภ์มารดาตรง
ฐานที่ ๓ แล้วจึงสวมทับครอบครองธาตุ
ซึ่งมีกายทิพย์ซ้อนอยู่กลางดวงธรรมอีกที มารดานั้น จากศูนย์กลางกายฐานที่ ๓
นั่นคือธาตุหยาบที่จะเจริญเติบโตต่อไป ของมารดาที่อยู่เหนือสะดือ ๒ นิ้วมือ หยาบของทั้งบิดาและมารดาซึ่งผสมกัน
มีกายละเอียดของแม่หุ้มห่ออยู่ ของมารดา ดวงธรรมที่มีกายทิพย์ของ
ภายในกายละเอียดก็จะมีกายทิพย์ซ้อน แม่เดินถอยจากศูนย์กลางกายฐานที่ ๗
มายังศูนย์กลางกายฐานที่ 5 ในระดับ
อยู่อีกที
นั้น เกิดเป็นการปฏิสนธิที่แม่เห็นใน
กลาง
ที่แม่อธิบายประสบการณ์ข้างบน
ต่อไปแม่ก็ดูย้อนขึ้นไปอีก ก็เห็น กึ่งกลางสะดือในกลางท้องนั้น แล้วเดิน นั้น เป็นการสวมความรู้สึกนึกคิดหรือ
ดวงธรรมที่มีกายทิพย์อยู่ภายในนั้นเดิน ถอยไปที่ทางเดินของใจฐานที่ ๕ ตรง เห็น จำ คิด รู้ ให้เป็นอันหนึ่งอัน
ถอยออกจากธาตุหยาบซึ่งเกิดจากการ ปากช่องลำคอ เดินถอยต่อไปที่ฐานที่ เดียวกันกับกายทิพย์ในขณะที่พักอยู่ที่
ผสมกันระหว่างธาตุหยาบของบิดาและ ๔ ตรงช่องเพดานปาก แล้วเดินถอย
กัลยาณมิตร
กายบิดานะจ๊ะว่า มีความรู้สึกอย่างไร
๘๙
เมษายน ๒๕๓๘