ข้อความต้นฉบับในหน้า
มหาชนทั้งหลายแม้แต่เหล่าเทวดา ต่าง
ได้มาเฝ้าพระบรมศาสดาโดยพร้อมเพรียงกัน พระ
พุทธองค์ทรงแสดงธรรมรัตนสูตร ท่ามกลางประชุม
ชนนั้นตลอด ๗ วัน เมื่อจบพระธรรมเทศนามหาชน
๔ หมื่น ๔ พันคน ได้บรรลุธรรมเป็นพระอริยบุคคล
ในพระพุทธศาสนา
พุทธเจ้า บรมครูของเราช่างมีอานุภาพมากมาย
จริงหนอ”
พระบรมศาสดาเสด็จผ่านมา ทรงทราบ
ความที่ภิกษุทั้งหลายสนทนากันแล้วจึงตรัสว่า
“ภิกษุทั้งหลาย อันเครื่องบูชาและสักกา
ระนี้ เกิดขึ้นแก่เราด้วยพุทธานุภาพก็หาไม่ และมี
ได้เกิดจากอานุภาพของนาค เทวดา หรือพรหม
แต่เกิดด้วยอานุภาพของการบริจาคเพียงเล็กน้อย
ในอดีตชาติ” แล้วทรงนำเรื่องในอดีตชาติของ
พระองค์มาตรัสเล่าว่า
ในอดีตกาลครั้งเมื่อพระเจ้าพรหมทัตครอง
ราชสมบัติเมืองพาราณสี มีพราหมณ์คนหนึ่ง ชื่อ
สังขพราหมณ์ อยู่ ณ เมืองตักกสิลา มีบุตรชายชื่อ
สุสิมะ ครั้นบุตรชายเติบโตอายุได้ ๑๖ ปี มีความ
ปรารถนาจะเรียนมนต์ เขาจึงอนุญาตให้ไปเรียน
กับสหายพราหมณ์ที่เมืองพาราณสี
สุสิมมาณพได้เรียนมนต์ตามปรารถนา
และเรียนจบในเวลารวดเร็ว จนหมดความรู้ของ
พราหมณาจารย์ แต่สุชิมะเห็นว่ายังไม่ถึงที่สุดของ
ความรู้ที่ตนปรารถนา จึงกราบลาอาจารย์ เพื่อ
เมื่อเห็นว่าภัยทุกอย่างสงบแล้ว พระบรม
ศาสดาจึงเสด็จกลับสู่กรุงราชคฤห์ กษัตริย์ลิจฉวี มุ่งไปหาที่สุดของความรู้ต่อไป จนกระทั่งมาถึง
ทรงทำสักการะเป็นทวีคูณกว่าตอนเสด็จมา นำ สำนักของพระปัจเจกพุทธเจ้า ณ ป่าอิสิปตนะ
พระศาสดาสู่แม่น้ำคงคา ขณะนั้นพญานาคทั้ง เข้าไปกราบแล้วกล่าวว่า
หลายก็เนรมิตเรือทองคำ เงิน และแก้วมณีสำหรับ
“ท่านอาจารย์ขอรับ กระผมได้ยินว่าท่าน
พระพุทธองค์ แม่น้ำคงคาก็ดารดาษไปด้วยดอกบัว มีความรู้อันเป็นที่สุดใช่ไหมครับ”
๕ สี ด้วยอานุภาพของพญานาค เทวดาทั้งปวงก็ “ถูกต้อง มาณพ เรารู้วิธีทำให้สิ้นสุดแห่ง
พร้อมใจกันยกธงและเศวตฉัตรซ้อนกันตลอดถึง กองทุกข์”
พรหมโลก พระราชาทั้งหลายทรงกระทำพื้นดิน 4
“กระผมขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของท่าน
โยชน์ ให้ราบเรียบสม่ำเสมอจากฝั่งนี้ถึงฝั่งโน้น อาจารย์ ขอท่านโปรดเมตตาบอกสิ่งนั้นแก่ผม
ของแม่น้ำคงคาทั้งลาดด้วยดอกไม้หลากสีสูงถึงเข่า ด้วยเถิด”
ธรรมสภา
พระภิกษุทั้งหลายพากันสนทนาธรรมใน “เราทั้งหลายจะไม่สอนแก่คนที่มิใช่บรรพ
ขิต หากท่านปรารถนาจะเรียนรู้วิชาดังกล่าว จง
“ช่างน่าอัศจรรย์จริงหนอ พระสัมมาสัม บวชเสียก่อนเถิด”
กัลยาณมิตร
a'm
เมษายน ๒๕๓๘