ข้อความต้นฉบับในหน้า
กว่ากันเลย แต่ว่าคนละเรื่อง นี่คน เท่าใด ทำหน้าที่ด้วยใจได้เท่าใด
กายทิพย์ที่ฝันในฝันออกไปนั้นก็ทำ
หน้าที่ได้เท่านั้นเหมือนกันท่ากาย
ได้เท่านั้น ทำวาจาได้เท่านั้น ทำใจ
ละชั้น อย่างนี้นะ นี่คนละชั้นเสีย
แล้วเรื่องผืนนี่ เพราะกายมนุษย์ฝัน
ไอ้กายที่มนุษย์ฝันนั่นแหละ เรียกว่า
กายมนุษย์ละเอียด นั่นเขาก็สว่าง ได้เท่านั้นเหมือนกัน แบบเดียวกัน
ไสวเหมือนกายมนุษย์นี้แบบเดียว นี้คนละเรื่อง อีกเรื่องหนึ่งถ้าฝันใน
กัน กายสนนะทำได้เท่ามนุษย์นี้ ฝันแล้วก็เรารวนทันที ถ้าสิ้นแล้ว
เหมือนกัน ไอ้กายมนุษย์ที่ฝันไปนั่น สนเฉยๆ แล้วก็ไม่รวนเข้ามาใกล้
แหละ ฝันไปทำงานทำการเพลินไป
อีก เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าไปนอน
หลับ ฝันไปอีก ฝันในฝัน เข้าไปอีก
ชั้นแบบเดียวกัน ออกไปเป็น กาย-
ทิพย์ ว่องไวอีกเหมือนกัน กายมนุษย์
กายมนุษย์ นี่คนละเรื่องอย่างนี้
นี่ธรรมทั้งหลายที่ปรากฏแก่'
พราหมณ์ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่เป็น
อย่างไร นี่พวกเรารู้กันอยู่บ้างแล้ว
พวกนั่งมีอยู่ พวกเป็นมีอยู่ กล้าพูด
กายมนุษย์ละเอียดที่ฝันชั้นที่หนึ่งนั้น ได้ทีเดียวเพราะพราหมณ์นั้นมีความ
ทำหน้าที่ได้เท่าใด ทำหน้าที่ด้วย
กายได้เท่าใด ทำหน้าที่ด้วยวาจาได้
เพียรเพ่งอยู่แล้วนั่นแหละ ความ
เพ่งมันเป็นอย่างนี้แหละ มันมีดซื้อ
มีดซื้อมันก็สงสัย ไอ้มืดนั่นแหละ
มันทำให้สงสัย มันไม่เห็นอะไร มัน
มัวหมองไปหมด ตาคล้ำไปหมด รัว
ไปหมด ไม่ได้เรื่องไม่ได้ราว หนัก
เข้าๆ รำคาญ หนักเข้าๆ ก็ลืมเสียที
มันมีดนัก ไม่ได้เรื่องอย่างนั้น อย่าง
นั้นธรรมทั้งหลายไม่ปรากฏ ถ้าจะ
มาว่าคนฉลาดเพ่งธรรมละก็ เมื่อนั่ง
มืดอยู่ละก็ อ้อ ! นี่อธรรม นี่ อก
สลา ธมฺมา ไม่ใช่ธรรมที่สว่าง นั่ง
ไปๆ ถูกส่วนเข้า สว่างวูบเข้าไป
เหมือนฝันที่เดียว สว่างวูบเช้าไป
ปรากฏที่เดียวเหมือนลืมตา บางคน
ตกใจนะ นี่หลับตาหรือลืมตานะ
มันสว่างอย่างนี้ ก็ลืมตาดูเสียที อ้าว
สว่างนั่นหายไปเสียแล้ว นั่นมีสว่าง
กัลยาณมิตร
๑๕
กินยายน ๒๕๔๐