ธรรมที่เกิดจากเหตุ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2540 ฉบับที่ 9 หน้า 18
หน้าที่ 18 / 132

สรุปเนื้อหา

ได้อย่างนั้น มีมีดอย่างนั้น นั่งหลับ ตาปุบแล้วกัน ก็มืดตื้อ เมื่อมืดเช่น นั้นเป็นอธรรม เมื่อสว่างขึ้น ปรากฏ ชัดขึ้นเหมือนกลางวัน นั่นเป็น ธรรม ไม่สว่างไม่มีดรัวๆ อยู่ นั่นก็ เป็นธรรมเหมือนกัน เป็นอัพยากฯ ดาธรรม ธรรมมีสามอย่างนี้ มีดเป็น อกุสลาธรรม สว่างเป็นกุสลาธรรม ไม่มืดไม่สว่างเป็นอัพยากตาธรรม นี่ธรรมเป็นชั้นๆ กันไปนะ มีด สว่าง ไม่มืดไม่สว่าง ทั้งมืดทั้งสว่าง ทั้งไม่ มืด ไม่สว่างนั่นหรือเป็นธรรมที่ปรา สเหตุธมฺม เพราะมารู้จักธรรมว่า เกิดแต่เหตุ ธรรมที่เกิดแต่เหตุ นั่นธรรม อะไร เหตุมี 5 โลภะเหตุ โทสะเหตุ โมหะเหตุ โลภะเหตุเป็นฝ่ายชั่ว โทสะเหตุเป็นฝ่ายชั่ว โมหะเหตุก็ เป็นฝ่ายชั่ว ฝ่ายดีล่ะ ท่านวางไว้เป็น อโลภะเหตุ อโทสะเหตุ อโมหะเหตุ อโลโภ ทานเหตุ ความไม่ โลภเป็นเหตุให้บริจาคทาน อโทโส สีลเหตุ

หัวข้อประเด็น

- ธรรมที่เกิดจากเหตุ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ได้อย่างนั้น มีมีดอย่างนั้น นั่งหลับ ตาปุบแล้วกัน ก็มืดตื้อ เมื่อมืดเช่น นั้นเป็นอธรรม เมื่อสว่างขึ้น ปรากฏ ชัดขึ้นเหมือนกลางวัน นั่นเป็น ธรรม ไม่สว่างไม่มีดรัวๆ อยู่ นั่นก็ เป็นธรรมเหมือนกัน เป็นอัพยากฯ ดาธรรม ธรรมมีสามอย่างนี้ มีดเป็น อกุสลาธรรม สว่างเป็นกุสลาธรรม ไม่มืดไม่สว่างเป็นอัพยากตาธรรม นี่ธรรมเป็นชั้นๆ กันไปนะ มีด สว่าง ไม่มืดไม่สว่าง ทั้งมืดทั้งสว่าง ทั้งไม่ มืด ไม่สว่างนั่นหรือเป็นธรรมที่ปรา สเหตุธมฺม เพราะมารู้จักธรรมว่า เกิดแต่เหตุ ธรรมที่เกิดแต่เหตุ นั่นธรรม อะไร เหตุมี 5 โลภะเหตุ โทสะเหตุ โมหะเหตุ โลภะเหตุเป็นฝ่ายชั่ว โทสะเหตุเป็นฝ่ายชั่ว โมหะเหตุก็ เป็นฝ่ายชั่ว ฝ่ายดีล่ะ ท่านวางไว้เป็น อโลภะเหตุ อโทสะเหตุ อโมหะเหตุ อโลโภ ทานเหตุ ความไม่ โลภเป็นเหตุให้บริจาคทาน อโทโส สีลเหตุ ความไม่โกรธเป็นเหตุให้ รักษาศีล อโมโห ภาวนาเหตุ ความ ไม่หลงเป็นเหตุให้เจริญภาวนา พอ กฏแก่พราหมณ์ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่ รู้ชัดว่าธรรมทั้งหลายเกิดแต่เหตุ อ้อ ซึ้งยิ่งกว่านั้นๆ ธรรมทั้งหลาย ที่ การที่เราให้ทานนี้เกิดแต่เหตุคือ ปรากฏแก่พราหมณ์ผู้มีความเพียร เพ่งอยู่นั้น ปรากฏชัดๆ เมื่อนั่งลง ไปแล้วปรากฏแน่แนวทีเดียว พอ นั่งถูกส่วนเข้า ทำใจให้หยุด พอนั่ง ถูกส่วนเข้าก็ใจหยุดทีเดียว เมื่อใจ หยุดนี่ตรงกับบาลีว่า ยโต ปชานาติ ความไม่โลภ การที่มารักษาศีลได้นี้ เกิดจากเหตุคือความไม่โกรธ การที่ เรามาเจริญภาวนาได้นี้ เกิดจาก เหตุคือ ความไม่หลง ความไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง เป็นเหตุให้ทำทาน ให้รักษาศีล ให้เจริญภาวนา ที่เรา จะให้ทานขึ้นได้นี้ เรียกว่า อโลภะ เหตุ เราจะบริจาคทานนี้ก็เป็นธรรม อันหนึ่ง เรามารักษาศีลก็เป็นธรรม อันหนึ่ง มาเจริญภาวนาก็เป็นธรรม อันหนึ่ง เพราะมาแต่ความไม่โลภ มาจากความไม่โกรธ มาจากความ ไม่หลง เรื่องให้ทานก็เป็นอเนก ประการ เรื่องรักษาศีลก็เป็นอเนก ประการ เรื่องเจริญภาวนาก็เป็น อเนกประการ นี่หรือธรรมอันนี้หรือ ที่ปรา กฏแก่พราหมณ์ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่ ความสงสัยของพราหมณ์นั้น ความ สงสัยทั้งปวงของพราหมณ์นั้นย่อม สิ้นไป เพราะมารู้จักว่า ธรรมเกิด แต่เหตุ ดังนี้หรือ ไม่ใช่กระนั้น ยิ่ง กว่านั้นลงไป ยิ่งกว่านั้นลงไป เมื่อ พราหมณ์นั้นมานั่งเพ่งถูกส่วนเช้า แล้วๆ ใจก็หยุดทีเดียว หยุดศูนย์ กลางดวงธรรมที่ท่า ให้เป็นกายมนุษย์ หยุดนิ่ง พอใจหยุดได้เท่านั้น พอใจ หยุดนั่งเท่านั้น สูโรว โอภาสยมนุ ตลกขนฺติ ดุจดั่งดวงอาทิตย์อุทัย ขึ้นกำจัดมีด ท่าอากาศให้สว่างไสว อย่างนี้ นี่เป็นกลางวันอย่างนี้ ดวง อาทิตย์ก็เห็นโร่อย่างนั้น อย่างนี้ เห็นอย่างนี้ เห็นอย่างนี้เป็นดวงเท่า ดวงจันทร์ ติดอยู่ศูนย์กลางดวง ธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ ติด กลางกายมนุษย์นั่นนะ ดวงเท่าดวง อาทิตย์นะ ติดอยู่ศูนย์กลางดวงธรรม ที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ จะมองอะไร เห็นตลอดหมด เหมือนกับกลางวัน กัลยาณมิตร ๑๖ กนยายน ๒๕๔๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More