ข้อความต้นฉบับในหน้า
คราวนี้นอกจากหลวงพ่ออยากจะเดือนพวกเราเรื่อง
การทำทาน การรักษาศีล และการเจริญภาวนาแล้ว เนื่อง
จากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของบ้านเมืองเราในปีนี้ค่อน
ข้างปั่นป่วน พวกเราทั้งๆ ที่เข้าวัดกันมาแล้วก็ยังตระหนก
ตกใจ เกรงไปว่าเศรษฐกิจของบ้านเมืองจะส้มละลายเลย
ชาชนรับรู้ ถ้ามีข้อที่จะต้องแก้ไข พระองค์ก็จะให้สัญญา
ต่อประชาชน แล้วก็เริ่มแก้ไข บางพระองค์ถึงกับทรงนั่ง
ขาวห่มขาวออกทรงศีล ทำภาวนาเป็นเวลา ๗ วัน 60 วัน
ส่วนประชาชนก็แก้ไขตัวเองตามไปด้วยพร้อมๆ กัน ทั้งบ้าน
ทั้งเมือง ซึ่งในไม่ช้าทั้งแว่นแคว้นก็กลับสู่ความสงบสุขตาม
แทนที่จะช่วยกอบกู้สถานการณ์ให้ถูกทาง กลับเดินผิดทาง เดิน
ให้เป็นภาระของบ้านเมืองหนักเข้าไปอีก หลวงพ่อจึงอยาก
จะชี้ให้พวกเราได้เห็นสักนิดว่า สถานการณ์ต่างๆ ในโลกที่
เกิดขึ้น คนในปัจจุบันกับคนในอดีตมองต่างกันอย่างไร แล้ว
ใครบ้างที่ต้องช่วยกันกอบกู้สถานการณ์
คนในสมัยปัจจุบันเวลามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น โดย
เฉพาะอย่างยิ่งในทางไม่ค่อยดีเช่นฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล
เศรษฐกิจไม่ดี หรือไฟไหม้บ้านไหม้เมือง หรืออะไรก็ตามที่
ร้ายๆ เขามักจะพุ่งเป้าไปที่รัฐบาล พุ่งเป้าไปที่ส่วนราชการ
ว่าทำผิด พุ่งเป้าไปที่นั่นที่นี่ว่าเป็นต้นเหตุ ซึ่งจะว่าถูกก็ถูก
แต่ว่ามันถูกไม่จังๆ ถูกแบบกากๆ
ในสมัยพุทธกาล ถ้ามีเหตุอะไรที่ไม่ดีไม่งามเกิดขึ้น
เขาจะมองว่า เมื่อมีสิ่งที่ไม่ดีไม่งามเกิดขึ้นก็เท่ากับฟ้องว่า
การประพฤติปฏิบัติธรรมของคนทั้งแผ่นดินดีไม่พอ เขาไม่
ได้มองไปที่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่มองว่าการประพฤติปฏิบัติ
ธรรมของคนทั้งแว่นแคว้นนั้น ทั้งเมืองนั้น ทั้งประเทศนั้นดี
ไม่พอ นั่นคือเขาโทษตัวเองก่อน ไม่ได้ไปโทษใคร แล้วก็
ประกาศให้คนทั้งแผ่นดินไปช่วยกันสำรวจตรวจสอบตัวเองกัน
โดยเริ่มต้นที่พระราชา สมัยโน้นพระราชาทรงปกครองแว่น
แคว้น เมื่อเกิดเหตุทุพภิกขภัย คือข้าวยากหมากแพง ฝน
แล้งกันดารขึ้นในบ้านเมือง พระราชาจะทรงสำรวจตรวจสอบ
พระองค์เองก่อนเลยว่า มีข้อบกพร่องอะไรบ้าง โดยเฉพาะ
เรื่องศีล เรื่องทศพิธราชธรรมของพระองค์ ตรวจสอบเสร็จ
เรียบร้อยแล้วก็ประกาศความบริสุทธิ์ของพระองค์ให้ประ
คนในสมัยพุทธกาล เท่าที่อ่านพบในคัมภีร์โบราณ
ท่านวิเคราะห์เหตุการณ์บ้านเมืองและแก้ไขอย่างนั้น แม้
ย่าตาทวดของพวกเราท่านก็ท่าในทำนองเดียวกันนี้ ถ้าจะ
ถามว่าการทำอย่างนี้มีผลต่อความสงบสุข ความมั่นคงของ
ชาติบ้านเมืองอย่างไร เท่าที่รู้ความมั่นคงของชาติโดยทั่วไป
มาจากองค์ประกอบ ๕ ส่วนคือ เศรษฐกิจ การเมือง การ
ทหาร เทคโนโลยี และสังคมจิตวิทยา
สำหรับประเทศไทยของเรา ความไม่เรียบร้อยความ
ไม่ลงตัวต่างๆ ได้เคยก่อให้เกิดปัญหาในส่วนต่างๆ เหล่านี้
มาแล้วหลายครั้งหลายครา กล่าวคือ
ทางด้านเศรษฐกิจ ประเทศของเรามีปัญหาตั้งแต่การ
ผลิตเป็นต้นไปเลยทีเดียว ทีแรกก็ผลิตน้อยไปจนเป็นหนี้เขา
ภายหลังผลิตมากขึ้นแล้วก็ยังมีปัญหาการกระจายรายได้ กาว
ส่งผลผลิตออกสู่ตลาดทั้งภายในและภายนอกประเทศ
ทางด้านการเมืองหลังจากที่เปลี่ยนแปลงการปกครอง
จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นระบอบประชาธิป-
ไตยแล้ว จนกระทั่งทุกวันนี้การเมืองก็ยังเป็นปัญหาอยู่
ทางด้านการทหาร ด้านเทคโนโลยี แม้ที่สุดทางด้าน
สังคมจิตวิทยา ไล่ไปไล่มาทุกส่วนก็มีปัญหาไม่ลงตัวเหมือนๆ
กัน ไม่มีส่วนไหนสมบูรณ์พร้อม เหตุที่ไม่ถูกต้องสมบูรณ์ก็
ทั้งนั้น
เพราะว่าคนทุกคนที่อยู่ในโลกนี้ยังมีกิเลสท่วมหัวอยู่ด้วยกัน
คนไม่สมบูรณ์จะมาทำของให้สมบูรณ์มันเป็นไปไม่ได้
เพราะฉะนั้นบ้านเมืองมันก็มีปัญหาของมันอยู่เรื่อยไป ประ
ในสมัยพุทธกาล ธามีเหตุอะไรที่ไม่ดีไม่งามเกิดขึ้นเขาจะมองว่า
เมื่อมีสิ่งที่ไม่ดีไม่งามเกิดขึ้นก็เท่ากับฟ้องว่า การ11541 (เต)]บัติกรร31
ของคนทั้งแผ่นดินดีไม่พอ เขาไม่ได้มองไปที่ใครคนใดคนหนึ่ง
..
กนยายน ๒๕๕๐
๖๑
กัลยาณมิตร