การจาริกของพระมหากัสสปะ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2540 ฉบับที่ 9 หน้า 114
หน้าที่ 114 / 132

สรุปเนื้อหา

ขนทั้งหลายโนเมืองนี่เป็นทั้งญาติและอุปฏฐาก ของพระมหาลัสสปะ จึงสมควรที่จะให้พระมหาลัสสปะ กลับไปยังพระอารามแห่งนั้นจะเหมาะสม กว่าให้พระภิกษุรูปอื่นไป ไปถึงแล้ว ตรัสบอกให้พระภิกษุรูป ใดรูปหนึ่งหรือหลายๆ รูปที่พระองค์ เห็นสมควรให้กลับ(มิได้ให้ตามเสด็จ จาริกไปกับพระองค์) โดยตรัสเป็น ใจความว่า “เธอ (ทั้งหลาย) จง กลับเลียแต่ที่นี้ อย่าประมาท” สถานที่นั้นๆ ชนทั้งหลายเรียกชื่อว่า “ซอกมาปมาทะ” กลางว่า ผู้ปรารถนาลาภก็จงได้ลาภ กล่าวแก่กันด้วยข้อความเป็นทำนอง เวลาได้ลาภมีใจฉันใด ผู้อื่นก็มีใจ เดินทางจาริกไปด้วย พระมหากัส ผู้ปรารถนาบุญก็จงได้บุญ ตนเอง ว่า พระมหากัสสปะนี่นะหรือ จะออก พระภิกษุทั้งหลายกล่าวความแก่ กันดังนั้นแล้ว ก็ตามเสด็จจาริกไป กับพระพุทธองค์ในขบวนตามเสด็จ นั้น มีพระพุทธองค์ทรงเดินนำ หน้าด

หัวข้อประเด็น

- การจาริกของพระมหากัสสปะ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ขนทั้งหลายโนเมืองนี่เป็นทั้งญาติและอุปฏฐาก ของพระมหาลัสสปะ จึงสมควรที่จะให้พระมหาลัสสปะ กลับไปยังพระอารามแห่งนั้นจะเหมาะสม กว่าให้พระภิกษุรูปอื่นไป ไปถึงแล้ว ตรัสบอกให้พระภิกษุรูป ใดรูปหนึ่งหรือหลายๆ รูปที่พระองค์ เห็นสมควรให้กลับ(มิได้ให้ตามเสด็จ จาริกไปกับพระองค์) โดยตรัสเป็น ใจความว่า “เธอ (ทั้งหลาย) จง กลับเลียแต่ที่นี้ อย่าประมาท” สถานที่นั้นๆ ชนทั้งหลายเรียกชื่อว่า “ซอกมาปมาทะ” กลางว่า ผู้ปรารถนาลาภก็จงได้ลาภ กล่าวแก่กันด้วยข้อความเป็นทำนอง เวลาได้ลาภมีใจฉันใด ผู้อื่นก็มีใจ เดินทางจาริกไปด้วย พระมหากัส ผู้ปรารถนาบุญก็จงได้บุญ ตนเอง ว่า พระมหากัสสปะนี่นะหรือ จะออก พระภิกษุทั้งหลายกล่าวความแก่ กันดังนั้นแล้ว ก็ตามเสด็จจาริกไป กับพระพุทธองค์ในขบวนตามเสด็จ นั้น มีพระพุทธองค์ทรงเดินนำ หน้าด้วยพระอิริยาบถอันสง่างาม ผุดผ่องเหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ ซึ่ง ประดับด้วยดวงดาราดารดาษ หมู่ ฉันนั้น” สปะนี่นะหรือจะเดินทางละจากญาติ พระอริยสาวกทั้งหลายต่างก้าวเดิน ดังมีเรื่องที่กล่าวไว้ในพระไตรฯ และอุปัฏฐากไปได้ ปิฎกว่า ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาค “ทั้งภายในและภายนอกพระ ตามไปด้วยอาการสงบสำรวม เสด็จไปได้ระยะทางพอสมควร เจ้าทรงจำพรรษาอยู่ในกรุงราชคฤห์ นครนี้ มีผู้คนอาศัยอยู่ 57 โกฏิ แล้ว ทรงดำริว่า ในพระนครนี้ ครึ่งเดือนข้างหน้า พระองค์จะทรง รับสั่งให้แจ้งแก่ภิกษุทั้งหลายว่า อีก ในจำนวนนี้คนพวกไหนที่ไม่ได้เป็น ประกอบด้วยเหล่าขนจำนวน 957 ญาติกับพระมหากัลสปะ พวกนั้นก็ โกฏิ อาศัยอยู่ทั้งภายนอกและ เป็นอุปัฏฐากของท่าน พวกไหนไม่ ได้เป็นอุปัฏฐากพวกนั้นก็คือญาติ ของพระมหากัสสปะทั้งหมด บุคคล ทั้งหมดนี้ย่อมมีความเลื่อมใสสักการะ หลีกไปสู่ที่จาริก ซึ่งการรับสั่งเช่นนี้ เพราะทรงมีพุทธประสงค์ว่า ภิกษุ ทั้งหลายจะได้กระทำ กิจต่างๆ ให้ เรียบร้อยก่อน เช่นการระบมมาตร และย้อมจีวร เป็นต้น เพื่อความ สะดวกในการเดินทางตามเสด็จ จาริกไปพร้อมพระพุทธองค์ ภายในพระนคร ต้องมีพระภิกษุ เพื่อช่วยให้ชนทั้งหลายทำ การงาน ทั้งมงคลและอวมงคลให้เรียบร้อย จึงไม่อาจจะทิ้งอารามให้ว่างเปล่า บูชาแก่ท่านด้วยปัจจัย ธ: มากมาย ปราศจากพระภิกษุได้ เราจะให้ พระมหากัสสปะนี้นะหรือจะละลาภ ใครกลับดีหนอ สักการะอันมีมากมายเหล่านี้ไป ทรงพระดำริต่อไปอีกว่า ขนทั้ง พระภิกษุทั้งหลายรวมทั้งพระ ไหนได้ หรือหากจะไปก็คงไปไม่ไกล หลายในเมืองนี้เป็นทั้งญาติและ มหากัสสปะด้วย เมื่อได้ทราบพุทธ จากซอกมาปมาทะ ไปได้หรอก” อุปัฏฐากของพระมหากัสสปะ จึง ประสงค์แล้ว ต่างก็รีบกระทำ กิจ “ชอกมาปมาทะ” ที่พระภิกษุ สมควรที่จะให้พระมหากัสสปะกลับ ต่าง ๆ ในครั้งนี้มีพระภิกษุพวกหนึ่ง พวกนั้นกล่าวถึง คือ สถานที่ที่ ไปยังพระอารามแห่งนั้นจะเหมาะสม เห็นพระมหากัสสปะซักจีวรอยู่ จึง หมายถึงเวลาที่พระผู้มีพระภาคเสด็จ กว่าให้พระภิกษุรูปอื่นไป จึงตรัส กัลยาณมิตร 6)6)L กันยายน ๒๕๔๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More