ข้อความต้นฉบับในหน้า
วิทยาให้เท้เสียก่อน เพราะนั่นเป็นพื้นฐานการแก้ไขในระยะ
ยาว
๔๐
ในยุคนั้นถ้าจะจัดประเทศต่างๆ ในเอเชียมาเข้าแถว
ก็บอกว่าหัวแถวคือ ญี่ปุ่น รองลงมาก็คงจะต้องให้จีน ที่ยัง
คงรักษาเอกราชอยู่ใต้ สำหรับไทยเรายังสามารถรักษาอัน
ดับที่สามไว้ได้ แม้สงครามจะสิ้นสุดไปแล้วถึงประมาณ
ปี แต่ปัจจุบันไม่เป็นเช่นนั้น เราไม่ได้ถูกนับอันดับจากหัว
แถวเสียแล้ว ตอนนี้เขานับเราจากท้ายแถว ซึ่งก็ฟ้องว่า
สังคมจิตวิทยาของเราซึ่งเป็นเสาหลักกำลังง่อนแง่นเค็มที่ เลย
ทำให้อย่างอื่นพลอยง่อนแง่นตามไปด้วย แล้วนี่เราจะแก้ไข
กันอย่างไร
ตรงนี้ขอเตือนเป็นส่วนรวมเลยว่า ในปัจจุบันเรามัก
จับทิศทางในการแก่ปัญหากันผิดๆ เพราะเราผองต้นสาย
ดาวที่มีความสัมพันธ์กับโลกก็จะต้องโคจรคลาดเคลื่อนไปจาก
เส้นทางเดิมของมันไป ของจริงเป็นอย่างนี้ สามารถอธิบาย
ได้ในเชิงวิทยาศาสตร์ แต่ถึงกระนั้นคนในยุคนี้ซึ่งมักประ
กาศตัวเป็นนักวิทยาศาสตร์ กลับมองสวนทางความเป็นจริง
โดยพยายามบอกว่า เพราะดวงเดือนดวงดาวโคจรเคลื่อน
คลาดไป เลยทำให้มนุษย์คิดตัดไม้ทำลายป่า เพราะฉะนั้น
หลวงพ่อซึ่งต้องขอมาเตือนตรงนี้ว่า ใครที่เชื่อเรื่องอิทธิพล
ของดวง อิทธิพลของดาว เลิกเสียนะ เพราะนั่นเชื่อผิดแล้ว
ขอให้มาเชื่อเรื่องกรรมที่เราทำเอาไว้กันเถอะ ถ้าเราทำกรรม
ดีกันให้มากๆ เดี๋ยวดวงเดือน ควงดาวมันก็ดีเอง ขืนทำชั่ว
กันมากๆ เดี๋ยวดวงเดือน ดวงคาวโคจรปั่นป่วนกันไปหมด
เผลอๆ ไปซนกันเข้า ลูกอุกกาบาตก็จะตกใส่หัวเรา ตกใส่
บ้านใส่เมืองพังพินาศ เศรษฐกิจก็จะยิ่งปั่นป่วน มีท่าน
ทำไมต้องสร้างสภาธรรมกายสากลใหญ่โตอย่างนี้หรือทำไมต้องสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ใหญ่
โตอย่างมโหฬาร...ที่ต้องทำอย่างนี้ก็เพราะต้องการให้เป็นแหล่^ชสิต [ช หรือสำหรับ
เป็นแหล่งสร้างคนบุญให้เกิดขึ้นมามากๆ ให้เกิดต่อเนื่องกันไม่ขาดสาย จะได้ช่วย
กันค้ำจุนประเทศชาติ ช่วยค้ำจุนพระพุทธศาสนาให้ยิ่งๆ ขึ้นไป
ปลายเหตุของปัญหาต่างไปจากที่ปู่ย่าตาทวด เราเคยมอง
แทบจะเรียกว่าสวนทางกันก็ยังได้ คือปู่ย่าตาทวดของเราท่าน
มองว่า มนุษย์ในบ้านในเมืองนี้แหละที่เป็นผู้ควบคุม ดัน
ฟ้าอากาศหรือบรรยากาศของโลก ควบคุมแม้แต่การ
โคจรของควงเตือนดวงดาวบนท้องฟ้า ท่านกล่าวว่าดวง
เดือนดวงดาวมันจะโคจรวิปริตไปหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับมนุษย์
บนแผ่นดินนี้ แต่คนในยุคปัจจุบันกลับมองว่า เพราะดวง
เดือนดวงดาวมันเคลื่อนที่ผิดพลาดไปเลยทำให้มนุษย์เดือด
ร้อน นี่มองกลับกันนะ แล้วใครผิดใครถูกก็ลองพิจารณากัน
ดูง่ายๆ
ถ้าสมมุติว่า เราต้องโค่นต้นไม้ทำลายป่ากันเสียเยอะๆ
และ
แน่นอนความแห้งแล้งจะต้องเกิดขึ้นในบ้านในเมือง
ความแท้งแล้งนี้แหละที่จะไปทำให้บรรยากาศเบื้องบนเปลี่ยน
แปลง มลภาวะต่างๆ ก็จะเกิดขึ้นมาก แล้วดวงเดือนควง
ผู้ใหญ่ผู้หนึ่ง ท่านพูดไว้น่าฟังดี ขอนำมาไว้ในที่นี้ด้วย เพื่อ
จะเตือนใจใครได้บ้าง ท่านบอกว่า
“ถ้าคนไทยตั้งแต่เบื้องบนจนกระทั่งเบื้องล่างไม่รักษา
คำพูด พูดไม่ระวัง พูดไม่มีสัจจะ คุณค่าของค่าพูดจะหมดไป
และเพราะคุณค่าของค่าพูดมันหมดไป เพราะฉะนั้นค่าของ
เงินบาทมันจึงลดลงไปด้วย”
ท่านให้ข้อคิดไว้อย่างนี้ ก็เอาไปพิจารณาให้ดีก็แล้วกัน
สมมุติว่าคนโน้นก็บอกว่าเศรษฐกิจไม่ดี คนนี้ก็บอกว่าเศรษฐ
กิจมันแย่ ความจริงดีหรือไม่ดี ไม่รู้ แต่บอกว่าไม่ดีเอาไว้
ก่อน หนักเข้าๆ เมื่อพูดพร้อมๆ กันทั้งบ้านทั้งเมืองว่าเศรษฐ
กิจไม่ดี ทั้งๆ ที่เป็นจริงอย่างไรก็ไม่รู้ เขาว่าไม่ดี ข้าก็ว่าไม่
ดีตามเขาไปด้วย คน 50ล้านคนพูดพร้อมกันว่า ไม่ดี และ
ต่างคนต่างก็รีบไปถอนเงินจากธนาคาร เพราะฉะนั้นทั้งเมือง
ไทย เศรษฐกิจมันก็จะไม่ดีภายในพริบคา ค่าเงินบาทมันก็
กัลยาณมิตร
๖
กนก๋าย่นํ ๒๕๔๐