ข้อความต้นฉบับในหน้า
ขอคดวา
"ผู้มีปัญญาเห็นว่า ไม่ควรอยู่
คลุกคลีด้วยหมู่คณะ เพราะเป็น
เหตุให้จิตฟุ้งซ่านได้สมาธิยาก การ
มัวแต่สงเคราะห์คนนั้นคนนี้อยู่เป็น
ความลำบาก ดังนั้นจึงไม่ชอบใจจะ
อยู่กับหมู่คณะ
หระมหากัสสปะได้ปีน ปฏิบัติในธุดงดวัตรอย่างเคร่งครัด
พระพุทป้องค์จึงทรงยกย่องว่าเป็นมูลศกว่าภิกษุทั้งหลาย
ในด้าน “สมาทานธุดงค์, และยังตรัสสรรเสร้ก คุณคาามดีอีก
หลายประการ
ผู้มีปัญญาเห็นว่าไม่ควรเกี่ยวข้อง
กับตระกูลทั้งหลาย เพราะเป็นเหตุ
ให้จิตฟุ้งซ่าน ได้สมาธิยาก ผู้เกี่ยว
ข้องกับตระกูล ย่อมต้องขวนขวาย
ในการเข้าไปสู่ตระกูล มักติดรส
อาหาร จึงทำให้ต้องละทิ้งประ แม้แต่น้อย ภิกษุใดไม่ดูหมิ่นปัจจัย ทั้งหลายในด้าน “สมาทานธุดงค์
โยชน์ที่จะนำความสุขมาให้ ทั้ง ๔ คือ อาหารบิณทบาต ที่จะ
ผู้มีปัญญากล่าวว่า การไหว้และ ต้องลุกขึ้นเดินไปรับที่ประตูเรือน
การบูชาในตระกูลทั้งหลาย เป็น ของชาวบ้านหนึ่ง บังสุกุลจีวรหนึ่ง
เชือกตม และเป็นลูกศรที่ละเอียด โคนต้นไม้หนึ่ง ยาดองน้ำมูตรเน่า
ถอนได้ยาก บุรุษผู้เลวทรามย่อมละ หนึ่ง ภิกษุนั้นแลสามารถจะอยู่ได้
สักการะได้ยากอย่างยิ่ง”
ต่อมาก็สอนให้พระภิกษุยินดีใน
ปัจจัย ธ โดยเฉพาะอาหารที่บิณฑ-
ในทิศทั้ง 5 แม้ยามชรา”
ธ
และในคราวหนึ่ง พระมหากัส
ลปะก็ได้กล่าวเตือนพระนักปริยัติ
บาตได้มา โดยกล่าวถึงข้อปฏิบัติ แต่ไม่สนใจการปฏิบัติว่า
ของตัวท่านเองว่า
และยังตรัสสรรเสริญคุณความดีอีก
หลายประการ เช่น
“กัสสปะมีกรรมเป็นเครื่องอยู่
เสมอด้วยพระองค์” เห็นได้จาก
เมื่อครั้งประทานผ้าสังฆาฏิให้พระ
มหากัสสปะ และทรงรับผ้าของ
พระมหากัสสปะไปห่มแทน”
“กัสสปะมีจิตประกอบด้วยเมต
ตาแสดงธรรมแก่ผู้อื่น',
“เพียงแต่ท่องบ่นพระพุทธวจนะ “กัสสปะเปรียบเหมือนดวงจันทร์
ได้ย่อมทำให้คนโง่มองไม่เห็นตัวเอง ขณะเข้าสู่ตระกูลทั้งหลายเป็นผู้มัก
เขาย่อมเที่ยวชูคอสำคัญตนว่าประ- น้อยสันโดป, และตรัสสอนให้พระ
เสริฐกว่าผู้อื่น"
คนขี้เรื้อนปั้นข้าว ค่าหนึ่งมาใส่ สร้างมหากุศลสนับสนุนไว้ตั้งแต่
“เราลงจากอาสนะแล้วเข้าไป
บิณฑบาตในเมือง คนขี้เรื้อนคน
หนึ่งกำลังบริโภคอาหารอยู่ เราไป
ภิกษุทั้งหลายถือเอาเป็นตัวอย่าง
ยินอยู่ใกล้เขาด้วยอาการสำรวม
ด้วยเหตุที่ตั้งจิตปรารถนาและ โดยให้โอวาทว่า
“กัสสปะเข้าไปใกล้ตระกูลแล้ว
บาตรเรา มือของเขามีน้ำเหลืองไหล
วังศาสนาของพระปทุมุตตรพุทธ
ชักกายและใจให้ห่าง ประพฤติตน
เยิ้ม ขณะที่หย่อนข้าวลงในบาตร
เจ้า กอปรกับในปัจจุบันชาติ พระ
เป็นคนใหม่เสมอ ไม่คุ้นเคยเป็นนิตย์
นิ้วของเขาขาดหล่นลงในบาตร เรา
มหากัสสปะได้เป็นผู้ปฏิบัติในธุดงค-
นั่งฉันข้าวค่านั้นอยู่ข้างฝาเรือนต่อ ฉัตรอย่างเคร่งครัด พระพุทธองค์
ไม่คะนองกาย วาจาและใจในสกุล
เป็นนิตย์ จิตไม่เกี่ยวข้องอยู่ในสกุล
หน้าเขา โดยไม่มีความรังเกียจเลย จึงทรงยกย่องว่าเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุ เหล่านั้น เพิกเฉยด้วยตั้งจิตเป็น
กัลยาณมิตร
กันยายน ๒๕๔๐