ข้อความต้นฉบับในหน้า
เมื่อใด873 xi พรากผ^มีค^ม
^ไฟ สติ มาร์เสนี พราหมณ์นั้น
|
กำจัดมารและเสนาเสียได้ หยุดอยู่
ใจไฟ มนฺตลิกขนฺติ ดุจตั้งเสือ เพย์อุทัย
ชั้นกาสัปต A'
เมื่อใดธรรมทั้งหลายปรากฏแก่พราะ ฉะนั้นนี้เป็นคาถาที่ ๓ สามพระคาถา
แขก ภาษาฝรั่ง เราก็รู้ นี่ก็ฉันนั้น
แหละ คล้ายกันอย่างนั้น จึงแล้ว
เหมือนไม่ฟัง มันลึกซึ้งอย่างนี้ จะ
อรรถาธิบายขยายเนื้อความคำใน
พระคาถาสืบไป
หมณ์ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่ อกมุส
ด้วยกันดังนี้ เพียงเท่านี้ ธรรมะเท่า
กงขา วปยมุติ พา เมื่อนั้น นี้เหมือนพึงแขกฟังฝรั่งพูด พึงจีน
ความสงสัยทั้งปวงของพราหมณ์ พูด เราไม่รู้จักภาษา ถ้ารู้จักภาษา
ย่อมสิ้นไป ยโส ปชานาติ สเหตุธมฺม
เพราะมารู้จักธรรมว่าเกิดแต่เหตุ นี่
พระคาถาหนึ่ง ยทา หเวปาตุภวนฺติ
ธมฺมา อาตาปีโน ฌายโต พฺราหฺม
ณสฺส เมื่อใดธรรมทั้งหลายปรากฏ
แก่พราหมณ์ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่
อสฺส กังขา วปยนต์ พา เมื่อ
นั้นความสงสัยทั้งปวงของพราหมณ์
นั้นย่อมสิ้นไป ยโต ขย์ ปัจจยาน
อเวที เพราะได้รู้ความฝันไปของ
ปัจจัยทั้งหลาย นี้เป็นคาถาที่ ๒ ยทา
หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา อาตาปีโน
ผายโด พราหมณสฺส เมื่อใดธรรม
คำว่า “ธรรมทั้งหลายปรากฏ
แก่พราหมณ์ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่
นี่เราก็รู้คำว่า ธรรมทั้งหลายนะคือ
อะไรรูปก็เป็นธรรม นามก็เป็นธรรม
ธรรมที่ทำให้เป็นรูป เป็นนาม ก็
เป็นธรรมเหมือนกัน ธรรมทั้งหลาย
นั่นคือ
ตุสลา ธมมา ธรรมฝ่ายดีมี
ทั้งหลายปรากฏขึ้นแก่พราหมณ์ผู้มี เท่าใดหมดพระไตรปิฎก ไม่มีชั่วเข้า
ธมฺมา
ความเพียรเพ่งอยู่ วิธูปย์ ติฏฐิติ
มารเสน พราหมณ์นั้นกำจัดมาร
และเสนาเสียได้ หยุดอยู่ สูโรว โอ-
ไปเจือปนระคนเลย เรียกว่า กุสลา
ธรรมที่ชั่วคือตรงกับบาลีว่า
อุทัยขึ้นกำจัดมีด ท่าอากาศให้สว่าง
ภาสยมมุดลีฤขนต์ดุจดังดวงอาทิตย์ อกุสลา ธมฺมา ธรรมทั้งหลายนี้ชั่ว
ไม่มีดีเข้าไปเจือปนเลย ชั่วทั้งสิ้นที
เดี๋ยวนี้เรียกว่า อกุสลา ธมฺมา ธรรม
ทั้งหลายที่ชั่ว
ธรรมทั้งหลายที่ไม่ดีไม่ชั่ว ดี
ไม่เช้าไปเจือปน ชั่วก็ไม่เข้า ไปเจือ
ปน ไม่ดีไม่ชั่ว เป็นกลางๆ อยู่ดังนี้
นั้นเรียกว่า ยากดา ธมฺมา
นี่เป็นมาติกาแม่บททั้งสามนี้
หมดทั้งสากลพุทธศาสนา ธรรมมี
เท่านี้ กว่างนักจบพระไตรปิฎกมาก
มายนัก พระพุทธเจ้าจะมาตรัส
เทศนาเท่าใด ในอดีตมีมากน้อย
เท่าใดๆ เมื่อรวมธรรมแล้วก็ได้เท่า
นี้ พระพุทธเจ้ามาตรัสในปัจจุบันนี้
ถ้ารวมธรรมได้เท่านี้ พระพุทธเจ้า
จะมาตรัสในอนาคตภายเบื้องหน้าก็
รวมธรรมได้เท่านี้ ย่อลงไปว่า ดีชั่ว
ไม่ดีไม่ชั่ว สามอย่างนี้เท่านั้น ดี
เป็นธรรมฝ่ายดี ชั่วเป็นธรรมฝ่ายชั่ว
ไม่ดีไม่ชั่วเป็นธรรมฝ่ายไม่ดีไม่ชั่ว
นี่คำว่าธรรมทั้งหลาย “เมื่อใด
ธรรมทั้งหลายปรากฏแก่พราหมณ์
ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่” ประสงค์
ธรรมอะไรตรงนี้ ประสงค์ธรรมขาว
เมื่อผู้ที่เพียรเพ่งอยู่ก็คล้ายกับคน
นอนหลับ นอนหลับถูกส่วนเข้าแล้ว
ละก็ฝัน เรื่องผืนทีเดียวคราวนี้ ไม่
ใช่เรื่องของมนุษย์เท่านี้ เรื่องของ
กายมนุษย์ละเอียดฝัน นอนหลับ
แล้วก็ฝัน ว่าสนเรื่องมันสนุกสนาน
เหมือนกัน กายมนุษย์นี้มีสิทธิทำได้
เท่าใด พูดได้เท่าใด คิดได้เท่าใด
ย้ายกายที่ฝันนั้นก็มีสิทธิ์ทำได้เท่านั้น
พูดได้เท่านั้น คิดได้เท่านั้น ไม่แปลก
กัลยาณมิตร
do ก็นยายน ๒๕๔๖