ข้อความต้นฉบับในหน้า
จะได้เสด็จมาแสดงพระธรรมเทศนาโปรดพวกเราชาวเมืองนี้
เมื่อสุเมธฤๅษีได้สดับพระพุทธนามแต่เพียงคำว่า
สมเด็จพระทีปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงบังเกิดขึ้นแล้วใน
โลกเท่านั้น ก็ให้เกิดปีติเป็นล้นพ้นสุดประมาณ จึง
จินตนาการว่า การนี้ควรที่ตัวเราจักหว่านพืชเพื่อหวังผล
ด้วยอำนาจศรัทธากอปรด้วยฌานโสมนัสจึงกล่าวขอ
อนุญาตชนเหล่านั้นว่า
ซึ่งเป็นบริเวณที่ตนยังทำไม่แล้วเสร็จนั้น พลันตั้งจิตอุทิศ
ถวายว่า
“ขออาราธนาสมเด็จพระพุทธองค์ จงทรงพระมหา
กรุณาพาพระมหาขีณาสพสงฆ์ทั้งหลาย เสด็จเหยียบย่าง
พระบาทดำเนินไปบนกายแห่งข้าพระองค์ อันทอดเป็น
สะพานนี้เถิด เพื่อจะได้เกิดประโยชน์โสตถิผลอันยิ่งใหญ่แก่
ข้าพระองค์ ขอสมเด็จพระทรงสิริสวัสดิ์ จงอย่าได้ทรงย่าง
พระบาทหลีกลงเลียบลุยเลนเหลวนี้เลย”
แล้วก็หมอบคว่ำหน้านิ่งเฉย เพื่อรอให้สมเด็จพระ
ชินสีห์พาพระขีณาสพสงฆ์ เสด็จพุทธดำเนินเหยียบไปบน
เบื้องหลังกายตน ซึ่งทอดเป็นสะพานด้วยจิตอันเลื่อมใส
“แม้นท่านทั้งหลายถากทางถวายพระพุทธเจ้าแล้ว
ล่ะก้อ ขอจงอนุญาตให้โอกาสแก่เราสักแห่งหนึ่งเถิด เรานี้
เกิดศรัทธาปรารถนาจะทำทางถวายพระพุทธเจ้าบ้าง”
ชนทั้งหลายเห็นว่าฤๅษีเป็นผู้มีฤทธิ์เดช ก็พากัน
มือไปตรงบริเวณที่ถากถางยากลำบากเพราะมีเปือกตม ศรัทธาเป็นยิ่งนัก และหากแม้นสุเมธฤๅษีผู้มีฤทธิ์
โคลนเลน เป็นบริเวณที่ต้องถมต้องหามูลดินมาเกลี่ยให้
เสมอเป็นอันดี แล้วบอกอนุญาตสุเมธฤาษีให้แผ้วถาง
ทางบริเวณนั้นให้สำเร็จด้วยดีเถิด เมื่อได้รับอนุญาตจาก
มหาชนแล้วสุเมธฤๅษีก็ได้ตั้งหน้าประกอบการ ด้วยจิตอัน
เลื่อมใสศรัทธาในพระชินสีห์พร้อมมีจิตวารรำพึงถึง
ปรารถนาจักน้อมเอาอารมณ์แห่งอมตธรรมกำจัดให้ขาด
เสียจากขันธสันดานในเวลานั้น ก็จักได้สำเร็จเป็นพระ
อรหันต์ขีณาสพอย่างแน่นอน ด้วยว่าสุเมธดาบส มีอรหัต
พระพุทธนามว่า พุทโธ...พุทโธ...พุทโธ...อยู่เป็นนิตยกาล
แผ้วถางทางสถานที่ให้เตียนโล่งเป็นอันดี แล้วเปลื้องหนัง
เสือออกจากกายผูกทำเป็นถุงสำหรับหิ้วมูลดิน เอามาเทถม
ปรับพื้นให้ราบเรียบ ยังไม่ทันที่จะทำได้สำเร็จเหลือระยะ
ทางเพียงช่วงตัวบุรุษก็มีเสียงกึกก้องป่าวร้องให้เป็นที่รู้กันว่า
สมเด็จพระมิ่งมงกุฎพุทธทีปังกรศาสดา เสด็จพาขีณาสพ
สงฆ์มากมายมาใกล้จะถึง เสียงอื้ออึ้งด้วยสำเนียงทวยเทพ
และมนุษย์ก็ดังด้วยความโสมนัสเป็นหนักหนานำเสด็จ
พระพุทธดำเนินมา ฝูงเทพยดาก็ประโคมทิพยดนตรี หมู่
มนุษย์ก็ประโคมดีดสีตีเป่าตามประสา เทพยดาบางหมู่ก็
โปรยปรายทิพยบุปผา มีดวงดอกทิพยมณฑารพโกสุมเป็น
ประธาน ลอยเลื่อนเคลื่อนทุกทิศานุทิศ ณ เบื้องบนนภากาศ
มนุษยชาติบางหมู่ก็ยกซึ่งเครื่องสักการะบูชาล้วนแต่เครื่อง
หอมแห่ห้อมล้อมจรลีตามเสด็จพระพุทธทีปังกรพุทธเจ้ามา
ด้วยความเลื่อมใสศรัทธา
คุณรุ่งเรืองแก่กล้าเต็มอยู่ในขันธสันดานแล้ว แต่สุเมธฤาษีผู้
หาใช่มนุษย์ธรรมดาสามัญไม่ แท้จริงเธอคือพระโพธิสัตว์
สร้างบารมีเพื่อพระโพธิญาณปรารถนาได้ตรัสรู้เป็นองค์
สมเด็จพระสัพพัญญูพุทธเจ้ามานานนับได้ ๒ กาลแล้ว คือ
๑. กาลอันเป็นส่วนของมโนปณิธาน โดยดำริในใจ
ว่า เราจักเป็นพระพุทธเจ้าสักพระองค์หนึ่งให้ได้ในอนาคต
แต่มิได้เปล่งวาจาแต่ประการใด นับเป็นเวลานานถึง ๗
กาลครั้งนั้นสุเมธดาบสผู้มีศรัทธา ก็ตั้งจิตอธิษฐาน
อุทิศชีวิตถวายแก่พระพุทธองค์ จึงปลดเปลื้องชฎาสยายเกศา
ลาดปูผ้าเปลือกไม้กับหนังเสือรองลงบนเชือกตม แล้วทอด อสงไขย
กายนอนคว่ำหน้าลงต่อถนนที่ขาดลาดสมเป็นเลนเหลว
๒. กาลอันเป็นส่วนวจีปณิธาน โดยเปล่งวาจาว่า
กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ | ๖๑