ลูกกตัญญู วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 2 หน้า 79
หน้าที่ 79 / 132

สรุปเนื้อหา

ธรรมเนียมเก่าอย่างหนึ่งที่ถือปฏิบัติกันมาคือ ผู้เป็น แหละที่เรียกว่าลูกกตัญญู ลูกกตัญญูนั้นเมื่อยังมีชีวิตอยู่ ลูกจะต้องเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ของตนให้ดีให้มีความสุข ไม่ ผู้คนทั่วไปก็ยกย่องสรรเสริญว่าเป็นคนดีน่าคบหาสมาคมด้วย ทำให้พ่อแม่ต้องเดือดร้อน ไม่ทิ้งให้อยู่อย่างเงียบเหงา ว้าเหว่ตามลำพัง ทั้งนี้ เพราะพ่อแม่เคยเลี้ยงตนมาแล้ว เคยเสียสละเพื่อตนมามากแล้ว เมื่อท่านอายุมากขึ้นก็เป็น หน้าที่ของลูกที่จะต้องเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ตอบแทน การเลี้ยง พ่อเลี้ยงแม่นั้น จะต้องเลี้ยงทั้งร่างกายและจิตใจ คือไม่ให้ พ่อแม่อดอยาก ไม่ให้ลำบาก อย่างที่โบราณว่า “เมื่อท่านยัง ดี ก็ปรนนิบัติรับใช้ เมื่อท่านเจ็บไข้ ก็ดูแลรักษา เมื่อท่านมรณา ก็จัดการศพให้” ประพฤติตัวให้ดี ให้ท่านหมดห่วงและสบาย ใจ ไม่ทำให้ท่านต้องน้ำตาตกหรือ

หัวข้อประเด็น

- ลูกกตัญญู

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ธรรมเนียมเก่าอย่างหนึ่งที่ถือปฏิบัติกันมาคือ ผู้เป็น แหละที่เรียกว่าลูกกตัญญู ลูกกตัญญูนั้นเมื่อยังมีชีวิตอยู่ ลูกจะต้องเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ของตนให้ดีให้มีความสุข ไม่ ผู้คนทั่วไปก็ยกย่องสรรเสริญว่าเป็นคนดีน่าคบหาสมาคมด้วย ทำให้พ่อแม่ต้องเดือดร้อน ไม่ทิ้งให้อยู่อย่างเงียบเหงา ว้าเหว่ตามลำพัง ทั้งนี้ เพราะพ่อแม่เคยเลี้ยงตนมาแล้ว เคยเสียสละเพื่อตนมามากแล้ว เมื่อท่านอายุมากขึ้นก็เป็น หน้าที่ของลูกที่จะต้องเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ตอบแทน การเลี้ยง พ่อเลี้ยงแม่นั้น จะต้องเลี้ยงทั้งร่างกายและจิตใจ คือไม่ให้ พ่อแม่อดอยาก ไม่ให้ลำบาก อย่างที่โบราณว่า “เมื่อท่านยัง ดี ก็ปรนนิบัติรับใช้ เมื่อท่านเจ็บไข้ ก็ดูแลรักษา เมื่อท่านมรณา ก็จัดการศพให้” ประพฤติตัวให้ดี ให้ท่านหมดห่วงและสบาย ใจ ไม่ทำให้ท่านต้องน้ำตาตกหรือช้ำใจเพราะการกระทำ และคำพูดของตน ลูกที่เลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ได้อย่างนี้ ท่านเรียกว่า “ลูกกตัญญู” ลูกที่ทอดทิ้งพ่อแม่ไม่เอาใจใส่พ่อแม่ ท่านเรียกว่า “ลูกอกตัญญู” ลูกที่ทำร้ายร่างกายหรือจิตใจพ่อแม่ ทำพ่อ แม่ให้เสียใจช้ำใจ ท่านเรียกว่า “ลูกเนรคุณ” ลูกที่นับว่าเป็นลูกกตัญญูที่แท้นั้น คือลูกที่รู้และ ปฏิบัติตามธรรมเนียม ๓ อย่างคือ และลูกหลานก็จะถือเอาเป็นแบบอย่างต่อไป พอตัวเองแก่ เฒ่าลง ลูกหลานก็จะเลี้ยงดูตนเช่นนั้นบ้าง เพราะเห็น ตัวอย่างมาอย่างนั้น กลายเป็นธรรมเนียมไปโดยปริยาย ส่วนลูกอกตัญญูและลูกเนรคุณนั้นเป็นที่รังเกียจของผู้คนทั่วไป ไม่มีใครอยากไว้วางใจ เพราะอาจนำความเสียใจมาให้ใน ภายหลัง ขนาดพ่อแม่ของเขาแท้ๆ เขายังอกตัญญูหรือ เนรคุณได้ ประสาอะไรกับคนอื่น ทำไมเขาจะทำเช่นนั้นไม่ ได้ในเมื่อสบโอกาส ลูกเช่นนั้นพอแก่เฒ่าลงก็มักจะถูกลูก หลานทอดทิ้ง ปล่อยให้ว้าเหว่ทุกข์ใจอยู่ตามลำพัง จะบอก จะพูดอะไรก็ไม่ได้ เพราะตนเองก็เคยทำอย่างนั้นกับพ่อแม่ มาแล้ว เป็นกงเกวียนกำเกวียนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทําบุญใส่บาตรหรือกราบไหว้พระซึ่งอยู่ในวัด ได้ บุญได้ความดีอย่างไร เลี้ยงดูพ่อแม่ กราบไหว้พ่อแม่ ก็ ย่อมได้บุญได้ความดีอย่างนั้น เพราะพ่อแม่ก็เป็นพระเช่น เดียวกัน คือเป็นพระประจำตัวประจำบ้านของลูกๆ ท่าน ๑. รู้ว่าพ่อแม่มีอุปการะต่อตนอย่างไร คือรู้ว่าท่าน ยกย่องพ่อแม่ว่าเป็นพระอรหันต์ของลูกเสียด้วยซ้ำไป เคยทำ เคยให้ เคยเลี้ยงดูตนมาอย่างไร ๒. รู้ว่าพ่อแม่ต้องการอะไรจากตน คือรู้ถึงจิตใจของ ท่าน รู้ถึงความประสงค์ของท่านว่า ท่านต้องการจะให้ตน ทำอะไรเพราะพ่อแม่จะไม่พูดถึงความประสงค์ของตนในข้อนี้ ลูกจะต้องรู้เอาเอง ๓. รู้ว่าตนจะต้อง ตอบแทนพ่อแม่อย่างไร คือเมื่อ รู้สองอย่างข้างต้นแล้ว ก็ทำ ตอบแทนคือเลี้ยงดูท่านทั้ง ร่างกายและจิตใจ ส่วนจะ เลี้ยงดูตอบแทนอย่างไรก็จะ ต้องรู้ได้ด้วยตนเอง ลูกที่รู้ทั้งสามอย่างนี้ ทำบุญใส่บาตรหรือกราบไหว้พระซึ่งอยู่ในวัด ได้บุญได้ความดีอย่างไร เลี้ยงดูพ่อแม่ กราบไหว้พ่อแม่ ก็ย่อมได้บุญได้ความดีอย่างนั้น เพราะพ่อแม่ก็เป็นพระเช่นเดียวกัน คือ เป็นพระประจำตัวประจำบ้านของลูกๆ กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ ๗๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More