การสร้างบารมีเพื่อพระโพธิญาณ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 2 หน้า 64
หน้าที่ 64 / 132

สรุปเนื้อหา

เราจักตรัสเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งให้จงได้ในอนาคต แล้วก็สร้างพระบารมีเพื่อพระสัมโพธิญาณนับเป็นเวลานานได้ ๙ อสงไขย ด้วยการสั่งสมบุญบารมีมานานนับ ๑๖ อสงไขย จึงทำให้พระฤๅษีเกิดความคิดอันบรรเจิดจ้าขึ้นในเวลานั้นว่า “จะมีประโยชน์อันใหญ่หลวงอันใด หากเราได้ อมตธรรมและข้ามโอฆสงสารเพียงลำพังตนคนเดียว ต่อ ดมบรมครู” สั่งสมบรมโพธิสมภาร เป็นพุทธังกรหน่อพระชินสีห์ โพธิสัตว์มานาน สืบไปเบื้องหน้าในอนาคตกำหนดได้ ๔ อสงไขยแสนมหากัป เธอจักได้ตรัสเป็นพระสัมมาสัมพุทธ เจ้าองค์หนึ่งซึ่งทรงพระนามว่า สมเด็จพระศรีศากยมุนีโค เมื่อองค์สมเด็จพระสัพพัญญูที่ปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงมีพุทธฎีกาตรัสพยากรณ์ฉะนี้แล้ว ก็ทรงสงเคราะห์ยก พาพระมหาขีณาสพสงฆ์เหยียบกายสะพานนั้นไปพอ เป็นการฉลองศรัทธา ฝ่ายเทพนิกร นาค ครุฑ มนุษย์ คนธรร

หัวข้อประเด็น

- การสร้างบารมีเพื่อพระโพธิญาณ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เราจักตรัสเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งให้จงได้ในอนาคต แล้วก็สร้างพระบารมีเพื่อพระสัมโพธิญาณนับเป็นเวลานานได้ ๙ อสงไขย ด้วยการสั่งสมบุญบารมีมานานนับ ๑๖ อสงไขย จึงทำให้พระฤๅษีเกิดความคิดอันบรรเจิดจ้าขึ้นในเวลานั้นว่า “จะมีประโยชน์อันใหญ่หลวงอันใด หากเราได้ อมตธรรมและข้ามโอฆสงสารเพียงลำพังตนคนเดียว ต่อ ดมบรมครู” สั่งสมบรมโพธิสมภาร เป็นพุทธังกรหน่อพระชินสีห์ โพธิสัตว์มานาน สืบไปเบื้องหน้าในอนาคตกำหนดได้ ๔ อสงไขยแสนมหากัป เธอจักได้ตรัสเป็นพระสัมมาสัมพุทธ เจ้าองค์หนึ่งซึ่งทรงพระนามว่า สมเด็จพระศรีศากยมุนีโค เมื่อองค์สมเด็จพระสัพพัญญูที่ปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงมีพุทธฎีกาตรัสพยากรณ์ฉะนี้แล้ว ก็ทรงสงเคราะห์ยก พาพระมหาขีณาสพสงฆ์เหยียบกายสะพานนั้นไปพอ เป็นการฉลองศรัทธา ฝ่ายเทพนิกร นาค ครุฑ มนุษย์ คนธรรพ์ เมื่อได้สดับพระพุทธฎีกาดังนั้น ต่างก็น้อมหัตถ์ ขึ้นนมัสการมหาดาบสสุเมธมุนีด้วยความชื่นชมยินดีทุก เมื่อใดที่เราได้บรรลุถึงความเป็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้าข้าม ทักขิณบาทเบื้องขวาขึ้นจรดกายดาบสก่อน แล้วเสด็จบทจร โอฆสงสารแล้ว เมื่อนั้นเราจักยังสัตว์ทั้งปวงทั้งมนุษยโลก แลเทวดาให้ข้ามได้ด้วย ช่วยส่งให้ข้ามถึงฝั่งพระนฤพาน เช่นเดียวกับพระชินสีห์ทีปังกรนี้ให้จงได้ ฝ่ายสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทีปังกรสัมมา สัมพุทธเจ้า ครั้นเสด็จมาทอดพระเนตรเห็นดาบสซึ่งทอด กายนอนทอดตนให้เป็นสะพานอยู่เช่นนั้น จึงได้เสด็จเข้ามา ใกล้สถิตอยู่ ณ เบื้องเศียรเกล้าแห่งสุเมธฤาษี ทรงพิจารณา ดูด้วยสัพพัญญุตญาณแล้ว ก็พลันมีพุทธฎีกาตรัสประกาศ ถ้วนหน้า ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาตั้งมั่นในบวรพระพุทธ ศาสนาของผู้เขียนและมหาชนทั้งหลาย เมื่อผู้เขียนได้ทราบ ข่าว การสร้างสะพานแก้วเชื่อมต่อระหว่างสภาธรรมกาย สากลและมหาธรรมกายเจดีย์ ให้รู้สึกปีติยินดี เป็นหนักหนาเพราะคาดว่าจะได้มีส่วนร่วมใน การสร้างทานมหากุศลถาวรวัตถุขึ้น เพื่อเป็น ทางเดินอันสะดวกสบายแก่พระภิกษุสงฆ์และ สาธุชนผู้ใจบุญสืบไปในภายหน้า ทั้งยังได้ทราบ ถึงอานิสงส์แห่งการร่วมปัจจัยร่วมแรงสร้าง สะพานถวายพระภิกษุสงฆ์ แม้จะมิได้ทอดกาย ลงเป็นสะพานเหมือนมหาดาบสสุเมธมุนี ก็ยังมี ผลก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งในปัจจุบันทันตาเห็น ด้วยผลบุญอันเกิดจากการให้ทานนี้ จักนำมา ซึ่งเครื่องเหนี่ยวรั้งใจให้คนคิดถึง คิดช่วยเหลือ ตอบสนองและป้องกันยามเราตกยาก แก่ประชาชนพุทธบริษัททั้งหลายในที่นั่นว่า “ดูราท่านทั้งปวงเอ๋ย ! ถ้าท่านทั้งหลายแคล้วคลาด จากอมตธรรม ไม่ได้บรรลุธรรมวิเศษในศาสนาแห่งเรา ตถาคตนี้แล้ว และยังต้องท่องเที่ยวอยู่ในภพสงสารนานไป ในอนาคตเบื้องหน้าแล้วไซร้ ขอท่านทั้งหลายจงปรารถนา ให้ได้บรรลุธรรมวิเศษคือมรรคผลนิพพานในศาสนาของ ดาบสผู้นี้เถิด ด้วยว่าต่อไปภายหน้า ดาบสผู้นี้จักได้ตรัส เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งเหมือนกัน เพราะดาบสนี้เธอ ๖๒ | กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ เหมือนกับมีสะพานเดินข้ามฟาก เชื่อมฝั่งทั้งสองให้ต่อเนื่อง กัน ให้ความสะดวกรวดเร็วและสบายแก่ผู้เดินข้ามไปมา ทั้งยังเป็นบันไดไต่เต้าไปสู่สวรรค์คือภพที่มีความสุขความ เจริญดังคำบาลีที่ว่า ทาน สคุค โสปาณี “ทานเป็นบันไดไต่ไปสู่สวรรค์”
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More