ข้อความต้นฉบับในหน้า
คนจริงเท่านั้นที่สังคมยอมรับ คนที่ชอบโกหกหลอกลวงคือ
คนที่หนีความจริง ฉะนั้น คนที่ชอบโกหกหลอกลวงก็จะหนี
คนจริง คนที่รักษาศีลข้อนี้ได้ เลยสามารถป้องกันตนเอง
จากการหลอกลวงได้ โทษอย่างเบาที่สุดของการโกหก คือ
ทำให้เกิดเป็นมนุษย์ผู้ถูกกล่าวหาด้วยเรื่องไม่จริง บางคน
ถูกใส่ร้ายป้ายสีจนเสียผู้เสียคน บางคนก็อาจถึงขั้นฆ่าตัวตาย
ศีลข้อที่ ๕. เป็นการป้องกันการสูญเสียสติ
สัมปชัญญะ อันจะเป็นเหตุให้ไม่มีหิริโอตตัปปะ คือการเกรง
กลัวต่อบาป เพราะเมื่อไม่มีหิริโอตตัปปะก็ย่อมทำความชั่ว
ได้อย่างคาดไม่ถึง โทษอย่างเบาที่สุดของการดื่มหรือเสพ
ของมึนเมาให้โทษคือ ทำให้เกิดเป็นมนุษย์ผู้มีจิตใจเลื่อนลอย
ขาดสติหรือเป็นบ้า เพราะได้สั่งสมความประมาทขาดสติ
ให้แก่ตนเองด้วยการดื่มน้ำเมาเสมอมา
ส่วนการรักษาศีลทั้ง ๕ ข้อนี้ นอกจากผู้รักษาจะได้
รับประโยชน์โดยตรง บุคคลรอบข้าง ก็จะได้รับอานิสงส์จาก
ผู้รักษาด้วย นี้เองย่อมแสดงว่า การทำความดี ความดีย่อม
คุ้มครองผู้ทำ และคุ้มครองสังคมคนรอบข้างด้วย ถ้าคนใน
สังคมทำความดีมาก สังคมก็จะสงบสุขมาก ดังที่
พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย (พระราชภาวนาวิสุทธิ์)
เปิดให้มีโครงการบ้านกัลยาณมิตร ย่อมเป็นการสร้างสังคม
ครอบครัว ให้มีความสุข ถ้าเปิดบ้านกัลยาณมิตรทั้งหมู่บ้าน
หมู่บ้านนั้นก็จะสงบสุขทั้งหมู่บ้าน ถ้าเปิดบ้านกัลยาณมิตร
ทั้งจังหวัด จังหวัดนั้นก็จะเต็มไปด้วยคนดี เพราะการเปิด
บ้านกัลยาณมิตรเป็นการเปิดโอกาสให้ชีวิตได้ทำความดีคือ
การทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา ซึ่งเป็นกิจหลักของ
การพัฒนาชีวิต
การสมาทานศีลมี ๒ วิธี คือ
๑. สมาทานด้วยตนเอง โดยมุ่งถึงเจตนาความตั้งใจ
เป็นหลัก จะกล่าวคำสมาทานแบบเต็มด้วยตนเองหรือกล่าว
แบบย่ออย่างเช่น ข้าพเจ้าจะไม่ฆ่า ข้าพเจ้าจะไม่ลัก อย่าง
นี้เป็นต้นไปจนถึง ข้อ ๕ ก็ได้
๒. สมาทานต่อหน้าพระภิกษุ โดยให้พระภิกษุกล่าว
นำแล้วผู้สมาทานกล่าวตาม ที่สมาทานต่อหน้าพระภิกษุก็
เพื่อจะให้ท่านเป็นสักขีพยานในการทำความดี วิธีอย่างที่
๒ นี้นิยมทำกันมากอย่างหนึ่ง เป็นประเพณีของชาวพุทธ
ไทยที่ถือปฏิบัติกันมาจนถึงทุกวันนี้
วิธีการสมาทานทั้ง ๒ อย่างนี้ ล้วนมีอานิสงส์เท่า
กันหากสามารถรักษาศีลได้บริสุทธิ์ เพียงแต่ต่างกันที่วิธี
การสมาทานเท่านั้น
คำกล่าวสมาทานศีล ๕
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส
(กล่าว ๓ หน)
พุทธ์ สรณ์ คจฺฉามิ
ธมฺม สรณ์ คจฺฉามิ
สงฆ์ สรณ์ คจฺฉามิ
ทุติยมปิ พุทธ สรณ์ คัจฉามิ
ทุติยมปี ธมุม สรณ์ คัจฉามิ
ทุติยมฺปิ สงฆ์ สรณ์ คจฺฉามิ
ตติยมปี พุทธ สรณ์ คัจฉามิ
ตติยมปี ธมฺม สรณ์ คัจฉามิ
ตติยมปี สงฆ์ สรณ์ คัจฉามิ
ปาณาติปาตา เวรมณี สิกขาปท์ สมาทิยามิ
อทินนาทานา เวรมณี สิกขาปท์ สมาทิยามิ
กาเมสุมิจฉาจารา เวรมณี สิกขาปท์ สมาทิยามิ
มุสาวาทา เวรมณี สิกขาปท์ สมาทิยามิ
สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณี สิกขาปท์ สมาทิยามิ
(สมาทานด้วยตนเอง สามารถกล่าวสมาทานได้
ตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ถ้าสมาทานต่อหน้าพระภิกษุ ให้กล่าว
ตามท่านตั้งแต่ต้นจนจบ)
ศีล พระมหาเถระที่เป็นโปราณกบัณฑิต ท่านได้ให้
หลักปฏิบัติ ซึ่งรจนาไว้ในวิสุทธิมรรคว่า
ศีลที่เรารักษานั้นมีความสะอาดเป็นปัจจุปัฏฐาน
(มีผลานิสงส์)
๘๐ | กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓