ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระอุโบสถที่งามด้วยศิลปกรรมขนาดนี้ คงสร้างได้ครั้งนี้ครั้งเดียว
เพราะช่างไทยที่มีฝีไม้ลายมือสรรค์สร้างงานราวเทวดาเนรมิตขนาดนี้
อาจจะหาได้ยากเต็มที่หรือไม่เหลืออีกแล้วในเมืองไทย เพราะฉะนั้น
ใครได้เห็นรายละเอียดอันทรงคุณค่าด้วยศิลปกรรมนี้แล้ว ต้องถือว่า
เป็นบุญตาจริงๆ เพราะสิ่งเหล่านี้สะท้อนความละเมียดละไมละเอียด
อ่อนของวิถีชีวิตไทยในร้อยปีที่แล้วได้แทบหมดสิ้น
ภายในโบสถ์ พระประธานทรงพระนามว่า พระพุทธอังคีรส ทรง
มีพระฉวีวรรณที่เป็นทองคำทั้งองค์ มีผ้ากลีบหน้าตักกว้าง ๒ ศอก ประดิษฐานอยู่
บนชุกชีหินอ่อนที่สั่งจากประเทศอิตาลี พระนามพุทธอังคีรส เป็นพระนามของพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามหนึ่ง แปลว่า มีพระรัศมีเจิดจ้าออกจากพระวรกาย โดย
หล่อในรัชกาลที่ ๔ สิ้นทองคำเนื้อแปดหนักร้อยแปดสิบบาท และเป็นทองคำที่
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงแต่งพระองค์เมื่อยังทรงพระเยาว์
กล่าวกันว่าขนาดของพระพุทธอังคีรสนั้น เท่ากับองค์จริงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผมนึกไม่ถึงมาก่อนเลยว่า การชมวัดราชบพิธฯ แบบหนุ่มลูกทุ่งเข้ากรุงครั้งนี้
จะทำให้ผมหมดคำบรรยายได้จริงๆ แต่สิ่งที่ได้ในวันนี้นั้น ทำให้ผมเข้าใจหลายๆ
อย่างในความเป็นไทยขึ้นเยอะเลยทีเดียว อย่างน้อยก็พอบอกตัวเองได้ว่า พุทธ
สถาปัตยกรรมอันวิจิตรแห่งวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามนี้ คือมุมสะท้อนที่ทำให้รู้ว่า
แม้เมืองไทยจะไม่รวยล้นฟ้า แต่ว่าการที่เรายังพออยู่
พอกินท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจที่ตกต่ำได้ยาวนาน
ขนาดนี้ เพราะมีบุญเก่าที่ปู่ย่าตาทวดสร้าง
ยอดพระเจดีย์เป็นลูกแก้วกลม ครอบผอบที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
วัดวาอารามในพระพุทธศาสนาเอาไว้ บุญจึงได้ส่งผล
เผื่อแผ่มาถึงรุ่นลูกหลานอย่างพวกเราในเวลานี้
เพราะฉะนั้น ผมจึงคิดว่าเราเองก็ควรจะสร้างบุญไว้
เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้ลูกหลานในภายหน้าเหมือนกัน
๖๘ | กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔๓