พระพุทธพจน์และธรรมกาย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 2 หน้า 93
หน้าที่ 93 / 132

สรุปเนื้อหา

แจ่มแจ้งแก่พระตถาคตโดยพลัน ทันที, ตรัสย้อนถามว่า ท่านเป็นผู้ ฉลาดในส่วนประกอบน้อยใหญ่ของ รถใช่หรือไม่ กราบทูลว่าฉลาดใน ส่วนประกอบของรถ, ตรัสถามต่อ ไปว่า เมื่อมีผู้มาถามว่า นี้เป็น ส่วนประกอบน้อยใหญ่อะไรของรถ ท่านจะต้องคิดก่อนหรือไม่ว่า ถ้า เขาถามอย่างนี้ จักตอบอย่างนี้ หรือว่าเรื่องนั้นแจ่มแจ้งแก่ท่าน โดยพลันทันที, กราบทูลตอบว่า ข้าพระองค์เป็นช่างทำรถ รู้เจนจบ ในส่วนประกอบน้อยใหญ่ของรถ เรื่องนั้นจึงแจ่มแจ้งแก่ข้าพระองค์ โดยพลันทีเดียว จึงตรัสว่า แม้ ตถาคตก็ฉันนั้น เพราะความที่ธรรมธาตุนั้น ตถาคตแทง ตลอดดีแล้ว การตอบปัญหานั้น จึงแจ่มแจ้งกะตถาคตโดย ทันที" อนึ่ง พระพุทธพจน์ที่มาในพระไตรปิฎก เกิดขึ้นด้วย อัธยาศัยของพระองค์บ้าง อัธยาศัยของเหล่าสัตว์บ้าง เกิด เพราะเกิดเหตุขึ้นบ้าง และเกิดขึ้นด้วยกา

หัวข้อประเด็น

- พระพุทธพจน์และธรรมกาย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

แจ่มแจ้งแก่พระตถาคตโดยพลัน ทันที, ตรัสย้อนถามว่า ท่านเป็นผู้ ฉลาดในส่วนประกอบน้อยใหญ่ของ รถใช่หรือไม่ กราบทูลว่าฉลาดใน ส่วนประกอบของรถ, ตรัสถามต่อ ไปว่า เมื่อมีผู้มาถามว่า นี้เป็น ส่วนประกอบน้อยใหญ่อะไรของรถ ท่านจะต้องคิดก่อนหรือไม่ว่า ถ้า เขาถามอย่างนี้ จักตอบอย่างนี้ หรือว่าเรื่องนั้นแจ่มแจ้งแก่ท่าน โดยพลันทันที, กราบทูลตอบว่า ข้าพระองค์เป็นช่างทำรถ รู้เจนจบ ในส่วนประกอบน้อยใหญ่ของรถ เรื่องนั้นจึงแจ่มแจ้งแก่ข้าพระองค์ โดยพลันทีเดียว จึงตรัสว่า แม้ ตถาคตก็ฉันนั้น เพราะความที่ธรรมธาตุนั้น ตถาคตแทง ตลอดดีแล้ว การตอบปัญหานั้น จึงแจ่มแจ้งกะตถาคตโดย ทันที" อนึ่ง พระพุทธพจน์ที่มาในพระไตรปิฎก เกิดขึ้นด้วย อัธยาศัยของพระองค์บ้าง อัธยาศัยของเหล่าสัตว์บ้าง เกิด เพราะเกิดเหตุขึ้นบ้าง และเกิดขึ้นด้วยการถามบ้าง พระองค์ทรงอาศัยพระญาณเครื่องพิจารณาของกายธรรม จึงทรงบัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผยตามเหตุเกิดนั้นๆ ด้วยพระ วาจา ฉะนั้นคำว่า “คิดพุทธพจน์” ในที่นี้พระอรรถกถาจารย์ จึงกล่าวหมายเอาพระญาณนั้น ดังที่ท่านกล่าวไว้ใน อรรถกถานาคสูตร อังคุตตรนิกาย ชื่อ มโนรถบูรณี (ไทย มหามกุฏ เล่ม ๓๖/๖๕๔) ว่า “นาค คือ ช้าง ชื่อว่า มีปลายงวงเป็นเครื่องพิจารณา ช้างนั้นพิจารณาถึงสิ่งที่แข็ง อ่อน และสิ่งของที่ควรเคี้ยว กินด้วยปลายงวงนั้น ต่อแต่นั้นก็ละสิ่งของที่ควรละ คว้าเอา สิ่งของที่ควรคว้า ฉันใด การคิดถึงธรรม กล่าวคือ ญาณเครื่อง กำหนดส่วนแห่งธรรม ชื่อว่าเป็น วีมิสา (ญาณเครื่องพิจารณา) ของนาค คือ พระพุทธเจ้า ฉันนั้นเหมือนกัน เพราะว่า พระพุทธเจ้านั้นทรงรู้จักภัพพาภัพพบุคคล (ผู้ควรตรัสรู้ และไม่ควรตรัสรู้) ด้วยญาณนั้น ด้วยเหตุนั้น พระกาฬุทายี เถระ จึงกล่าวว่า ไม่สา ธมฺมจินตนา” พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงรู้ ทรงทราบ ทรงใคร่ครวญธรรมคือ พระไตรปิฎกด้วยโลกุตรญาณของ โลกุตรกายนั้น จึงทรงประกาศ ธรรมทั้งปวงได้ด้วยพระวาจา ยัง สรรพสัตว์ให้ตรัสรู้ตามสมควรแก่ อัธยาศัย เหตุนั้น พระองค์จึงทรง พระนามว่า “ธรรมกาย” ข้อว่า พระวรกายของพระผู้ มีพระภาคจัดเป็นธรรมแท้ เพราะ สำเร็จด้วยธรรม ดังนี้ ท่านหมายเอา บารมีธรรมที่พระองค์ทรงบำเพ็ญ มานับภพนับชาติถ้วน จัดเป็น โลกุตรกุศลธรรมที่ทำให้เกิดโลกุตร กาย ที่เรียกว่า “ธรรมกาย” ที่มีญาณ รู้เห็นธรรมทั้งปวงได้ (ท่านมิได้หมายเอาโลกียกุศลธรรม คือบุญ ที่ให้เกิดโลกียกาย รู้เห็นได้เฉพาะโลกียธรรม จึงยัง ต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ร่ำไป) บารมีธรรมเป็นธรรมที่ให้ สำเร็จเป็นกายของพระผู้มีพระภาคนั้นดังพรรณนามานี้ ฉะนั้น พระองค์จึงทรงพระนามว่า “ธรรมกาย” คำว่า พรหมกาย ในที่นี้พระอรรถกถาจารย์ท่านมิได้ หมายเอา กายของพวกพรหม อันเป็นกายละเอียดส่วนโลก ยะมีอันต้องแปรปรวนไปเป็นธรรมดา เพราะทรงป้องกัน ความเข้าใจผิดแต่แรกแล้วด้วยคำแรกคือคำว่า “ธรรมกาย” ฉะนั้นท่านจึงมุ่งหมายเอากายธรรมอันเป็นโลกุตระ ซึ่ง สำเร็จมาแต่ธรรมอันประเสริฐ คือ บารมีธรรมที่ทรง บำเพ็ญมานับภพนับชาติถ้วน จึงกล่าวว่า “พรหมกาย” คำว่า ธรรมภูต ที่ท่านกล่าวว่า สภาวธรรม หมายถึง อริยสภาวะ คือเข้าถึงสภาวะอันประเสริฐ ไม่มีการผันแปร ดับสลายอีกต่อไป กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ | ๙๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More