ความสำคัญของพระพุทธศาสนาในสังคมไทย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 2 หน้า 67
หน้าที่ 67 / 132

สรุปเนื้อหา

อย่างน้อยก็เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกความเป็นพุทธศาสนิกชนใน ผมท้าอย่างนี้เป็นประจำ บ้างให้พระพุทธศาสนา สังคมไทย ได้โปรดหันกลับมาแสวงหาคุณค่าของพระศาสนาต่อไป ผมนึกถึงเรื่องนี้ทีไร เลือดไทยที่มีอยู่ในตัว มันทวีความเข้มข้นขึ้นมาทุกที เมื่อรถโดยสารวิ่งผ่านวัด เลยทำให้นึกถึงพระราชศรัทธาอันยิ่งใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงสร้างวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ซึ่งเป็นพุทธสถาปัตยกรรมอันวิจิตรประจำ รัชกาลที่ ๕ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ โดยทรงสร้างขึ้นมาเชิดชูพระพุทธศาสนาได้ สำเร็จ ในท่ามกลางภาวะที่เมืองไทยเผชิญหน้าการถูกล่าอาณานิคมจากอังกฤษกับ ฝรั่งเศส ผมกลับไปเปิดประวัติศาสตร์ทบทวนดู ก็พบว่าในช่วงสักร้อยปีที่ผ่านมานี้ ความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของคนไทยเปลี่ยนแปลงลดลงไปมากทีเดียว โชคยัง ดีที่ในช่

หัวข้อประเด็น

- ความสำคัญของพระพุทธศาสนาในสังคมไทย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อย่างน้อยก็เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกความเป็นพุทธศาสนิกชนใน ผมท้าอย่างนี้เป็นประจำ บ้างให้พระพุทธศาสนา สังคมไทย ได้โปรดหันกลับมาแสวงหาคุณค่าของพระศาสนาต่อไป ผมนึกถึงเรื่องนี้ทีไร เลือดไทยที่มีอยู่ในตัว มันทวีความเข้มข้นขึ้นมาทุกที เมื่อรถโดยสารวิ่งผ่านวัด เลยทำให้นึกถึงพระราชศรัทธาอันยิ่งใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ๕ ที่ทรงสร้างวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ซึ่งเป็นพุทธสถาปัตยกรรมอันวิจิตรประจำ รัชกาลที่ ๕ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ โดยทรงสร้างขึ้นมาเชิดชูพระพุทธศาสนาได้ สำเร็จ ในท่ามกลางภาวะที่เมืองไทยเผชิญหน้าการถูกล่าอาณานิคมจากอังกฤษกับ ฝรั่งเศส ผมกลับไปเปิดประวัติศาสตร์ทบทวนดู ก็พบว่าในช่วงสักร้อยปีที่ผ่านมานี้ ความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของคนไทยเปลี่ยนแปลงลดลงไปมากทีเดียว โชคยัง ดีที่ในช่วงร้อยปีแรกของการสร้างกรุงรัตนโกสินทร์นั้น พระเจ้าแผ่นดินทุกๆ พระองค์ของพวกเราทรงวางรากฐานของพระพุทธศาสนาไว้อย่างแน่นหนายิ่งนัก เพราะเพื่อเป็นการทำนุบำรุงและวางรากฐานพระพุทธศาสนาให้มั่นคง สถาพรในแผ่นดินไทย พระอารามหลวงประจำรัชกาลของพระมหากษัตริย์แต่ละ พระองค์ จึงได้ถูกสถาปนาขึ้นมาสำหรับทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นการส่วน พระองค์อย่างต่อเนื่อง โดยข้อสำคัญของวัดประจำรัชกาลนั้น ต้องมีการอัญเชิญพระ บรมอัฐิหรือพระบรมราชสรีรังคารในรัชกาลนั้น มาประดิษฐานไว้ที่ผ้าทิพย์ใต้พุทธ บัลลังก์พระประธานในพระอุโบสถ วัดประจำรัชกาลที่ ๑ คือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดประจำรัชกาลที่ ๒ คือ วัดอรุณราชวราราม วัดประจำรัชกาลที่ ๓ คือ วัดราชโอรสาราม วัดประจำรัชกาลที่ ๔ คือ วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม วัดประจำรัชกาลที่ ๕ คือ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ในรัชกาลที่ 5 นั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรง คำนึงว่า วัดในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นสถานศึกษาของกุลบุตรได้มีการ สร้างขึ้นไว้มากแล้ว จึงทรงนิยมโปรดการสร้างโรงเรียนแทนการสร้างวัด ๗ ดังเช่นโรงเรียนวชิราวุธที่ปรากฏสืบมาทุกวันนี้ ด้วยแนวพระราชดำรินี้ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ก็มิได้ทรงสร้างวัดขึ้น ใหม่ หากทรงรับพระราชภาระทำนุบำรุงบูรณปฏิสังขรณ์วัดราชบพิธ สถิตมหาสีมาราม ซึ่งเป็นวัดประจำรัชกาลของสมเด็จพระราชบิดา แทน การสร้างวัดใหม่ วัดราชบพิธฯ จึงเป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๗ ด้วย และวัดประจำรัชกาลที่ ๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันท มหิดล คือ วัดสุทัศนเทพวราราม ผลจากการวางรากฐานความมั่นคงให้พระพุทธศาสนาอย่าง ต่อเนื่องของพระมหากษัตริย์ไทยของพวกเรานั้นเอง แม้สภาพสังคม ทุกวันนี้จะตกอยู่ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำความยากจนบีบคั้นอย่างหนักสัก ที่มีอยู่สองข้างทาง จนสังเกตเห็นผลดี จากคนรอบข้างว่า ถ้าผู้โดยสารในรถคนใด มีฟันใจดี เขาก็กล้าจะ ยกมือไหว้พระตามๆ กันมา ส่วนใครคนไหน ไม่เคยสังเกตว่าถนนแถบ นั้นมีวัดตั้งอยู่ เขาก็จะเริ่มสังเกต และเริ่มย้อนกลับมา ทบทวนความเป็น พุทธศาสนิกชนของตัวเอง กำแพงแก้วและเสาหัวเม็ดทรงมณฑปปิดทอง กัลยานมิตร กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ | ๖๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More