ข้อความต้นฉบับในหน้า
ธรรมดาพระพุทธเจ้าทั้งหลาย เมื่อจะทรงแสดงธรรม
จะทอดพระเนตรอุปนิสัยแห่งคุณ แล้วจึงทรงแสดงธรรม
ตามอำนาจอัธยาศัย
๒๓. เมื่อเรื่องเกิดขึ้น จึงทรงบัญญัติสิกขาบท
๒๔. เมื่อเหตุต้นเรื่องเกิดขึ้น จึงตรัสชาดก
๒๕. ตรัสพุทธวงศ์ในสมาคมพระประยูรญาติ
๒๖. ทรงทำปฏิสันถารกับภิกษุอาคันตุกะ
๒๗. พระตถาคตทั้งหลายยังมิได้บอกลา (ผู้นิมนต์ให้
อยู่จำพรรษา) จะไม่หลีกไปที่อื่น
๒๘. ทรงทำกิจก่อนและหลังเสวย ยามต้น ทรง
ประทานโอวาทแก่ภิกษุสงฆ์ ยามกลาง พยากรณ์ปัญหาแก่
เทวดา ยามปลาย เสด็จเดินจงกรม สีหไสยาสน์ ตรวจดู
สัตวโลก
๒๙. เสวยสูกรมัททวะในวันปรินิพพาน
๓๐. ทรงเข้าสมาบัติยี่สิบสี่แสนโกฏิสมาบัติแล้วจึง
ปรินิพพาน
ทั้ง ๓๐ ประการนี้ เป็นปกติธรรมดาที่มีในพระ
สัพพัญญูทุกพระองค์ ที่ปรากฏในคัมภีร์ “มธุรัตถวิลาสินี
อรรถกถา ขุททกนิกาย พุทธวงศ์” นอกจากนี้ยังมีพุทธธรรมดา
ธรรมดาของพระพุทธเจ้าที่ปรากฏในคัมภีร์ชั้นพระไตรปิฎก
และอรรถกถาอีกมากมาย อาทิ
เมื่อมีเหตุ
ธรรมดาพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ทรงทำการแย้ม
เมื่อเสด็จเข้าสู่เรือนไม่ต้องก้ม เพราะแผ่นดิน
ใหญ่ย่อมยุบลง หรือเรือนสูงขึ้น นี้เป็นผลแห่งทานที่
พระพุทธเจ้าทั้งหลายนั้นถวายไว้ดีแล้ว ในเวลาเสด็จออกไป
แล้ว ทุกสิ่งก็เป็นปกติเหมือนเดิม
ย่อมไม่รับภิกษาประจำในที่แห่ง
เดียวด้วยประชาชนเป็นจำนวนมากย่อมหวัง
เฉพาะการมาของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
- ในโลกธาตุเดียวกันมีพระสัมมา
สัมพุทธเจ้า อย่างมากไม่เกิน ๑ พระองค์ ไม่มี
๒ พระองค์ หรือมากกว่านั้น เพราะ
สามารถรองรับพระคุณของพระตถาคต
พระองค์เดียวเท่านั้น ถ้ามี ๒ พระองค์
โลกธาตุนี้จะรองรับไม่ได้ อุปมาเหมือน
๙๔ | กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓
เกวียนบรรทุกรัตนะเต็มเสมอปาก ๒ เล่ม จะนำรัตนะจาก
เกวียนเล่มหนึ่งไปเกลี่ยใส่อีกเล่มหนึ่ง เกวียนเล่มนั้นย่อมไม่
สามารถรองรับรัตนะของเกวียนทั้ง ๒ ได้
- ย่อมไม่บังเกิดในตระกูลแพทย์ (ค้าขาย) หรือ
ตระกูลศูทร ใช้แรงงาน) แต่จะบังเกิดในตระกูลกษัตริย์
หรือตระกูลพราหมณ์เท่านั้น แล้วแต่ว่ายุคนั้นโลกยกย่อง
ตระกูลใด
ทรงมีพระอัธยาศัยชอบป่า ยินดีป่า
ธรรมดาพระผู้มีพระภาคเจ้าทั้งหลาย จะไม่ทรง
ละทิ้งสมมติของโลก ทรงดำรงอยู่ในถ้อยคำของชาวโลก ใน
ภาษาของชาวโลก ในการเจรจาของชาวโลก
- ย่อมเกิดขึ้นเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่คนทั้งหลาย
ย่อมเป็นผู้อนุเคราะห์โลก
- ย่อมมีพระมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ เช่น มี
พระทนต์ครบ ๔๐ ถ้วน
เมื่อเสด็จดำเนินไป ย่อมทอดพระเนตรดูเพียงชั่ว
แอก พระชานุของพระองค์ไม่ลั่น ไม่รีบร้อนเสด็จดำเนินไป
ทรงก้าวพระบาทเบื้องขวาก่อน
- ทรงหลุดพ้นจากการถือตัวและดูหมิ่นท่าน เป็นผู้
มีพระองค์เสมอในสัตว์ทั้งปวง
พระพุทธมังสจักษุ ทรงเห็นตลอด ๑ โยชน์โดยรอบ
ทั้งที่แจ้ง ที่มุงบัง ทั้งกลางวันกลางคืน แม้มีความมืด
ประกอบด้วย ๔ คือ พระอาทิตย์อัสดง วันอุโบสถกาฬปักษ์
แนวป่าทึบ ก้อนอกาลเมฆใหญ่ตั้งขึ้น ก็ทรงเห็นได้ตลอด
โยชน์โดยรอบ
กำลังพระวรกายของพระตถาคตเจ้าพระองค์เดียว
เท่ากับ กำลังช้างตระกูลฉัททันตะ ๑๐ เชือก
หรือเท่ากับกำลังบุรุษ ๑ หมื่นโกฏิคน
- ย่อมตรัสถ้อยคำสุภาษิต พระ
ดำรัสไม่มีผิดพลาดไม่เป็นสอง
ย่อมไม่มีวรรณมัจฉริยะ ตระหนี่
คุณความดีของผู้อื่น
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งในอดีต
ปัจจุบัน และในอนาคต ย่อมเคารพพระ
สัทธรรม
ฯลฯ