การเข้าถึงธรรมกาย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 4 หน้า 6
หน้าที่ 6 / 132

สรุปเนื้อหา

เป็นจริงที่ไม่มีอะไรกำบัง ทั้งเรื่องราวในอดีต ปัจจุบัน อนาคต เห็นไปถึงไหนก็รู้ไปถึงนั่น ความสว่างแห่งดวง ปัญญาสว่างครอบคลุมไปหมดทุกทิศทุกทาง พอเห็น แล้วก็หายสงสัย เข้าใจไปตามความเป็นจริง เมื่อเข้าใจว่าอะไรเป็นแก่นสาร อะไรคือของจริง อะไรคือของเก๊ ก็จะปล่อยวางไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่ไม่ เป็นสาระแก่นสาร ใจก็จะมาอยู่กับสิ่งที่เป็นแก่นสาร แล้วก็มองเห็นเป้าหมายของชีวิตว่าต้องไปที่สุดแห่งธรรม คือเข้ากลางของกลางเรื่อยไปให้สุดทางสายกลาง นั่นแหละจึงจะพ้นจากบ่าวจากทาสของพญามาร จึงจะ เข้าใจชีวิตได้แจ่มแจ้งกว่านี้ ตลอดเส้นทางสายกลางนั้น มีความรู้ต่างๆ เกิด จะใช้บุญกันไม่เป็น ปล่อยให้พญามารจูงจมูก เหมือนที่ หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านพูดว่า ให้พญามารจูงจมูก เหมือนวัวเหมือนควายที่เขาเอาเชือกร้อยจมูก สนจมูก จูงไ

หัวข้อประเด็น

- การเข้าถึงธรรมกาย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เป็นจริงที่ไม่มีอะไรกำบัง ทั้งเรื่องราวในอดีต ปัจจุบัน อนาคต เห็นไปถึงไหนก็รู้ไปถึงนั่น ความสว่างแห่งดวง ปัญญาสว่างครอบคลุมไปหมดทุกทิศทุกทาง พอเห็น แล้วก็หายสงสัย เข้าใจไปตามความเป็นจริง เมื่อเข้าใจว่าอะไรเป็นแก่นสาร อะไรคือของจริง อะไรคือของเก๊ ก็จะปล่อยวางไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่ไม่ เป็นสาระแก่นสาร ใจก็จะมาอยู่กับสิ่งที่เป็นแก่นสาร แล้วก็มองเห็นเป้าหมายของชีวิตว่าต้องไปที่สุดแห่งธรรม คือเข้ากลางของกลางเรื่อยไปให้สุดทางสายกลาง นั่นแหละจึงจะพ้นจากบ่าวจากทาสของพญามาร จึงจะ เข้าใจชีวิตได้แจ่มแจ้งกว่านี้ ตลอดเส้นทางสายกลางนั้น มีความรู้ต่างๆ เกิด จะใช้บุญกันไม่เป็น ปล่อยให้พญามารจูงจมูก เหมือนที่ หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านพูดว่า ให้พญามารจูงจมูก เหมือนวัวเหมือนควายที่เขาเอาเชือกร้อยจมูก สนจมูก จูงไปอย่างนั้น นี่ท่านใช้คำแรงๆ อย่างนี้ทีเดียว ลูกทุกคนฟังแล้วต้องเจ็บใจทีเดียวว่า เราปล่อย ให้พญามารมาจูงจมูกเราให้ไปในเรื่องราวที่ไร้สาระ ให้ เกียจคร้านในการแสวงหาสิ่งที่ดีงาม แสวงหาธรรมกาย ให้โกงตัวเอง คือตัวเองอยากจะมีความสุข อยากเข้าถึง ความสุข อยากหายเซ็ง เครียด เบื่อ กลุ่ม อยากเข้าถึง ธรรม แต่ก็ได้แต่คิดไม่ลงมือปฏิบัติ หรือปฏิบัติสวนทาง กันกับหนทางที่จะเข้าถึงความสุขที่แท้จริง ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่า จะเข้าถึงได้มันต้องฝึกใจให้หยุดให้นิ่ง แต่เกียจคร้าน ขึ้นมากมายเหมือนเราท่องไปสู่ทะเลแห่งความรู้อันไม่มี เอาใจไปนึกคิดเรื่องอื่น ไปเถลไถล อย่างนี้ท่านเรียกว่า ขอบเขต ไม่มีฝั่ง เหมือนฝั่งแห่งความรู้นั้นถูกทำลายให้ ขาดด้วยญาณทัสสนะและธรรมจักขุของพระธรรมกาย ไปสู่ทะเลแห่งความรู้อันบริสุทธิ์ คือเป็นความรู้ที่จะ ทำให้หลุดพ้นจากพญามาร ไม่ใช่เป็นความรู้ที่ทำให้ เกี่ยวข้องโลก ติดอยู่ในกรอบวิชชาของพญามาร ที่ทำให้ เราติดตรึงไว้กับโลก ให้หมกมุ่น ให้มัวเมา ให้หลง เพลิดเพลินอยู่ แล้วก็ฝังใจ ติดอยู่ในใจเป็นพันธสัญญา เป็นพันธนาการของชีวิต ผูกพันพัวพันกันสืบต่อกันไป สุดท้ายก็หมดเวลากันไปชาติหนึ่ง ถ้าลูกเข้าถึงธรรมกาย ธรรมจักขุเกิดขึ้น ญาณ ทัสสนะเกิดขึ้น เราก็จะเห็นเรื่องราวของตัวเราเองว่า เกิดมาจากไหน เกิดมาทำไม และจุดหมายปลายทางมัน อยู่ตรงไหน และจะไปได้อย่างไร ไม่ไปได้ไหม ไปแล้ว มันจะดียังไง รู้ได้เห็นได้ด้วยตัวของตัวเองเป็นเรื่องราว ทีเดียว มองเห็นเป็นช่องทางไป นี่จึงเป็นความรู้ที่สำคัญ เป็นกิจที่สำคัญที่ติดตัวเรามานับภพนับชาติไม่ถ้วน ถ้าหากว่าเราไม่ใช้กายมนุษย์เป็นไปเพื่อภารกิจ อันนี้ การเกิดมาชาตินี้ก็ตายฟรี เพราะฉะนั้น อย่าขี้ เกียจนั่งธรรมะกันนะลูกนะ ลูกทุกคนเป็นผู้มีบุญ มี บารมีที่สั่งสมกันมายาวนานมากพอที่จะเข้าถึงธรรมกายได้ มากพอที่จะศึกษาวิชชาธรรมกายได้ แต่ว่ามีบุญแล้วมัก โกงตัวเอง เพราะฉะนั้น ถ้าอยากจะเข้าถึงธรรม อยาก จะรู้เห็นจริงจนกระทั่งหายสงสัยล่ะก็ ต้องไม่โกงตัวเอง ไม่เกียจคร้าน แล้วก็หมั่นฝึกใจไปเถิด บุญเรามีอยู่แล้วมากพอจะเข้าถึงพระธรรมกายถึง วิชชาธรรมกายในเดี๋ยวนี้ ในชาตินี้ ไม่ใช่ชาติหน้าหรือ ชาติถัดๆ ไป เมื่อเรารู้ตัวเรามีบุญมากขนาดนี้ เหลือ อย่างเดียวเราก็ต้องลงมือปฏิบัติให้จริงจัง อย่าส่งใจไปที่ อื่น ทำให้มันถูกหลักวิชชาให้ได้ ทำได้อย่างนี้เป็นต้อง เข้าถึงธรรมกายทุกคน การเกิดมาชาตินี้จึงได้ชื่อว่าได้ ทำกรณียกิจแห่งชีวิตได้อย่างสมบูรณ์ กัลยาณมิตร เมษายน ๒๕๕๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More