พระเจ้าอโศกและการบวชในพระพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 4 หน้า 54
หน้าที่ 54 / 132

สรุปเนื้อหา

ว่าอมรวดีในสรวงสวรรค์ เมื่อพระเจ้าอโศกเสด็จพระราชดำเนินไป ยังพระวิหาร ได้ประทับยืนอยู่ ณ ท่ามกลาง ภิกษุสงฆ์ซึ่งมีพระอรหันต์นับแสนรูป พระ อรหันต์เหล่านั้นมีดำริร่วมกันว่า “ถ้าพระราชาจะพึ่งทอดพระเนตรเห็น ทานอันยิ่งใหญ่ไม่มีส่วนเหลือของ พระราชาทรงสดับคำของพระเถระ แล้วยิ่งเกิดปีติปราโมทย์ยิ่งขึ้น ทรงดำริว่า “เรากำลังยกย่องเชิดชูพระศาสนาด้วย ไทยธรรม เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจะได้ชื่อว่า เป็น ทายาทแห่งพระศาสนาหรือไม่ ?" พระองค์ไม่ ทรงรอช้า จึงตรัสถามพระมหาเถระว่า พระองค์ ก็จะพึงเลื่อมใสใน แม้ใครก็ตามถวายปัจจัย พระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง” เหล่าพระอรหันต์จึงได้ช่วย จํานวนมหาศาลกองสูง ม กันทำปาฏิหาริย์ ที่เรียกกันว่า โลก ตั้งแต่แผ่นดินไปจนถึง วิวรณ์ หรือการเปิดโลก ในบัดนั้นเอง พรหมโลก ผู้นั้นก็ยังไม่ พระเจ

หัวข้อประเด็น

- พระเจ้าอโศกและการบวชในพระพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ว่าอมรวดีในสรวงสวรรค์ เมื่อพระเจ้าอโศกเสด็จพระราชดำเนินไป ยังพระวิหาร ได้ประทับยืนอยู่ ณ ท่ามกลาง ภิกษุสงฆ์ซึ่งมีพระอรหันต์นับแสนรูป พระ อรหันต์เหล่านั้นมีดำริร่วมกันว่า “ถ้าพระราชาจะพึ่งทอดพระเนตรเห็น ทานอันยิ่งใหญ่ไม่มีส่วนเหลือของ พระราชาทรงสดับคำของพระเถระ แล้วยิ่งเกิดปีติปราโมทย์ยิ่งขึ้น ทรงดำริว่า “เรากำลังยกย่องเชิดชูพระศาสนาด้วย ไทยธรรม เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจะได้ชื่อว่า เป็น ทายาทแห่งพระศาสนาหรือไม่ ?" พระองค์ไม่ ทรงรอช้า จึงตรัสถามพระมหาเถระว่า พระองค์ ก็จะพึงเลื่อมใสใน แม้ใครก็ตามถวายปัจจัย พระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง” เหล่าพระอรหันต์จึงได้ช่วย จํานวนมหาศาลกองสูง ม กันทำปาฏิหาริย์ ที่เรียกกันว่า โลก ตั้งแต่แผ่นดินไปจนถึง วิวรณ์ หรือการเปิดโลก ในบัดนั้นเอง พรหมโลก ผู้นั้นก็ยังไม่ พระเจ้าอโศกทรงประทับ อาจเรียกว่าเป็นทายาทใน พระศาสนาได้ แต่หากใคร ยืนอยู่ที่อโศการามนั้น ได้ทรง เหลียวดูทั้ง ๔ ทิศ ทอดพระเนตร เห็นชมพูทวีป ที่แวดล้อมด้วย มหาสมุทรโดยรอบ และพระวิหาร ก็ตาม แม้จะเป็นคนร่ำรวย หรือจะเป็นคนยากจน ๘๔,๐๐๐ หลัง ที่งดงามสว่างไสว หากได้มอบบุตรหรือธิดาให้ ภายหลังการฉลองพระวิหารและ มีโอกาสบวชในพระพุทธ พระพุทธเจดีย์อย่างเกริกเกียรติ ศาสนา บุคคลนั้นท่าน ทรงพระปีติปราโมทย์อย่างใหญ่หลวง จึงตรัสถามพระมหาเถระว่า เรียกว่า “เป็นทายาทแห่ง “ข้าแต่พระคุณเจ้า ในพระ พระศาสนา” ศาสนานี้ มีใครบ้างที่สละทรัพย์ อย่างมากมายยิ่งใหญ่กว่าโยม ?” พระองค์ทรง ถามตรงๆ เลย พระเถระถวายพระพรว่า “มหาบพิตร ขึ้นชื่อว่าผู้ถวายปัจจัยเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา แม้ในขณะสมัยที่พระพุทธองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ ก็ไม่มีใครสละทรัพย์เพื่อถวายทานมากเท่า พระองค์ ดังนั้น พระองค์ทรงมีการบริจาค ยิ่งใหญ่กว่าใครๆ” “โยมบริจาคทรัพย์ มากมายเห็นปานนี้ ได้ชื่อว่า เป็น ทายาทในพระพุทธศาสนาแล้ว หรือยัง?” พระมหาเถระทูลว่า “มหาบพิตร ผู้ที่จะเป็นทายาทแห่ง พระศาสนานั้น ไม่ใช่เพราะเหตุเท่านี้ ผู้ถวายปัจจัยเพียงเท่านี้ได้ชื่อว่า ผู้ถวายปัจจัยหรือเรียกว่าเป็น อุปัฏฐากเท่านั้น จริงๆ แล้ว แม้ ใครก็ตามถวายปัจจัยจำนวน มหาศาลกองสูงตั้งแต่แผ่นดินไป จนถึงพรหมโลก ผู้นั้นก็ยังไม่อาจ เรียกว่าเป็นทายาทในพระศาสนาได้ แต่หากใครก็ตาม แม้จะเป็นคน ร่ำรวยหรือจะเป็นคนยากจน หาก ได้มอบบุตรหรือธิดาให้มีโอกาส บวชในพระพุทธศาสนา บุคคลนั้น ท่านเรียกว่า “เป็นทายาทแห่งพระศาสนา” จากนั้น พระองค์จึงทรงให้พระราชโอรส และพระราชธิดาบวช พระเถระทั้งหลายจึงทูล พระองค์ว่า “ขอถวายพระพร บัดนี้ มหาบพิตรเป็น ทายาทในพระพุทธศาสนาแล้ว” การฉลองพระวิหารเจดีย์ของพระเจ้า อโศกในครั้งนั้น เพื่อบูชาพระธรรมคำสั่งสอนทั้ง ๕๒ ตาณมิตร เมษายน ๒๕๕๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More