ข้อความต้นฉบับในหน้า
เพราะพระอาจารย์วศิล จนฺทกนฺโต นิมนต์ให้ไปเป็น
อาจารย์กรรมในการอยู่ปริวาสของท่าน
ราว ๔ โมงเย็น พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย
ได้ไปเยี่ยมเยียนที่ธุดงคสถานล้านนาโดยไม่ได้แจ้งให้ใคร
ทราบล่วงหน้า ท่านยืนคุยใต้ต้นไม้ใหญ่อย่างร่าเริงและเป็น
กันเอง
คุยเสร็จท่านก็เดินตรวจงานไปทางข้างศาลา
ปฏิบัติธรรม มีต้นมะม่วงปลูกเรียงรายเต็มสนาม มีมะม่วง
ข้างทางเดินต้นหนึ่งเป็นต้นเล็กสูงไม่ถึงเมตรแต่ออกดอกมาก
ดอกมากจนแทบไม่เห็นใบ ต้นมะม่วงข้าง ๆ อีกต้นเป็นต้น
สูงใหญ่ใบดกแต่มีดอกนิดเดียว หลวงพ่อหยุดเดินแล้วชี้ไปที่
ต้นมะม่วงต้นเล็กบอกว่า มะม่วงต้นนี้เหมือนคนจน
ทุนทรัพย์แต่มีกำลังใจยิ่งใหญ่ ใจสู้ ไม่ท้อแท้ จนทรัพย์แต่
ไม่อับปัญญา ไม่ตระหนี่ แต่ต้นใหญ่เหมือนคนมั่งมี แต่ถูก
ความตระหนี่ครอบงำจิตใจไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้แก่
ชาวโลก
หลวงพ่อช่างเข้าใจนำธรรมชาติใกล้ตัวมาสอนเป็น
ธรรมะให้แก่ลูกๆ ทำให้จดจำได้ง่าย แม้เหตุการณ์ที่ผ่านมา
แล้วเกือบ ๑๐ ปี ก็ยังจดจำได้อย่างไม่ลืมเลือน
ที่โรงปั้น
หลังฉันเพลวันจันทร์ที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๓
ขณะที่เดินกลับที่พักข้างอาคารภาวนา เจอพระเดชพระคุณ
หลวงพ่อธัมมชโยที่โรงปั้น ท่านให้กำลังใจในการ
ปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิภาวนาว่า “อย่าท้อนะ ต้องได้นะ ไม่ได้
ไม่มี ไม่มีไม่ได้ ไม่ได้ต้องเอาให้ได้ จะได้เป็นกำลังใจให้
กับพระรูปอื่นๆ ด้วย.... วันก่อนมีโยมเล่าให้หลวงพ่อฟังว่า
เจอตุ๊ (เป็นภาษาเหนือ หมายถึงหลวงปู่) แต่เป็นสามเณร
อายุเกือบ ๗๐ ไม่ยอมบวชพระ ท่านรักการปฏิบัติมาก ๗
วัน ฉันแค่มื้อเดียว บอกว่าเสียเวลา นี่หลวงพ่อกำลังวางระบบ
พอวางระบบเสร็จอะไรเข้าที่เข้าทาง จะได้นั่งหลับตาเต็มที่
พวกเราสู้นะ..."
แล้วเราก็ลาหลวงพ่อ เพราะเห็นท่านกำลังจะปั้น
องค์พระต่อ ซึ่งตอนนี้กำลังปั้นเศียรพระองค์ใหญ่ที่ลานธรรม
(เป็นองค์ที่ลานธรรมองค์ที่ ๓) ขนาดหน้าตัก ๓ เมตร
และได้เห็นองค์พระที่ปั้นจำลองย่อส่วนขนาดประมาณ ๙ นิ้ว
มีอีกองค์หนึ่งลักษณะคล้ายมนุษย์นั่งขัดสมาธิ มีชฎา มี
สร้อยสังวาล มีที่รัดแขนทั้ง ๒ ข้าง สวยมาก พิจารณาดูแล้ว
ที่แท้ก็คือ “กายทิพย์” นั่นเอง รูปปั้นอีกชิ้นหนึ่งเป็น “ช้างแก้ว”
น่ารักมาก หัวค่อนข้างโต แต่หูเล็กไม่ใหญ่เหมือนช้าง
ธรรมดาที่เราเห็นทั่วไป ตัวกลมขากลม ขาสั้นไม่ยาว ดูไป
ดูมาหน้าตาคล้ายเด็กทารกเห็นแล้วมีความน่ารักน่าเอ็นดู
อย่างยิ่ง
นับว่าหลวงพ่อธัมมชโย มีความสามารถพิเศษใน
การปั้น แม้ไม่เคยเรียนไม่เคยศึกษาด้านนี้มาแต่ก็ทำได้ดี
เป็นอย่างยิ่ง การเข้าถึงธรรมะภายในก็ว่ายากแล้ว ยัง
สามารถถ่ายทอดของละเอียดภายในให้ออกมาเป็นของ
หยาบให้เราเห็นด้วยการปั้นอีก สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะกระทำได้
ง่ายๆ เลย ผู้เขียนภูมิใจที่ได้มีโอกาสเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อ
ผู้ทรงคุณธรรมมีความปรีชาสามารถมีอยู่บ่อยครั้งที่แอบภูมิใจ
ปีติ ยกย่อง อยู่เงียบๆ
โอวาทแด่พระพี่เลี้ยง
เนื่องจากมีการปรับรูปแบบการทํางานภายในวัด-
พระธรรมกาย มูลนิธิธรรมกาย พระเดชพระคุณหลวงพ่อ
ธัมมชโย ได้เมตตาให้คณะพระพี่เลี้ยงพระภิกษุและคณะ
พระพี่เลี้ยงสามเณร ได้เข้าพบและให้โอวาท เมื่อวันอังคารที่
๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๓
เวลาประมาณ ๙.๐๐ น. คณะพระพี่เลี้ยงสามเณร
เข้าพบก่อน ผู้เขียนเองขณะนั้นก็เป็นพระพี่เลี้ยงของพระภิกษุ
จึงยืนรออยู่นอกห้องประชุม พอประชุมเลิกผู้เขียนได้ถาม
พระพี่เลี้ยงของสามเณรว่า หลวงพ่อพูดว่าอย่างไร เมื่อ
ท่านเล่าจบรู้สึกประทับใจคำหลวงพ่อประโยคหนึ่งว่า “ให้
ดูแลสามเณรเหมือนดูแลสมบัติพระศาสนาที่มีค่ายิ่ง พระ
๙๒ mall + เมษายน ๒๕๕๗