ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทั้งคู่ไม่ยอม จะถวายท่าเดียว หลวงพ่อจึงบอกว่า “ถ้าอย่าง
นั้นหลวงพ่อขอรับไว้ ๕ แสน ก็พอ” ทั้งสามีภรรยาก็ยืนยัน
ว่าจะถวาย ๑ ล้านบาท หลวงพ่อพูดว่า “หลวงพ่อขอรับ ๕
แสน แต่ให้บุญเท่าเดิม” ทั้งคู่ปรึกษากันสักครู่แล้วจึงเรียน
หลวงพ่อว่า “ลูกขอถวาย ๑ ล้าน แต่ขอให้ได้บุญ ๒ เท่า
หลวงพ่อเห็นในกุศลจิตที่แรงกล้าของบุคคลทั้ง ๒ จึงรับไว้
เพื่อขยายงานพระพุทธศาสนาสืบไป
ไม่รับแหวน
๒
เดือนเมษายน เวียนมาทีไร คุณอนันต์ อัศวโภคิน
จะพาสมาชิกส่วนหนึ่งของบริษัทแลนด์แอนด์เฮาส์ ไปนั่ง
สมาธิกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อเป็นประจํา
เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๑ คุณอนันต์ พาสมาชิกไปนั่ง
สมาธิราว ๓๐ คน วันสุดท้ายของการปฏิบัติธรรม ผู้ร่วม
ปฏิบัติธรรมครั้งนั้นได้ร่วมถวายทองคำเพื่อหล่อพระธรรม
กายประจำตัวบนยอดโดม
มีสถาปนิกท่านหนึ่งยังไม่ค่อยศรัทธาหลวงพ่อเท่าไร
ที่มาเพราะเกรงใจเจ้านาย คือคุณอนันต์ มากกว่า ครั้นเห็น
คนอื่นถวายทองคำ ตนเองจึงถอดแหวนที่มีอยู่ถวาย แหวน
วงนี้เป็นแหวนพิเศษที่คุณอนันต์มอบให้แก่ผู้ร่วมงานที่
ทำงานครบ ๑๐ ปี) หลวงพ่อท่านรับประเคนแล้วพูดกับ
สถาปนิกท่านนั้นว่า “หลวงพ่อรับแล้วนะ ให้เราได้บุญ แต่
หลวงพ่อขอคืนให้ เพราะเป็นแหวนที่มีค่าสำหรับเรามาก”
หลวงพ่อพูดพร้อมกับหยิบแหวนส่งคืน สถาปนิกท่านนั้นไม่
ทราบจะทำอย่างไรจึงรับแหวนคืน แต่เหตุการณ์นี้ทำให้เขา
ศรัทธาหลวงพ่อมาก ไม่คิดว่าท่านจะเป็นคนดีขนาดนี้ จึง
เกิดความศรัทธาอย่างซาบซึ้ง
ละเอียดลออ - ไม่ดูดาย
วันพุธที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ ช่วงนั้นผู้
เขียนและพระภิกษุรวม ๔ รูป นั่งสมาธิบริเวณอาคารภาวนา
สายวันนั้น พระสมชาย อคฺคปญฺโญ และพระสันทัด
รวิวณโณ นั่งสมาธิในอาคารภาวนา พระวันชัย สุขวํโส
กับผู้เขียนนั่งสมาธิในที่พักข้างอาคารภาวนา นั่งไปได้สักครู่
เห็นพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยชะโงกหน้ามองทาง
หน้าต่างคงมองไม่เห็นพวกเรา เพราะนั่งอยู่ด้านหลังห้อง
แล้วท่านก็เดินไป ผู้เขียนรู้สึกแปลกใจ รีบลุกเดินตามหลวง
พ่อไป
หลวงพ่อเดินเข้าไปในอาคารภาวนา ซึ่งขณะนั้น
ยังอยู่ในระหว่างการตกแต่งอาคาร หลวงพ่อมองที่รูปติด
ผนังกลางห้องซึ่งเป็นรูปหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
แล้วให้ผู้เขียนไปตามพระอาจารย์ภูเบศ ฌานาภิญโญ ผู้
ควบคุมงานก่อสร้างทั้งหมดของวัดมา เมื่อมาถึงหลวงพ่อ
กับหลวงพี่ก็ปรึกษางานกัน พวกเราทั้ง ๔ รูป ก็ยืนฟังอยู่
หลวงพ่อบอกว่า ภาพหลวงพ่อวัดปากน้ำติดเอียง และไม่
ต้องฝังลงในผนัง เพราะทำให้ภาพจมไม่เด่น ผู้เขียนรู้สึกทึ่ง
ในตัวหลวงพ่อมาก ท่านช่างละเอียดลออ มองเห็นภาพที่
เอียงซึ่งเอียงเพียงเล็กน้อย พวกเรา ๔ รูป เดินเข้าเดิน
ออกทุกวันไม่เห็นแต่ท่านเห็น และท่านยังเป็นผู้เคารพ
ครูบาอาจารย์เป็นอย่างยิ่ง แม้เป็นรูปภาพก็ยังให้ดูดีที่สุด
ซึ่งเมื่อรูปภาพนั้นได้ถูกติดตั้งใหม่แล้วก็ดูดีกว่าของเก่าจริงๆ
นอกจากนี้ผู้เขียนยังประทับใจในตัวหลวงพี่ฌานาภิญโญ ที่
ท่านพนมมือคุยกับหลวงพ่อตลอดเวลา และทุกคำสั่งที่ได้รับ
ท่านพูดเหมือนกันทุกครั้งว่า “ได้ครับ.... ได้ครับ.... ได้ครับ”
พอออกจากอาคารภาวนา หลวงพ่อก็เดินไปที่
ระเบียงท่านอาคารภาวนา มีเก้าอี้ไฟเบอร์ตัวหนึ่งตั้งอยู่
บริเวณท่าน้ำนั้น ท่านก็ยก ผู้เขียนนึกว่าจะยกมานั่ง เปล่า
หรอก ! ท่านยกเก็บชิดมุมให้เรียบร้อย ประทับใจหลวงพ่อ
ที่เป็นผู้นำสูงสุดแต่ก็ไม่ดูดายกับสิ่งเล็กน้อย
นำธรรมชาติมาสอน
วันอังคารที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๓ ผู้เขียน
เพิ่งขึ้นไปที่ธุดงคสถานล้านนา จ.เชียงใหม่ ได้ ๒ วัน
กัลยาณมิตร เมษายน ๒๕๕๓ | ๔๑