การแสดงธรรมของพระอานนท์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 4 หน้า 91
หน้าที่ 91 / 132

สรุปเนื้อหา

อธิบายความว่า : พระอานนท์เถระเมื่อแสดงธรรมตามที่ได้ สดับมาจากพระผู้มีพระภาคเจ้าให้แก่ประชาชน ชื่อว่า ย่อม กระทำ พระธรรมกายของพระผู้มีพระภาคเจ้าให้ปรากฏ โดยปริยาย (โดยเหตุและโดยอ้อม) มีอธิบายว่า การได้เห็น แสงเงินแสงทองในยามรุ่งอรุณ ก็เป็นเหตุเริ่มต้นของการจะ ได้เห็นพระอาทิตย์ ฉันใด การได้สดับธรรมของพระผู้มีพระ ภาคเจ้าผู้ชื่อว่าเป็นธรรมกาย ก็เป็นเหตุเริ่มต้นของการจะ ได้เห็นพระธรรมกายของพระผู้มีพระภาคเจ้าฉันนั้นเหมือนกัน เพราะพระธรรมนั้น กลั่นออกมาจากหทัยของพระธรรมกาย ดุจแสงเงินแสงทองสาดส่องมาจากดวงอาทิตย์ ฉะนั้น แต่เมื่อบุคคลนำธรรมนั้นไปปฏิบัติ ตามอริยมรรค มีองค์ ๘ ชื่อว่า ย่อมกระทำพระธรรมกายของพระผู้มีพระ ภาคเจ้าให้ปรากฏชัดแก่ตนเองโดยนิปปริยาย (โดยผลและ โดยตรง) เลยทีเดียว ถ้าเห็นพระธรรมกายได

หัวข้อประเด็น

- การแสดงธรรมของพระอานนท์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อธิบายความว่า : พระอานนท์เถระเมื่อแสดงธรรมตามที่ได้ สดับมาจากพระผู้มีพระภาคเจ้าให้แก่ประชาชน ชื่อว่า ย่อม กระทำ พระธรรมกายของพระผู้มีพระภาคเจ้าให้ปรากฏ โดยปริยาย (โดยเหตุและโดยอ้อม) มีอธิบายว่า การได้เห็น แสงเงินแสงทองในยามรุ่งอรุณ ก็เป็นเหตุเริ่มต้นของการจะ ได้เห็นพระอาทิตย์ ฉันใด การได้สดับธรรมของพระผู้มีพระ ภาคเจ้าผู้ชื่อว่าเป็นธรรมกาย ก็เป็นเหตุเริ่มต้นของการจะ ได้เห็นพระธรรมกายของพระผู้มีพระภาคเจ้าฉันนั้นเหมือนกัน เพราะพระธรรมนั้น กลั่นออกมาจากหทัยของพระธรรมกาย ดุจแสงเงินแสงทองสาดส่องมาจากดวงอาทิตย์ ฉะนั้น แต่เมื่อบุคคลนำธรรมนั้นไปปฏิบัติ ตามอริยมรรค มีองค์ ๘ ชื่อว่า ย่อมกระทำพระธรรมกายของพระผู้มีพระ ภาคเจ้าให้ปรากฏชัดแก่ตนเองโดยนิปปริยาย (โดยผลและ โดยตรง) เลยทีเดียว ถ้าเห็นพระธรรมกายได้ดังนี้ แม้ บุคคลนั้นจะไม่ได้เห็นพระรูปกายของพระศาสดา ก็จะ ปราศจากความกระวนกระวายใจ และปาพจน์ คือ พระธรรมวินัย ก็หาได้มีพระศาสดาล่วงไปแล้ว (ปรินิพพาน) เหมือนลัทธิอื่นไม่ เพราะพระธรรมกายของผู้ปฏิบัติตาม พระธรรมวินัยแล้ว เข้าถึงอยู่เองนี่แหละ ย่อมเป็นพระศาสดา อันเป็นอมตะนิจกาล และผู้นั้นชื่อว่าไม่อยู่ปราศจากพระ ศาสดาสัมพุทธเจ้าทีเดียว ดังที่ท่านกล่าวไว้ในขุททกนิกาย ขุททกปาฐ (๒๕/๔๔๓/๔๙๖)ว่า ยะว่า พราหมณ์พาวผู้อาจารย์กล่าวคาถาถามพระปิง ท่านปิงคิยะ พระโคดมพระองค์ ใด ได้ทรงแสดงธรรมอันบุคคลพึ่งเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล เป็นที่สิ้นตัณหา ไม่ มีจัญไร หาอุปมาในที่ไหนๆ มิได้แก่ท่าน เพราะเหตุไรหนอ ท่านจึงอยู่ปราศจาก พระโคดมพระองค์นั้น ผู้มีพระปัญญา เป็นเครื่องปรากฏดุจแผ่นดิน มีพระ ปัญญากว้างขวาง สิ้นกาลแม้ครู่หนึ่งเล่า พระปิงคิยะกล่าวคาถาตอบ พราหมณ์พาวรีผู้อาจารย์ว่า ท่านพราหมณ์ พระโคดม พระองค์ใด ...ฯลฯ... อาตมามิได้อยู่ ปราศจากพระโคดมพระองค์นั้น ผู้มีพระปัญญาเป็นเครื่อง ปรากฏดุจแผ่นดิน มีพระปัญญากว้างขวาง สิ้นกาลแม้ครู่หนึ่ง ท่านพราหมณ์ อาตมาไม่ประมาททั้งกลางคืนกลางวัน เห็น อยู่ซึ่งพระพุทธเจ้า (พระธรรมกาย ผู้โคดมพระองค์นั้นด้วยใจ เหมือนเห็นด้วยจักษุตาเนื้อ) อาตมา มาสำคัญความไม่อยู่ ปราศจากพระพุทธเจ้าผู้โคดมพระองค์นั้นด้วยความไม่ ประมาท...ฯ หมายเหตุ : ข้อความตอนนี้มีปรากฏในหลายคัมภีร์ด้วยกัน คือ ๑. อรรถกถามัชฌิมนิกาย ชื่อ ปปัญจสูทนี ภาค ๑ เล่ม ๗ ข้อ ๑ หน้า ๑๑ ๒. อรรถกถาสังยุตตนิกาย ชื่อ สารัตถ ปกาสินี ภาค ๑ เล่ม ๑๑ ข้อ ๑ หน้า ๑๑ ๓. อรรถกถา ๑๒ อังคุตตรนิกาย ชื่อ มโนรถบูรณี ภาค ๑ เล่ม ๑๔ ข้อ ๑ หน้า ๔. อรรถกถาขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ ชื่อ ปรมัตถ โชติกา เล่ม ๑๗ หน้า ๔๖ และ ๕. อรรถกถาขุททกนิกาย อุทาน ชื่อ ปรมัตถทีปนี เล่ม ๒๖ ข้อ ๑ หน้า ๒๗ เป็นแต่เปลี่ยนจากคำว่า “ธมฺมกาย” เป็น “ธมฺมสรีร์” เท่านั้น แปล ว่า กายแห่งธรรม ได้เหมือนกัน กัลยากจมิตร เมษายน ๒๕๕๗ | ๘๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More