ข้อความต้นฉบับในหน้า
000
ค่าสาธรรม ราชปัญงบน้อ
ครั้นเมื่อเรียนจบจากมหาวิทยาลัยมาทำงาน
ก็พบว่านิสัยที่ครูเสกใส่ตัวมานั้น กลายเป็นสิ่งมีค่า
มากกว่าความรู้ที่ครูให้ไปเสียแล้ว เพราะหลายครั้งได้
รับมอบหมายให้ไปทำงานที่ไม่มีความรู้ในเรื่องนั้นสัก
ธุลีดินเลย แต่ก็ลุยผ่านไปได้ เพราะนิสัยที่ครูให้มานั่นแหละ
“ความตรงต่อเวลากับคิดก่อนทำ” ที่ครูใส่มาในตัวผมนี้เอง มันทำให้ความ
คิด คำพูด และผลงานของผมมันศักดิ์สิทธิ์กว่าเจ้าพ่อเจ้าแม่ทั้งหลายเสียอีก
ครั้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๓๓ ผมมาอบรมธรรมทายาทครั้งแรกใน
ชีวิตที่วัดพระธรรมกาย ผมก็ได้ฝึกสองเรื่องนี้อย่างเข้มข้นจากพระอาจารย์และ
พระพี่เลี้ยงอีกยี่สิบกว่ารูป
๒ อาทิตย์แรกของการอบรมที่ผมจำจนวันตาย ก็คือ พระอาจารย์ท่าน
ทุ่มเทเอาจริงเอาจังกับทุกคนมาก ท่านให้นั่งสมาธิตั้งแต่เช้ามืดยันดึก มุ่งมั่นจะให้
ผมสามารถบรรลุธรรมได้ทุกท่ายืน เดิน นั่ง นอน แล้วผมก็พบเรื่องน่าแปลกจาก
การทำสมาธิ คือ มีคนเข้าถึง “ธรรมกาย” ได้จริงๆ และที่น่าแปลกยิ่งกว่านั้นก็คือ
ทุกคนที่เข้าถึงต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวว่า “ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีจริง
อยู่ในตัวเรานี่แหละ”
ผมคงไม่พูดอะไรไปมากกว่านี้ เพราะเรื่องนี้ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง แต่คน
ที่เข้าถึงแล้ว เขาเล่าให้ฟังว่า ยืนก็เป็นสุข เดินก็เป็นสุข นั่งก็เป็นสุข นอนก็เป็นสุข
แม้แต่ปวดหัวตัวร้อนเป็นไข้ ก็ยังเป็นสุขในธรรม
พอครบกำหนดบวช พระอาจารย์ก็พาธรรมทายาททั้งหมดไปบรรพชา
อุปสมบทที่วัดเบญจมบพิตร และผมก็ได้เห็นพระอุโบสถที่ความงามดังไปทั่วโลก
ครั้งแรกในชีวิต
เดิมที วัดเบญจมบพิตร เป็นเพียงวัดเล็กๆ ของราษฎร มีชื่อเรียกตาม
ชาวบ้านอยู่ ๒ ชื่อ คือ วัดแหลม เพราะตั้งอยู่ปลายแหลมของสวนที่ติดกับทุ่งนา
กับเรียกอีกชื่อว่า วัดไทรทอง เนื่องจากมีต้นไทรทองอยู่ในวัดเป็นหลัก
ครั้นต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๓ ราวปี พ.ศ. ๒๓๖๙ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์ ทรงมีพระศรัทธาที่จะปฏิสังขรณ์ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อ
ไว้เป็นอนุสรณ์แห่งการที่พระองค์ได้ทรงตั้งกองบัญชาการป้องกันพระนครขึ้นที่นี่ใน
สมัยที่เจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ ยกกองทัพเข้ามายึดเมืองนครราชสีมาและ
ประกาศว่าจะยกมายึดกรุงเทพมหานครด้วย แต่สุดท้ายกองทัพเจ้าอนุวงศ์ต้อง
พ่ายแพ้แก่กองทัพไทยที่ยกขึ้นไปปราบเสียก่อน ด้วยเหตุนี้แนวการป้องกัน
พระนครจึงไม่มีการรบ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์ ได้ชักชวนพระเจ้าน้องอีก
๔ พระองค์ ที่ร่วมในเจ้าจอมมารดาเดียวกัน ปฏิสังขรณ์วัดแหลมหรือวัดไทรทอง
จนแล้วเสร็จ แต่ขณะนั้นก็ยังคงเป็นวัดเล็กๆ อยู่ จากนั้นได้ทรงสร้างพระเจดีย์ขึ้น
พระองค์ละองค์ไว้ที่หน้าวัด รวมเป็นพระเจดีย์ ๕ องค์ และในรัชสมัยพระบาท
เดิมที วัดเบญจมบพิตร
เป็นเพียงวัดเล็กๆ
ของราษฎร มีชื่อเรียก
ตามชาวบ้านอยู่ ๒ ชื่อ
คือ วัดแหลม เพราะตั้ง
อยู่ปลายแหลมของสวน
ที่ติดกับทุ่งนา กับเรียก
อีกชื่อว่า วัดไทรทอง
เนื่องจากมีต้นไทรทอง
อยู่ในวัดเป็นหลัก
กัลยาณมิตร เมษายน ๒๕๔๓ | ๖๕