การเล่าเรื่องและการเขียน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 4 หน้า 59
หน้าที่ 59 / 132

สรุปเนื้อหา

คือเปลผ้าขาวม้าของพ่อที่ผูกอยู่ระหว่างขาหยั่ง กระดานดำสอนนักเรียน เด็กนักเรียนของพ่อแม่ป้า เป็นเด็กวัยรุ่นทั้งสิ้น เพราะเวลานั้นเพิ่งประกาศการ ศึกษาภาคบังคับครั้งแรก เด็กอายุย่างเข้า ๘ ปี ถึง ๑๕ ปี ต้องเข้าโรงเรียน จึงมีแต่เด็กโตๆ มาเรียน และทุก คนเป็นพี่เลี้ยงป้าทั้งนั้น ถ้าหลับอยู่ก็ไม่เป็นไร พอตื่น ขึ้นมา คนโน้นอุ้มคนนี้อุ้ม ไม่อุ้มเปล่า ช่วยกันพูด ช่วยกันคุยตลอด ป้าจึงเป็นเด็กพูดได้เร็วมาก พอ เดินได้เตาะแตะ ก็เอาอย่างพ่อแม่ เดินถือไม้เรียว สอนบ้าง ตีบ้าง พวกพี่เลี้ยงทุกคนจึงสนุกสนาน ช่วย กันเย้าแหย่และรักป้ากันมาก พวกเขาเล่าให้ป้าฟัง ตอนป้าโตแล้วว่า ป้าพูดเก่งเป็นต่อยหอยทีเดียว ใคร ถามอะไรนิดหน่อย ป้าจะตอบได้ยาวๆ แถมชอบ บอกหวย ก.ข. ให้ทุกคนที่ถาม และก็บอกถูกด้วย สมัยนั้นยังไม่มีหวยล็อตเต

หัวข้อประเด็น

- การเล่าเรื่องและการเขียน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

คือเปลผ้าขาวม้าของพ่อที่ผูกอยู่ระหว่างขาหยั่ง กระดานดำสอนนักเรียน เด็กนักเรียนของพ่อแม่ป้า เป็นเด็กวัยรุ่นทั้งสิ้น เพราะเวลานั้นเพิ่งประกาศการ ศึกษาภาคบังคับครั้งแรก เด็กอายุย่างเข้า ๘ ปี ถึง ๑๕ ปี ต้องเข้าโรงเรียน จึงมีแต่เด็กโตๆ มาเรียน และทุก คนเป็นพี่เลี้ยงป้าทั้งนั้น ถ้าหลับอยู่ก็ไม่เป็นไร พอตื่น ขึ้นมา คนโน้นอุ้มคนนี้อุ้ม ไม่อุ้มเปล่า ช่วยกันพูด ช่วยกันคุยตลอด ป้าจึงเป็นเด็กพูดได้เร็วมาก พอ เดินได้เตาะแตะ ก็เอาอย่างพ่อแม่ เดินถือไม้เรียว สอนบ้าง ตีบ้าง พวกพี่เลี้ยงทุกคนจึงสนุกสนาน ช่วย กันเย้าแหย่และรักป้ากันมาก พวกเขาเล่าให้ป้าฟัง ตอนป้าโตแล้วว่า ป้าพูดเก่งเป็นต่อยหอยทีเดียว ใคร ถามอะไรนิดหน่อย ป้าจะตอบได้ยาวๆ แถมชอบ บอกหวย ก.ข. ให้ทุกคนที่ถาม และก็บอกถูกด้วย สมัยนั้นยังไม่มีหวยล็อตเตอรี่ พอป้าโตหน่อยราว ๗ - ๘ ขวบ มีเพื่อน นักเรียนทั้งโรงเรียน ทุกคนเอาใจเพราะเป็นลูกครูใหญ่ บังเอิญเวลานั้นประเทศของเราเพิ่งมีเครื่องรับวิทยุใช้ เป็นเครื่องที่ต้องใช้ถ่านไฟฉายหลายสิบก้อน ชาว บ้านธรรมดาไม่มีเงินซื้อ ทั้งหมู่บ้านจึงมีที่ บ้านป้าเพียงบ้านเดียว เพื่อนๆ นักเรียน จึงขอให้ป้าฟังนิยายจากวิทยุในตอนกลางคืน ตอนเช้าทุกคนไปโรงเรียน ก่อนโรงเรียนเข้า ป้าจะนั่งเด่นอยู่บนขอนไม้ มีเพื่อนนั่งฟัง นิยายที่ป้าเล่าอยู่รอบตัวเป็นกลุ่มใหญ่ เป็น อย่างนี้ทุกวัน มีบางครั้งเพื่อนๆ ก็ผิดหวังบ้าง เพราะป้าเกิดง่วงหลับไปก่อนนิยายจะเล่น เล่าให้ฟังมานี่ คุณจะเห็นว่า การที่ป้ามีพี่เลี้ยงเป็นเด็กโตๆ การต้องเล่า นิทานบ้าง นิยายบ้าง ละครบ้าง ให้เพื่อนๆ ฟัง เท่ากับเป็นการสร้างประสบการณ์การ ถ่ายทอดเรื่องราวให้ผู้อื่นรับรู้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการเล่าเรื่องให้ผู้อื่นฟัง ป้าจะ ต้องพยายามทั้งสองแบบ คือ ถ้ามีเวลา น้อยจะเล่าโดยย่อ เอาแต่เนื้อเรื่องสำคัญๆ ถ้ามีเวลามากจะเล่ารายละเอียดพร้อมทั้งความรู้สึก นึกคิดของตนเองให้เพื่อนฟังไปในตัวเสร็จ ประสบการณ์ที่ว่านี้กระทำซ้ำๆ อยู่เป็นปีๆ ดังนั้น พอเรียนสูงขึ้น อยู่ชั้นมัธยมศึกษา ในตัวเมือง จึงมีความสามารถเขียนเรียงความและ ย่อความเป็นพิเศษ โดยเฉพาะวิชาย่อความ มักได้ คะแนนเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่เป็นประจำ เรียงความก็ มักได้รับรางวัล เป็นเช่นนี้อยู่จนเรียนในมหาวิทยาลัย ถ้าเขียนส่งเข้าประกวดที่ไหนต้องได้รับรางวัล แต่ป้า ก็ไม่ใคร่ขยันเขียน เพราะการเรียนในมหาวิทยาลัย สมัยนั้นหนักมาก ไม่ได้คิดเป็นหน่วยกิตเหมือนสมัยนี้ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ เวลาสอบวิชาอะไรตก ต้องเรียน ซ้ำชั้นหมดทุกวิชา ป้าไม่ชอบสอบตก จึงต้องขยันเรียน ที่เล่าข้างต้นนั้นแหละค่ะ คือประวัติ ความเป็นมา ที่ทำให้เขียนหนังสือเป็น เรียกว่าฝึกฝน ตนเองมาตั้งแต่เกิด ทีนี้ถ้าจะถามว่า มีอะไรเป็นแรงบันดาล ใจให้เขียน ก็ต้องตอบว่า การเขียนแต่ละครั้งละคราว มีแรงบันดาลใจไม่เหมือนกัน เช่น สมัยเรียนใน มหาวิทยาลัย เวลาป้าต้องการหาเงินให้ คุณแม่ใช้ ก็จะรับจ้างสอนหนังสือบ้าง เขียนเรียงความประกวดบ้าง ได้เงินก็รีบ นำไปให้ทางบ้าน น่าเสียดายที่ทางบ้าน ไม่ใคร่ทราบความเหนื่อยยากของป้า ชอบ นำเงินที่ป้าหาไปให้ ไปช่วยเพื่อนที่สมัคร เป็นผู้แทนราษฎรหาเสียงเสียหมด นี่ มีความขาดแคลนของพ่อแม่ เป็นแรงบันดาลใจ สมัยเรียนจบแล้ว เข้าทำงานใน กระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบเรื่องเด็ก พิการบ้าง นักเรียนขาดแคลนบ้าง จำเป็น ต้องขวนขวายหาเงินทุนอุดหนุนเด็ก ๆ เหล่านั้น ป้าก็ใช้วิธีเขียนเล่าเรื่องชีวิตของ เด็กบางรายเป็นตัวอย่าง ส่งไปขอทุน อุดหนุนจากที่ต่างๆ ทั้งเอกชน และนิติบุคคล กัลยาณมิตร เกายน ๒๕๔๓ ๕๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More