ข้อความต้นฉบับในหน้า
ร่มไม้ให้ชื่นใจ”
มีอยู่คนหนึ่งตอบยายว่า “ใครมา
นั่งโคนต้นไม้หนูนะให้เขานั่งสมาธิให้ได้เต็มที่
ให้เห็นองค์พระเร็วๆ ชัดๆ" ยายบอก
“ต้องอย่างนี้สิ ต้องอย่างนี้ ปลูกต้นไม้มันก็
เหนื่อยเท่ากับคนอื่นนั่นแหละ เงินก็ได้
เท่ากับคนอื่น แต่คนอื่นไม่ได้บุญ เรา
อะไรที่รู้ว่าไม่ดี
นั่นแหละได้บุญ"
เพราะฉะนั้น ชีวิตคนเราไม่ว่าจะ
ต้องไปเกี่ยวข้องกับอะไร จะได้สุขหรือทุกข์
จะได้บุญหรือบาป ก็อยู่ที่เลือกคิดให้เป็น
๔. เลือกรู้ให้เป็น คือ ความชั่วใด
ที่เคยท่ามาแล้ว บัดนี้รู้แล้วว่ามัน
เป็นความชั่ว ก็ละทิ้งมันเสีย ไม่ไปทำมันอีก
ส่วนอะไรที่รู้ว่ามันชั่ว แม้ไม่เคยทำ ก็เว้นเสีย
อย่าไปลอง เพราะรู้อยู่แล้วว่ามันต้องให้ผล
ร้ายต่อตัวเรา
ขณะเดียวกัน ความดีใดที่เคยทำ
มาแล้ว รู้แล้วว่าทำอย่างไรถึงจะออกมาดี
เหมือนเดิมก็ทุ่มเททำให้มันชำนาญรอบยิ่งๆ
ขึ้นไป
2
และความดีใด ที่รู้ว่าดีแท้แน่นอน
แล้ว แต่ยังไม่เคยทำ ก็ให้รีบไปทำให้เกิด
ขนมา
เพราะฉะนั้น อะไรที่รู้ว่าไม่ดี
ต้องไม่ทำ ถ้ารู้ว่าไม่ดีแล้วยังฝืนทำเรียกว่า
ชั่ว แต่อะไรที่รู้ว่าดีแล้ว ต้องรีบทำ ถ้าไม่
ทำ เรียกว่า โง่ แล้วเมื่อรู้ว่าดีแล้ว ตั้งใจ
ทำแล้ว ก็ต้องทำให้ถูกดี ถึงดี และพอดี
ถูกดี คือ ถูกต้องตามเป้าหมายและ
วัตถุประสงค์ ไม่หลงผิดทิศไปประเด็นอื่น
ทำให้เสียเวลา เสียงบประมาณ และเสีย
คุณภาพโดยไม่จำเป็น เพราะฉะนั้น ทำ
อะไรต้องให้ถูกดีเป็นอันดับแรก
ถึงดี คือ ทุ่มเทชีวิตจิตใจทำให้ถูก
ต้อง ตรงตามมาตรฐานที่วางเอาไว้ อย่า
ทำแค่สุกเอาเผากิน ขายผ้าเอาหน้ารอด
จะไม่มีทางทำอะไรได้ถึงดี แล้วชาตินี้ก็เลย
ไม่รู้ว่าของดีเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้น ทำ
อะไรต้องให้ถึงดีควบคู่กับถูกตีด้วย
พอดี คือ ไม่เคร่งเครียดหรือตึงเกิน
ไป ไม่ย่อหย่อนเหลวไหลจนไม่ได้ความ
ต้องกะให้พอดีทั้งเวลา งบประมาณ และ
คุณภาพ อย่าเผื่อเหลือเผื่อขาดจนเกินไป
เดี๋ยวจะไม่พอดี
เพราะฉะนั้น ทำอะไรก็ตามต้อง
ดูเวลา งบประมาณ และคุณภาพให้ถูกดี ถึงดี
ต้องไม่ทํา
ถ้ารู้ว่าไม่ดีแล้วยังฝืนทำ
เรียกว่า ชั่ว แต่อะไรที่รู้ พอดี
ว่าดีแล้ว ต้องรีบทำ
ถ้าไม่ทำ เรียกว่า โง่
แล้วเมื่อรู้ว่าดีแล้ว
ตั้งใจทำแล้ว
ก็ต้องทำให้ถูกดี ถึงดี
และพอดี
ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องเลือกรู้ให้
เป็นว่า รู้อะไรถึงจะได้ทั้งคุณและประโยชน์
รู้อะไรถึงจะป้องกันภัยและโทษให้แก่
ตนเองและส่วนรวมได้ทันท่วงที
ดลยาณมิตร เมษายน ๒๕๔๗ ๑๗