ข้อความต้นฉบับในหน้า
สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ได้รับพระ
ราชทานนามวัดใหม่ว่า วัดเบญจมบพิตร มีความหมายว่า
วัดของเจ้านาย ๕ พระองค์
ต่อมาในรัชสมัยของพระปิยะมหาราช รัชกาลที่ ๕
ทรงสร้างพระราชวังดุสิต โดยนำเอาพื้นที่ของวัดเก่าชื่อ วัดดุสิต มาสร้างเป็นราชวัง
ในช่วงเวลาที่ทรง
และนำวัดร้างอีกวัดหนึ่งที่ไม่ปรากฏชื่อมาทำถนน ด้วยเหตุนี้จึงได้ทรงสร้างวัดใหม่ สถาปนาวัดเบญจมบพิตร
ขึ้นทดแทนเป็นการทำผาติกรรมตามพระวินัยนิยมแห่งพระพุทธศาสนา โดยทรง นั้น เป็นช่วงที่กำลังฟื้นฟู
ตั้งใจที่จะสร้างขึ้นเพียงวัดเดียวให้เป็นวัดใหญ่และมีฝีมืออันประณีตเป็นเลิศไปทีเดียว
ซึ่งดีกว่าสร้างหลายๆ วัด จึงทรงเลือกเอาวัดเบญจมบพิตร เพื่อสถาปนาตามพระ
ราชดำรินั้น
ในช่วงเวลาที่ทรงสถาปนาวัดเบญจมบพิตรนั้น เป็นช่วงที่กำลังฟื้นฟูศิลปะ
วิทยาการ ความนิยมในโบราณคดีกำลังเจริญขึ้น จึงได้โปรดให้สร้างเป็นพิเศษผิดกับ
วัดอื่น มีการวางแผนผังวัดอย่างดี จัดอย่างเป็นระเบียบ ทรงโปรดให้สมเด็จเจ้าฟ้าฯ
กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เป็นต้นคิดออกแบบ โดยโปรดให้เลือกแบบอย่างช่าง
ไทยโบราณมาใช้ และเครื่องตกแต่งประดับประดาสิ่งก่อสร้างต่างๆ ล้วนให้เสาะหา
แต่ของดีๆ ทั้งสิ้น เมื่อการก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว จึงได้พระราชทานชื่อวัดใหม่ว่า “วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม” มีความหมาย
ว่า วัดพระเจ้าแผ่นดินองค์ที่ ๕ ทรงสร้าง
พระอุโบสถ มีจตุรมุขคือ มุขเด็จด้านตะวันออกเป็นด้านหน้าพระอุโบสถ ด้าน
หลังคือมุขเด็จด้านตะวันตก ส่วนด้านเหนือและด้านใต้เป็นมุขกระสันยื่นไปติดกับ
พระระเบียงทั้งสองด้าน ลานพระอุโบสถและบันไดปูด้วยกระเบื้องหินอ่อนสีต่างๆ
เสามุขหน้าและมุขหลังเป็นเสาหินอ่อนทั้งแท่ง มีปลายเสาเป็นบัวปั้นปิดทองประดับ
กระจกสวยงาม บันไดขึ้นทั้งด้านหน้าและด้านหลัง มีแท่นตั้งรูปสิงห์สลักหินอ่อนสี
ขาวอยู่ที่บันไดข้างละตัว โดยสร้างตามคติที่เชื่อว่า สิงห์เป็นสัตว์ดุร้ายที่คอยเฝ้า
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ผนังด้านนอกของพระอุโบสถประดับด้วยหินอ่อนสีขาวล้วนดูสะอาดตา
เมื่อมองไปที่ซุ้มประตูจะเห็นเป็นซุ้มเรือนแก้วปั้นลายปิดทองประดับกระจก บาน
ประตูจำหลักเป็นโลหะภาพนูน ทั้ง ๓ ด้าน ส่วนที่ซุ้มบานหน้าต่างเป็นเรือนแก้วฐานสิงห์
หลังคาซ้อน ๔ ชั้น มุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีเหลือง ชายคามีรูปเทพนม ช่อฟ้า ใบระกา
หางหงส์ลงรักปิดทองทึบอย่างอ่อนช้อยรับกันทุกชิ้น
หน้าบันด้านหน้ามีรูปพระนารายณ์ทรงครุฑ ด้านหลังเป็นรูปบุษบกมี
อุณาโลมอยู่กลาง ทางด้านเหนือปั้นลายปูนรูปช้างเอราวัณ ส่วนด้านใต้ปั้นลายปูน
เป็นรูปเสมาธรรมจักร หน้าบันทั้ง ๔ ด้านนี้ ลงรักปิดทองประดับกระจกอย่างเดียวกัน
ใต้หน้าบันลงมาจะเห็นกระจังรวนอยู่บนและล่างของซุ้มเล็กๆ รับกับบัวหัวเสา
ภายในพระอุโบสถ ส่วนบนทั้งชื่อในและขื่อนอกเขียนเป็นลายทองรดน้ำ
เพดานในล่องชาด ประดับด้วยดาวกระจายปิดทองประดับกระจก ๒๓๒ ดวง ดาว
ใหญ่ระย้า ๑๑ ดวง มีโคมไฟระย้าขาวอย่างดีตราเลข ๔ จำนวน 5 โคม สั่งทำจาก
ศิลปะวิทยาการ
ความนิยมในโบราณคดี
กำลังเจริญขึ้น จึงได้
โปรดให้สร้างเป็นพิเศษ
ผิดกับวัดอื่น มีการ
วางแผนผังวัดอย่างดี
จัดอย่างเป็นระเบียบ
ทรงโปรดให้สมเด็จ
เจ้าฟ้าฯ กรมพระยา
นริศรานุวัดติวงศ์
เป็นต้นคิดออกแบบ
ทษก
กัลยาณมิตร มายน ๒๕๕๗ ๖๗