ข้อความต้นฉบับในหน้า
ถึง... คุณแม่ที่เคารพยิ่ง
สวัสดีค่ะ คุณแม่เป็นอย่างไรบ้างค่ะ ลูกสบายดี
ตอนนี้ใกล้หน้าร้อนแล้วนะคะ เข้าเดือนมีนาแล้วหายหนาวเลย
ลูกรู้สึกเหมือนอย่างที่เคยรู้สึกมาแล้วหลายครั้งคือ เวลา
ผ่านไปเร็ว เหมือนลูกพึ่งเขียนไปไม่นานนี้เอง ว่าเข้าสู่ฤดู
ฝนแล้วก็ถึงฤดูหนาว จนมาวันนี้เปลี่ยนเป็นฤดูร้อน ทำให้
ต้องคิดว่าได้ทำอะไรบ้างแล้ว
ลูกหวังว่าเวลาที่ผ่านไปจะทำให้คุณแม่สุขภาพแข็ง
แรงขึ้นนะคะ ตอนนี้ลูกพักสลับกับนั่งสมาธิ แต่พักเสีย
มากกว่าเพราะยังนั่งนานๆ ไม่ได้ค่ะ ยังปวดสะโพกอยู่บ้าง
แล้วก็อ่านหนังสือบ้าง อ่านหนังสือแล้วลูกจับแง่คิดมาดูว่า
อันไหนจะมาใช้กับตัวลูกได้บ้าง หรือบางทีได้เห็นมุมมองที่
ต่างกันออกไป สิ่งที่คิดว่าดีในบางครั้งคนอื่นไม่รู้สึกเหมือน
ลูกก็มี หรือสิ่งที่คนอื่นคิดว่าดี ลูกกลับไม่คิดว่าดีก็มีเช่นกัน
ตอนนี้ลูกเลิกแปลกใจแล้ว ถ้าจะเห็นมุมมองที่ต่างกันออกไป
แต่ว่าเราสามารถอธิบายให้คนอื่นเข้าใจเราได้โดยที่ไม่
จำเป็นต้องมุ่งไปเปลี่ยนมุมมองของเขา
ลูกเคยคิดเหมือนกันว่า จะทำอย่างไรถ้าสิ่งที่เรา
ทำอยู่เรารู้ว่ามันดีสำหรับตัวเราแต่คนอื่นกลับมองตรงกันข้าม
คำตอบที่ลูกให้ตัวเองคือเราควรทำเฉยๆ ถ้ามันไม่กระทบ
กระเทือนตัวเรา และเราก็เดินหน้าต่อไป เพราะความจริง
มันต้องเป็นความจริงอยู่แล้ว หากเรากำลังทำความดีอยู่
ก็ไม่ต้องกลัวว่ามันจะกลายเป็นความไม่ดีไปได้ตามที่คนอื่น
กันแล้ว เราจะได้เดินหน้าอย่างสะดวกขึ้น ประหยัดเวลา
แต่ลูกตั้งใจว่า ถ้าลูกจะทำอะไรสักอย่างที่มั่นใจว่าเหมาะแล้ว
ลูกไม่อยากให้มีอะไรมาทำให้เลิกล้ม และจะไม่ยอมเสีย
ความรู้สึกอะไรทั้งนั้น แม้ว่าเราอาจค้นพบในภายหลังว่า
ไม่ได้เป็นอย่างที่ได้นึกไว้ แต่ว่าคงดีกว่าไม่คิดทำอะไรเลย
เพราะกลัวผิดหวัง หรือกลัวอะไรต่างๆ นานา
ลูกเคยได้ยินว่า คนที่ไม่เคยทำอะไรผิด คือคนที่ไม่
เคยทำอะไรเลย เรามีสิทธิ์ผิดพลาดได้ เพราะเราก็ไม่
สามารถรู้ได้แน่ๆ ว่าควรทำอะไรอย่างไร แต่ไม่ควรจะกลัว
หรือเสียกำลังใจ เพราะสิ่งที่ได้ทำไม่ว่าจะประสบความ
สำเร็จหรือไม่ก็ตามอาจจะมีประโยชน์ในภายหลัง และทำให้
ได้เรียนรู้มากขึ้น แต่ลูกก็ไม่ได้หมายความว่า ให้เราทำใน
ทุกสิ่งที่เราอยากทำ ต้องพิจารณาก่อนว่ามีเหตุผลที่ดีไหม
หรือทำตามอารมณ์ แล้วก็ไม่ใช่ว่าจะลุยดะ ไม่ดูเลย ลูกคิด
ว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็กน้อยก็ควรทำอย่างใช้
สติปัญญา เพราะเราต้องรับผลจากการกระทำของตัวเอง
แล้วยิ่งถ้าเป็นเรื่องที่จะมีผลต่อคนอื่นด้วยยิ่งต้องใช้
สติปัญญาแบบคูณสองเลยค่ะ อาจจะต้องถามความเห็นคน
อื่นประกอบด้วย เพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด หรือ
ไม่ผิดพลาดเลย แต่ถ้าผิดพลาดขึ้นมาก็ไม่ต้องกลัวหรือ
ท้อใจเสียใจ เมื่อความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นก็ทำเป็นไม่สนใจ
เฉยๆ ลูกคิดว่าเดี๋ยวมันจะหายไปเองค่ะ เราก็ทำใจนิ่งๆ นึก
องค์พระ นั่งสมาธิ แล้วหาทางแก้ไขปรับปรุง จะได้ไม่ต้อง
ซึ่งไม่รู้ชัดในสิ่งที่เราทำมอง หรือพยายามทำให้มันดูเป็น แก้ตัวบ่อยๆ เชื่อว่าทุกเรื่องจะต้องมีทางออกเพียงแต่จะ
แบบนั้น เราต้องทำเป็นเพชรที่แข็งแกร่ง เพชรไม่ว่าจะมี
ขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ตามล้วนยากแก่การทำให้แตก อาจจะ
ทำให้มีรอยขีดข่วนได้แต่ทำให้แตกไม่ได้ แต่ถ้าความเข้าใจ
ที่แตกต่างทำให้เรากระทบกระเทือน เราก็ควรคิดหา
ทางออกที่ดีสำหรับสภาวะนั้น อาจจะอธิบายเหตุผลความ
คิดของเราให้ฟัง เพราะบางทีมันอาจเป็นเพราะความไม่รู้
ไม่เข้าใจ หรือรู้ผิดๆ ถูกๆ ก็ได้ เราก็ต้อง
เปิดปากทำความเข้าใจบ้าง ถ้าอยู่เฉยๆ
คนอื่นจะไม่สามารถรู้ได้ว่าเราคิดอย่างไร
ไม่สามารถมองผ่านเข้าไปทะลุถึงใจได้ว่า
เรามีอะไรในใจ แต่ถ้าอธิบายไปเปล่า
ประโยชน์ก็ดูวิธีอื่นแทน เพราะถ้าเข้าใจ
๑๐๔ กัลยาณมิตร เมษายน ๒๕๕๗
ต้องใช้เวลาบ้าง และที่สำคัญคือ ตัวเราที่ยังยืนหยัดสู้อยู่
แม้ว่าบางสถานการณ์อาจทำให้เราหยุดอยู่กับที่
หรือต้องถอยไปสักก้าว แต่เราต้องคิดว่า เราถอยเพียง
เพราะกำลังจะออกวิ่งแบบวิ่งทีเดียวเข้าเส้นชัยไปเลย ถอย
เพื่อที่จะก้าวหน้าต่อไป ที่สำคัญคือต้องไม่ยอมเลิกล้มง่ายๆ
เพราะตอนที่เรากำลังเลิกล้มอาจเป็นตอนที่เราใกล้ถึงเส้น
ชัยอยู่แล้ว แต่ตอนนั้นมันเป็นเส้นชัย
ที่เรามองไม่เห็น จึงคิดว่ายังอีกไกล
คุณแม่คงจะทราบนะคะ ว่าบางทีที่เรา
มองไม่เห็นเราก็คิดว่าไปไม่ถึง ทั้งที่
อาจเป็นเพียงโค้งสุดท้าย ถ้าอดทนต่อ
ก็ถึงเส้นชัย ขึ้นอยู่กับตัวเราว่าจะบอก