ข้อความต้นฉบับในหน้า
นอกจากนั้นแล้วป้ามักปฏิเสธ
ส่วนผลที่ได้รับจากการเขียนและการ
พูดนั้นต่างกันมาก การเขียนได้ผลช้าแต่ยั่งยืน
เพราะตัวอักษรไม่หายไปไหน อ่านซ้ำได้ใหม่ คนอื่นๆ
มาอ่านก็ได้ประโยชน์ตามไปด้วย
การพูด เห็นผลเร็วลืมเร็ว คนฟังพอใจ
ก็แสดงสีหน้าท่าทางให้เห็นทันที ถ้าส่วนใหญ่ฟังแล้ว
ไม่ประทับใจจริงก็จะพากันลืมง่ายๆ คนที่ไม่ได้อยู่ที่
นั่นเวลานั้น ก็หมดโอกาสฟัง (ยกเว้นอัดบันทึกเสียงไว้)
ให้คนฟังเล่าก็จำไม่ได้
วารสาร : คุณป้าเป็นคนอย่างไรมีอุปนิสัยอย่างไร
เขียนหนังสือแล้วจึงมีคนชอบ เป็นมุมมองกลับของ
ตัวคุณป้าเอง หลังจากได้รับฟังแต่ที่คนอื่นวิจารณ์มา
นาน อยากให้ลองวิเคราะห์ตัวเองน่ะค่ะ
คุณป้าถวิล : ขอบคุณสำหรับคำถามนี้นะคะ ป้าเกิด
มาจนกำลังจะตายอยู่เร็วๆ นี้ ยังไม่เคยวิเคราะห์ตัว
เองสักครั้ง ได้แต่คอยจับผิดว่ามีอะไรไม่เข้าท่าอยู่บ้าง
แล้วก็พยายามแก้ไขไปตามนั้น บางอย่างก็แก้ไขสำเร็จ
บางอย่างก็ทำไม่สำเร็จ คงจะเป็นสันดานไม่ดีตาม
ข้ามชาติไปแน่ๆ
อุปนิสัยที่สำคัญของป้าประการหนึ่ง คือ
ชอบเห็นใครๆ เหมือนญาติ เหมือนเพื่อน เหมือน
พวกพ้อง เรื่องนี้ป้าถือว่าเป็นสาเหตุมาจากความเป็น
มาในชีวิตของป้าเอง ตั้งแต่เล็กตลอดมาจนชั่วชีวิต
มักถูกใครๆ อุปโลกน์ให้เป็นผู้นำอยู่เสมอ เป็น
นักเรียนก็ต้องเป็นหัวหน้า เรียนจบออกมาทำงานก็
เป็นแต่ผู้บังคับบัญชาโดยตลอด
การเป็นผู้นำนั้น จำเป็นต้องมีเมตตา
ธรรมเป็นหลักประจำใจ จึงจะทำงานอยู่ร่วมกันอย่าง
มีความสุข ป้าต้องสร้างคุณธรรมดังกล่าวให้เกิดขึ้น
อยู่เสมอ จนกลายเป็นอาจิณณกรรม
วิธีสร้างคุณธรรมข้อนี้ ป้าจะใช้วิธีคิดว่า
ทุกคนเป็นญาติ เป็นเพื่อน เป็นคนของป้า ใครที่เรา
ยิ่งต้องสนับสนุนเชิดชูให้เขาดียิ่งขึ้น ใครไม่ดีเราต้อง
พยายามช่วยแก้ไขปรับปรุง สุดวิสัยจริงๆ จึงค่อย
วางอุเบกขาปล่อยไป
ทีนี้เมื่อป้าต้องมานั่งเขียนหนังสือ ป้าก็
จะถือผู้อ่านเหมือนลูกเหมือนหลาน เหมือนลูกศิษย์
ทำความรักให้เกิดขึ้นในใจเสียก่อน เมื่อเรารู้สึกรักคน
อ่านเสียแล้ว ก็จะเขียนคุยด้วยความจริงใจ ไม่มีเสแสร้ง
มีแต่ความปรารถนาดีให้ คำพูดที่ใช้ก็จะเป็นถ้อยคำ
กันเอง เหมือนคุยกันอยู่เฉพาะหน้า
อุปนิสัยข้อสองที่รองลงไป คือป้าจะไม่มี
ความรู้สึกว่าตนเองเหนือผู้อื่น เป็นคนธรรมดาๆ เท่าๆ
กัน อะไรทำได้ก็บอกว่าได้ อะไรทำไม่ได้ก็บอกว่าไม่ได้
ใครทำอะไรไม่ได้ ป้าก็จะเห็นใจไว้ก่อน และหาเหตุ
ผลดูว่า น่าจะมาจากสาเหตุอะไรบ้าง วิธีคิดอย่างนี้
ทำให้ไม่รู้สึกเกลียดชังใครง่ายๆ จึงทำให้ไม่โกรธใครนาน
ไม่มองใครในแง่ร้ายจนเกินกว่าเหตุ การตำหนิติเตียน
ใครๆ จึงลดลงเป็นลำดับ
สำหรับนิสัยไม่ดีของป้ามีอยู่หลายเรื่อง
ก็พยายามแก้ไขอยู่ ป้าเป็นลูกศิษย์คุณยายอาจารย์
มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๑ เห็นคุณธรรมอันแสน
ประเสริฐข้อหนึ่งของท่านคือความอดทนในทุก ๆ เรื่อง
เช่น เรื่องท่านต้องอดทนฟังปัญหาของผู้คนที่มาพบ
บางรายพูดระบายอยู่เป็นชั่วโมงๆ แนะนำอะไรก็ไม่
คิดจะทำตาม อ้างข้อแม้อย่างโน้นอย่างนี้ คุณยาย
ท่านก็สู้พูดเอาใจ ป้าฟังอยู่ด้วยมักรู้สึกหงุดหงิด อด
นึกตำหนิติเตียนผู้คนเหล่านั้นไม่ได้ว่า เอาเรื่องไม่เป็น
เรื่องมารบกวนท่าน ตนเองสร้างปัญหาเอง ทำไมไม่
แก้เอง มาใช้ครูบาอาจารย์ช่วยแก้ให้ เสียเวลาท่าน
พอคนประเภทนี้กลับไปแล้ว ก็แล้วกัน
คุณยายอาจารย์ของเราไม่เคยแสดงความรำคาญให้
เห็นไม่เคยพูดบ่นใครให้ฟัง นับเป็นตัวอย่างที่ดีงาม
อย่างยิ่ง แต่จนทุกวันนี้ป้ายังทำตามท่านไม่ได้ เวลา
ป้าพบคนประเภทนี้ป้าอดทนไม่จริง พูดเล่นละคร
ปลอบใจเขาไปต่อหน้า พอเขาไปแล้วป้ายังอดไม่ได้
ที่จะบ่นระบายให้คนใกล้ชิดฟังด้วยความรู้สึกรำคาญ
นี่ไงนิสัยไม่ดีของป้า ไม่ทราบว่าจะแก้ไขสำเร็จก่อน
ตายหรือเปล่า เพราะเวลานี้ป่วยหนัก ทำให้รำคาญ
ลัชยา มิตร เมษายน ๒๕๕๓ | ๖๑