การนั่งสมาธิและการเห็นธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 4 หน้า 85
หน้าที่ 85 / 132

สรุปเนื้อหา

หลวงพ่อตอบปัญหา non หลับตาอย่างไรให้เห็นธรรม นั่งสมาธิอย่างไร ให้นั่งได้นาน *** การคุ้มครองโลกในทัศนะของชาวพุทธ O หลับตาอย่างไร ให้เห็นธรรม ถาม : หลวงพ่อครับ ผมติดนิสัยชอบกดลูกนัยน์ตาลงไป ดูในกลางท้อง นั่งสมาธิแล้วดึงลูกนัยน์ตา ไม่สบายเลย จะ แก้ไขอย่างไรดีครับ ตอบ : วิธีการหลับตา หลวงพ่อธัมมชโยท่านแนะนำว่า ถ้าหลับตาเป็นจะเห็นธรรมภายใน แสดงว่าการหลับตาก็ ไม่ใช่เรื่องง่าย ใครๆ ไม่ควรจะมองผ่าน ถ้าใครมองผ่านตรง นี้ไปแล้วถึงจะฝึกสมาธิจนกระทั่งตายก็ยากที่ใจจะเป็นสมาธิ เพราะหลับตาทีไร ก็ยังจะจ้องมองดูศูนย์กลางกายด้วยตา ทุกทีไป ส่วนคนที่หลับตาเป็นเขาหลับตา เพียงหลวมๆ เมื่อหลับตาเพียงหลวมๆ ก็ ทำให้เขาลืมไปเลยว่าเขามีนัยน์ตาทั้ง ๒ ข้าง เมื่อเขาลืมเสียว่าเขามีนัยน์ตาทั้ง ๒ ข้างแล้ว ต่อแต่นี้การกำหนดนิม

หัวข้อประเด็น

- การนั่งสมาธิและการเห็นธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

หลวงพ่อตอบปัญหา non หลับตาอย่างไรให้เห็นธรรม นั่งสมาธิอย่างไร ให้นั่งได้นาน *** การคุ้มครองโลกในทัศนะของชาวพุทธ O หลับตาอย่างไร ให้เห็นธรรม ถาม : หลวงพ่อครับ ผมติดนิสัยชอบกดลูกนัยน์ตาลงไป ดูในกลางท้อง นั่งสมาธิแล้วดึงลูกนัยน์ตา ไม่สบายเลย จะ แก้ไขอย่างไรดีครับ ตอบ : วิธีการหลับตา หลวงพ่อธัมมชโยท่านแนะนำว่า ถ้าหลับตาเป็นจะเห็นธรรมภายใน แสดงว่าการหลับตาก็ ไม่ใช่เรื่องง่าย ใครๆ ไม่ควรจะมองผ่าน ถ้าใครมองผ่านตรง นี้ไปแล้วถึงจะฝึกสมาธิจนกระทั่งตายก็ยากที่ใจจะเป็นสมาธิ เพราะหลับตาทีไร ก็ยังจะจ้องมองดูศูนย์กลางกายด้วยตา ทุกทีไป ส่วนคนที่หลับตาเป็นเขาหลับตา เพียงหลวมๆ เมื่อหลับตาเพียงหลวมๆ ก็ ทำให้เขาลืมไปเลยว่าเขามีนัยน์ตาทั้ง ๒ ข้าง เมื่อเขาลืมเสียว่าเขามีนัยน์ตาทั้ง ๒ ข้างแล้ว ต่อแต่นี้การกำหนดนิมิตก็เป็นการกำหนดรู้ ขึ้นมาด้วยใจ ไม่เกี่ยวกับลูกนัยน์ตาเลย คือ หลับตาเป็นแล้วจะทิ้งลูกนัยน์ตาทั้ง ๒ ข้างได้ แล้วทำให้เห็นธรรมภายในได้ง่าย และเพื่อจะให้การหลับตาแบบ หลวมๆ เป็นการหลวมที่พอดี ไม่หลวมเกินไป พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำจึงให้อุบายมาว่า ให้ เหลือกตาซ้อนมองย้อนกลับเข้าไปข้างใน ซึ่งเมื่อทำอย่าง นี้แล้ว ก็เหมือนเป็นการส่งให้นิมิตตรงฐานที่ ๒ คือ ที่ตรง เพลาตาเข้าไปถึงฐานที่ ๓ คือกลางกะโหลกศีรษะได้ง่าย เมื่อเกิดความรู้สึกว่านิมิตได้ไปอยู่เบื้องหลัง ด้านหลังลูก นัยน์ตาแล้ว นอกจากผนังตาจะตกลงมาที่เดิมเบาๆ แล้ว ความรู้สึกว่ามีลูกนัยน์ตาทั้ง ๒ ข้าง ก็จะหมดไปด้วย จากนั้นใจของเราก็จะเดินในเส้นทางภายในได้ สะดวก คือเดินในแนวดิ่งเหมือนขึ้นลิฟต์ลงลิฟต์ ตั้งแต่ฐานที่ ที่ ๔ ที่ ๕ ที่ 5 ที่ ๗ เป็นแนวดิ่งทั้งนั้นเลย และเป็น ลิฟต์ที่อยู่คนละแกนกับนัยน์ตาซึ่งถ้าเรา ปล่อยทิ้งดิ่งลงมาจากนัยน์ตาก็ได้แนวหนึ่ง ๓๔ ซึ่งเป็นแนวด้านหน้า ส่วนถ้าปล่อยทิ้งดิ่ง จากกะโหลกศีรษะลงมาเราก็จะได้แนว ด้านหลัง เมื่ออยู่คนละแนวอย่างนี้ ความรู้สึกนึกคิดที่จะใช้ลูกนัยน์ตาก็หมดไป สำหรับใครที่ยังมีนิสัยชอบกำหนดนิมิต ด้วยการก้มมองไปที่หน้าท้องแล้วทะลุเข้า ไปด้านในน่ะ ให้เลิกซะนะ ขืนทำอย่างนี้ กัลยาณมิตร เมษายน ๒๕๔๓ | ๔๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More