พระธรรมเทศนาเกี่ยวกับความสุขและทุกข์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 4 หน้า 15
หน้าที่ 15 / 132

สรุปเนื้อหา

พระธรรมเทศนา พระธรรมเทศนา พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และบทขยายความพระธรรมเทศนาโดย พระภาวนาวิริยคุณ (เผด็จ ทตตชีโว) กัณฑ์ที่ ๔๒ สุขที่สัตว์ปรารถนาจะพึงได้ ตอน ๓ ความสุขและทุกข์เกิดจากการทำหน้าที่ของใจอย่างไร เพราะฉะนั้น การเกิดขึ้นจากสุขและทุกข์ของเรานั้น เมื่อมาถึงตรงนี้เรารู้ว่าความสุขและทุกข์เกิดขึ้นจาก ขึ้นอยู่กับว่าเราควบคุมการทำหน้าที่ของใจในยามที่เจอวัตถุ การทำหน้าที่ของใจ แต่เราไม่รู้ว่าเรื่องไหนที่รับเข้ามาสู่ใจ แล้วจะเป็นเหตุแห่งสุข เรื่องไหนจะเป็นเหตุแห่งทุกข์ รู้ได้ ต่อเมื่อเรารับเข้ามาแล้ว มีอาการออกมาเป็นอารมณ์สุข และทุกข์ให้รับรู้ จากการค้นคว้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า “วัตถุกามกับกิเลสกาม” เป็นเหตุแห่งความทุกข์ของมนุษย์ วัตถุกาม คือ รูป รส กล

หัวข้อประเด็น

- พระธรรมเทศนาเกี่ยวกับความสุขและทุกข์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พระธรรมเทศนา พระธรรมเทศนา พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และบทขยายความพระธรรมเทศนาโดย พระภาวนาวิริยคุณ (เผด็จ ทตตชีโว) กัณฑ์ที่ ๔๒ สุขที่สัตว์ปรารถนาจะพึงได้ ตอน ๓ ๓. ความสุขและทุกข์เกิดจากการทำหน้าที่ของใจอย่างไร เพราะฉะนั้น การเกิดขึ้นจากสุขและทุกข์ของเรานั้น เมื่อมาถึงตรงนี้เรารู้ว่าความสุขและทุกข์เกิดขึ้นจาก ขึ้นอยู่กับว่าเราควบคุมการทำหน้าที่ของใจในยามที่เจอวัตถุ การทำหน้าที่ของใจ แต่เราไม่รู้ว่าเรื่องไหนที่รับเข้ามาสู่ใจ แล้วจะเป็นเหตุแห่งสุข เรื่องไหนจะเป็นเหตุแห่งทุกข์ รู้ได้ ต่อเมื่อเรารับเข้ามาแล้ว มีอาการออกมาเป็นอารมณ์สุข และทุกข์ให้รับรู้ จากการค้นคว้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า “วัตถุกามกับกิเลสกาม” เป็นเหตุแห่งความทุกข์ของมนุษย์ วัตถุกาม คือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ต่างๆ ที่อยู่ นอกตัวเรา เช่น ปัจจัยสี่ แก้วแหวน เงิน ทอง เป็นต้น กิเลสกาม คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ที่ มันหมักดอง ห่อหุ้ม บีบคั้น บังคับ กัดกร่อนใจของเราให้ เป็นทุกข์ กามนั้นอย่างไร พระองค์ทรงใช้คำว่า “พิจารณาในการรับ” ซึ่ง หมายถึงว่า เมื่อเจอวัตถุกามเข้า ให้ “ใจ” ของเรา มีหลัก ในการพิจารณาอย่างนี้ ๑. พิจารณาทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ของวัตถุ กามชิ้นนั้น ใช้ไปเพื่ออะไร ๒. พิจารณาว่ามีความจำเป็นแค่ไหน จำเป็นใน การดำเนินชีวิตหรือไม่ ๓. พิจารณาว่าต้องรับแค่ไหนจึงจะพอดี คือ รับ มาแล้วได้ประโยชน์คุ้มค่า ไม่เกิดความฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย ๔. พิจารณาว่าถ้ารับเข้ามาแล้ว มันทำให้เราเกิด กัลยาณมิตร เมษายน ๒๕๔๓ ๑๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More