ข้อความต้นฉบับในหน้า
เปลี่ยนแปลงไปแล้วหรือยัง ที่สำคัญคือ
สังขารของเราจะแตกตับหรือยัง ตอนที่
มีกำลังแข็งแรงดีก็สู้อุตส่าห์ให้ถึงเส้นชัย
ก่อนดีกว่า ผลลัพธ์ที่เราได้ คือความสุข
ความปีติใจที่เราได้ชัยชนะในตัวเราเอง
ชัยชนะอย่างอื่นก็จะได้รับตามมาเป็น
รางวัล แต่ก็สุดแท้แต่เราจะประเมิน
กำลังของเราเอง ถ้าคิดว่าหยุดก่อนหรือ
ถอยมาสักก้าวหนึ่งเพื่อจะทะยานไปถึง
เส้นชัยทีเดียวก็ไม่ใช่สิ่งที่ผิดนะ
ลูกยังตรึกระลึกถึงองค์พระได้
นั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ถ้าเราระลึกนึกถึงท่าน
ท่านก็จะอยู่กับเรา แต่เมื่อใดที่ใจเราห่างจากองค์พระหรือ
ธรรมะ ใจเราก็จะถอยไปสู่สิ่งที่ไม่ดีได้ง่าย เมื่อใดที่ลูกได้พูด
คุยเรื่องธรรมะ ลูกก็จะรู้สึกมีความสุขมีกำลังใจ เมื่อวันก่อน
มีพยาบาลคนหนึ่งถามแม่ว่า แม่ต้องใช้ความอดทนต่อการ
ไปวัดไหม? ไม่รู้ว่าเขาถามด้วยความรู้สึกที่มีต่อวัดอย่างไร
คงจะคิดว่าไปวัดต้องทนทุกข์ทรมานต่อการนั่งสมาธินานๆ มั้ง
แม่ตอบว่า ไปเพื่อทำความดีและให้หาทางพ้นทุกข์ไม่ใช่
เรื่องของความอดทน แต่ไปเพราะตัวเราต้องการแสวงหา
ความสุขที่แท้จริงให้ตัวเราเอง เหมือนเรากระหายน้ำแล้ว
เราไปเจอแหล่งน้ำที่จะดับความร้อนความกระหายให้ตัวเราเอง
แม่ก็ตอบได้เลยว่า เราไปวัดด้วยความเบิกบานปีติใจ ด้วย
ความอยากดับทุกข์ แม่เลยไม่ได้ใช้ความอดทนในส่วนนี้เลย
เขาถามต่อว่า แล้วนั่งสมาธินี่จะติดอยู่ในความสุขไหม? แม่
ก็ย้อนถามเขาว่า แล้วทุกวันนี้คุณไม่ได้ต้องการความสุขหรือ?
ความสุขที่เราได้ไม่เหมือนความสุขอย่างอื่นในโลกอย่างไม่
ต้องเปรียบเทียบเลย เพราะความสุขจากความว่างเปล่า
ความเป็นอิสระจากสิ่งที่ร้อยรัดเราให้รุ่มร้อน เป็นความสุข
ที่แท้จริง ในความสุขนั้นไม่มีอะไรให้ใจติด จึงไม่ใช่ติดความสุข
แต่เป็นสุขที่พ้นจากอาการติดทั้งหลาย ความสุขในโลกยังมี
วัตถุให้ใจผิด เหมือนปลาที่ฮุบเหยื่อที่ติดเบ็ดด้วยความหวัง
จะได้กินเหยื่อที่อยู่กับที่ กับปลาที่กินเหยื่อตามปรกติในน้ำ
ก็ยังมีอิสระในความเป็นตัวของมันเอง ความสุขในโลก
เป็นความเพลินชั่วคราว พอเราห่างจากสิ่งที่เรายึดเกาะก็
ทุกข์อีกหรือแสวงหาต่อ ความสุขในธรรมะเป็นความสุข
แบบกว้างขวางไม่มีขอบเขตจำกัด เป็นสุขในความว่าง ไม่
มีอะไรให้เกาะเกี่ยว ความเข้าใจที่ว่าติดสุขใช้ได้ในความสุข
ทางโลก เพราะเป็นสุขที่ติดอยู่ ข้องอยู่ ยังไม่หลุดจากที่คุม
ขัง แม่อธิบายให้เขาฟัง ไม่ทราบว่าจะเข้าใจได้ในระดับใด
นอกจากชวนให้เขาปฏิบัติดูด้วยตนเอง มีคนเข้าถึงมากมาย
รวมทั้งฝรั่งต่างชาติต่างศาสนาที่เขายังไม่คุ้นเคยกับองค์
พระของเรา เขาก็ยังได้เห็นองค์พระที่มีลักษณะเดียวกัน
เหมือนกันเป็นหนึ่งเดียวที่ไม่แตกต่าง เป็นความเหมือนใน
ความแตกต่าง แล้วในที่สุดแม่ก็หวังว่า เขาคงได้รับความ
สุขในความแตกต่างจากที่เขาเคยได้รับ แล้วเขาก็จะรู้ว่า นี่
คือความสุขที่แท้จริง ที่ไม่มีคำว่า “ติด” อยู่เลย มีแต่คำว่า
“ตื่น” แล้วเราจะได้เป็น “ผู้รู้” “ผู้อื่น” และ “ผู้เบิกบาน”
อยากเป็นอย่างนั้นไหมล่ะ ลูกรักของแม่
จากคุณแม่ด้วยความรัก
กัลยาณมิตร เมษายน ๒๕๔๓ ๑๐๗