การตีราคาสินค้าในสมัยพุทธกาล วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 2 เดือนกุมภาพันธ์ หน้า 17
หน้าที่ 17 / 108

สรุปเนื้อหา

พนักงานที่ราคาพัสดุได้ ให้ใช้อำนาจแทนองค์ ประเพณีสมัยนั้น เจ้ารับพระบรมราชานุญาต พระมหากษัตริย์ในการ ตีราคาสิ่งของได้เต็มที่ เมื่อตีราคาของใดว่ามี มูลค่าเป็นเท่าใดแล้ว มูลค่าเพียงเท่านั้น จะต่อรองขัดขืนไม่ยอมขาย ไม่ได้เป็นอันขาด เจ้าของก็ต้องยอมรับ ในส่วนอาหารให้พระอุทายีทำแทน พระทัพพมัลลบุตร ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พระอุทายี จัดการแจกสลากปันส่วนอาหารตาม ความพอใจของท่านเอง โดยไม่คำนึงถึง ความเหมาะสมตามลำดับพรรษา กัน ส่วนที่ประณีต ๆ ไว้เฉพาะตน แม้บาง ครั้งคิดจะจัดสลากอาหารตามลำดับ พรรษา ก็ใช้วิธีกะเอาง่าย ๆ ไม่มี หลักเกณฑ์ใด ๆ เรื่องจึงกลับยุ่งยาก มากขึ้นอีก เพราะจำนวนพระภิกษุแต่ ละวันเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เนื่องจากมี พระภิกษุจากที่ต่าง ๆ ผลัดเปลี่ยนกัน มาเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่มิได้ ขาด ทั้งกลา

หัวข้อประเด็น

- การตีราคาสินค้าในสมัยพุทธกาล

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พนักงานที่ราคาพัสดุได้ ให้ใช้อำนาจแทนองค์ ประเพณีสมัยนั้น เจ้ารับพระบรมราชานุญาต พระมหากษัตริย์ในการ ตีราคาสิ่งของได้เต็มที่ เมื่อตีราคาของใดว่ามี มูลค่าเป็นเท่าใดแล้ว มูลค่าเพียงเท่านั้น จะต่อรองขัดขืนไม่ยอมขาย ไม่ได้เป็นอันขาด เจ้าของก็ต้องยอมรับ ในส่วนอาหารให้พระอุทายีทำแทน พระทัพพมัลลบุตร ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พระอุทายี จัดการแจกสลากปันส่วนอาหารตาม ความพอใจของท่านเอง โดยไม่คำนึงถึง ความเหมาะสมตามลำดับพรรษา กัน ส่วนที่ประณีต ๆ ไว้เฉพาะตน แม้บาง ครั้งคิดจะจัดสลากอาหารตามลำดับ พรรษา ก็ใช้วิธีกะเอาง่าย ๆ ไม่มี หลักเกณฑ์ใด ๆ เรื่องจึงกลับยุ่งยาก มากขึ้นอีก เพราะจำนวนพระภิกษุแต่ ละวันเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เนื่องจากมี พระภิกษุจากที่ต่าง ๆ ผลัดเปลี่ยนกัน มาเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่มิได้ ขาด ทั้งกลางวันกลางคืน ลำดับพรรษา ก็เปลี่ยนตาม พระอุทายีไม่รู้ลำดับพรรษา ยัง คงทําตามความเคยชิน ส่วนแบ่งอาหาร ที่จัดไว้จึงไม่เหมาะสม ทำความเดือดร้อน ให้แก่พระภิกษุทั้งที่มาใหม่และอยู่เก่า เป็นอันมาก พระภิกษุหนุ่มและสามเณรทั้ง หลายอดทนต่อไปไม่ไหว วันหนึ่งจึง กล่าวแก่พระอุทายีว่า “ท่านอุทายี ตั้งแต่ท่านรับหน้าที่ แจกสลากเป็นต้นมา พระภิกษุทั้งหลาย ก็ได้รับความเดือดร้อนไปตาม ๆ กัน ท่านไม่สมควรกับหน้าที่นี่เลย จึงออก ไปเสียเถิด” ว่าแล้วก็ช่วยกันยื้อยุดฉุดพระ อุทายีให้ออกจากโรงแจกสลากไป พระ อุทายีก็อึดอัดขัดขืน ดิ้นรนพลางตะโกน ค่าด้วยความโกรธ เสียงอึงคะนึงหนัก ขึ้น ๆ ทรงมีอ่ามาต บัณฑิตผู้หนึ่งทำหน้าที่ เป็นพนักงานที่ราคาพัสดุที่จะซื้อเป็น ของหลวง มี ช้าง ม้า ทองคำ เพชร พลอยต่าง ๆ เป็นต้น ประเพณีสมัยนั้น เจ้าพนักงาน ตีราคาพัสดุได้รับพระบรมราชานุญาต ให้ใช้อำนาจแทนองค์พระมหากษัตริย์ ในการตีราคาสิ่งของได้เต็มที่ เมื่อ ราคาของใดว่ามีมูลค่าเป็นเท่าใดแล้ว เจ้าของก็ต้องยอมรับมูลค่าเพียงเท่านั้น สมเด็จพระบรมศาสดาประทับ อยู่ด้านใน สดับเสียงนั้นแล้วจึงตรัส เรียกพระอานนท์มาซักถาม ครั้นทรง ทราบเรื่องโดยตลอดแล้วจึงทรงระลึกชาติ แต่หนหลัง ตรัสเล่าเรื่องในอดีตมี เนื้อความว่า จะต่อรองขัดขืนไม่ยอมขายไม่ได้เป็น อันขาด บัณฑิตผู้นี้ได้ทำหน้าที่ดังกล่าว อย่างยุติธรรม ตีราคาสินค้าสูงต่ำตาม เหตุผลอันสมควรตลอดมา แต่พระเจ้า พรหมทัตไม่ทรงพอพระทัยการกระทำ ของท่านบัณฑิตนัก เพราะพระองค์ ค ทรงมีพระอุปนิสัยโลภ ชอบเอาเปรียบ อยากได้ของของผู้อื่นมาก ๆ แต่ไม่อยาก รั้งหนึ่งนานมาแล้ว สมัยเมื่อพระ เจ้าพรหมทัต ครองราชสมบัติ กรุงพาราณสี (พระเจ้าพรหมทัตใน นิทานชาดกแต่ละเรื่องไม่ใช่พระองค์ เดียวกันหรอกนะจ๊ะ...เพราะเกิดคน ละชาติ ตามพระชาติต่าง ๆ ของพระ โพธิสัตว์นั่นแหละ) ในครั้งนั้นพระองค์ สูญเสียพระราชทรัพย์ให้มากนัก ทรงดำริเห็นไปว่า ขึ้นปล่อยให้ ตีราคาของแบบนี้ ไม่ข้าพระราชทรัพย์ ในท้องพระคลังจะต้องหมดสิ้นไป ทรง มีพระราชประสงค์จะเปลี่ยนเจ้าพนักงาน kalyanamitra.org ๑๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More