ข้อความต้นฉบับในหน้า
พนักงานที่ราคาพัสดุได้ ให้ใช้อำนาจแทนองค์ ประเพณีสมัยนั้น
เจ้ารับพระบรมราชานุญาต พระมหากษัตริย์ในการ ตีราคาสิ่งของได้เต็มที่
เมื่อตีราคาของใดว่ามี มูลค่าเป็นเท่าใดแล้ว
มูลค่าเพียงเท่านั้น จะต่อรองขัดขืนไม่ยอมขาย ไม่ได้เป็นอันขาด
เจ้าของก็ต้องยอมรับ
ในส่วนอาหารให้พระอุทายีทำแทน
พระทัพพมัลลบุตร
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พระอุทายี
จัดการแจกสลากปันส่วนอาหารตาม
ความพอใจของท่านเอง โดยไม่คำนึงถึง
ความเหมาะสมตามลำดับพรรษา กัน
ส่วนที่ประณีต ๆ ไว้เฉพาะตน แม้บาง
ครั้งคิดจะจัดสลากอาหารตามลำดับ
พรรษา ก็ใช้วิธีกะเอาง่าย ๆ ไม่มี
หลักเกณฑ์ใด ๆ เรื่องจึงกลับยุ่งยาก
มากขึ้นอีก เพราะจำนวนพระภิกษุแต่
ละวันเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เนื่องจากมี
พระภิกษุจากที่ต่าง ๆ ผลัดเปลี่ยนกัน
มาเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่มิได้
ขาด ทั้งกลางวันกลางคืน ลำดับพรรษา
ก็เปลี่ยนตาม
พระอุทายีไม่รู้ลำดับพรรษา ยัง
คงทําตามความเคยชิน ส่วนแบ่งอาหาร
ที่จัดไว้จึงไม่เหมาะสม ทำความเดือดร้อน
ให้แก่พระภิกษุทั้งที่มาใหม่และอยู่เก่า
เป็นอันมาก
พระภิกษุหนุ่มและสามเณรทั้ง
หลายอดทนต่อไปไม่ไหว วันหนึ่งจึง
กล่าวแก่พระอุทายีว่า
“ท่านอุทายี ตั้งแต่ท่านรับหน้าที่
แจกสลากเป็นต้นมา พระภิกษุทั้งหลาย
ก็ได้รับความเดือดร้อนไปตาม ๆ กัน
ท่านไม่สมควรกับหน้าที่นี่เลย จึงออก
ไปเสียเถิด”
ว่าแล้วก็ช่วยกันยื้อยุดฉุดพระ
อุทายีให้ออกจากโรงแจกสลากไป พระ
อุทายีก็อึดอัดขัดขืน ดิ้นรนพลางตะโกน
ค่าด้วยความโกรธ เสียงอึงคะนึงหนัก
ขึ้น ๆ
ทรงมีอ่ามาต บัณฑิตผู้หนึ่งทำหน้าที่
เป็นพนักงานที่ราคาพัสดุที่จะซื้อเป็น
ของหลวง มี ช้าง ม้า ทองคำ เพชร
พลอยต่าง ๆ เป็นต้น
ประเพณีสมัยนั้น เจ้าพนักงาน
ตีราคาพัสดุได้รับพระบรมราชานุญาต
ให้ใช้อำนาจแทนองค์พระมหากษัตริย์
ในการตีราคาสิ่งของได้เต็มที่ เมื่อ
ราคาของใดว่ามีมูลค่าเป็นเท่าใดแล้ว
เจ้าของก็ต้องยอมรับมูลค่าเพียงเท่านั้น
สมเด็จพระบรมศาสดาประทับ
อยู่ด้านใน สดับเสียงนั้นแล้วจึงตรัส
เรียกพระอานนท์มาซักถาม ครั้นทรง
ทราบเรื่องโดยตลอดแล้วจึงทรงระลึกชาติ
แต่หนหลัง ตรัสเล่าเรื่องในอดีตมี
เนื้อความว่า
จะต่อรองขัดขืนไม่ยอมขายไม่ได้เป็น
อันขาด
บัณฑิตผู้นี้ได้ทำหน้าที่ดังกล่าว
อย่างยุติธรรม ตีราคาสินค้าสูงต่ำตาม
เหตุผลอันสมควรตลอดมา แต่พระเจ้า
พรหมทัตไม่ทรงพอพระทัยการกระทำ
ของท่านบัณฑิตนัก เพราะพระองค์
ค
ทรงมีพระอุปนิสัยโลภ ชอบเอาเปรียบ
อยากได้ของของผู้อื่นมาก ๆ แต่ไม่อยาก
รั้งหนึ่งนานมาแล้ว สมัยเมื่อพระ
เจ้าพรหมทัต ครองราชสมบัติ
กรุงพาราณสี (พระเจ้าพรหมทัตใน
นิทานชาดกแต่ละเรื่องไม่ใช่พระองค์
เดียวกันหรอกนะจ๊ะ...เพราะเกิดคน
ละชาติ ตามพระชาติต่าง ๆ ของพระ
โพธิสัตว์นั่นแหละ) ในครั้งนั้นพระองค์
สูญเสียพระราชทรัพย์ให้มากนัก
ทรงดำริเห็นไปว่า ขึ้นปล่อยให้
ตีราคาของแบบนี้ ไม่ข้าพระราชทรัพย์
ในท้องพระคลังจะต้องหมดสิ้นไป ทรง
มีพระราชประสงค์จะเปลี่ยนเจ้าพนักงาน
kalyanamitra.org
๑๕