การเปลี่ยนแปลงของคนในวรรณะต่ำ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 2 เดือนกุมภาพันธ์ หน้า 80
หน้าที่ 80 / 108

สรุปเนื้อหา

นั่งพักดื่มน้ำให้หายเหนื่อยก่อนเถิด แล้ว จึงค่อยเดินดูหมู่บ้าน ติมพรและสุระเสนะได้ตามนาย บ้านไปนั่งพัก ณ ดั่งยาวในชายคาแล้ว จึงถามขึ้นว่า “นายบ้านผู้เจริญ ข้าพเจ้าเคย ผ่านมาในสมัยหลายปีก่อนโน้น ประ ชาชนในหมู่บ้านนี้นุ่งห่มตำคอยหลบ หนีไม่เข้าใกล้ ความเป็นอยู่ก็ดูแร้นแค้น บ้านเรือนก็สกปรกไม่น่าดู แต่ข้าพเจ้า มาครั้งนี้เห็นสิ่งทั้งปวงเปลี่ยนไปก็ให้ รู้สึกสงสัยอยู่ เหตุไฉนท่านจึงพากันมา นุ่งผ้าขาวสะอาด และละเลิกประเพณี จองตนเสีย?" “ดูก่อนอาคันตุกะ! สมัยก่อนเรา เป็นชาติศูทร เป็นคนวรรณะต่ำที่สุด เราจึงต้องเป็นอยู่อย่างนั้น บัดนี้เราพ้น จากความเป็นศูทรแล้ว เราจึงเปลี่ยนแปลง ความเป็นอยู่ของเรา” “นายบ้านผู้เจริญ ข้าพเจ้ายิ่ง สงสัยหนักขึ้น ชาติของคนนั้นกลับกลาย ได้อย่างไร ท่านจึงว่าท่านพ้นจากความ เป็น

หัวข้อประเด็น

- การเปลี่ยนแปลงของคนในวรรณะต่ำ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

จึงมาขอความเอื้อเฟื้อจากท่าน เพื่อ ได้รับอนุญาตให้เที่ยวชมได้” “ดูก่อนอาคันตุกะ ! ข้าพเจ้าขอ ต้อนรับท่านด้วยความยินดี เชิญท่าน นั่งพักดื่มน้ำให้หายเหนื่อยก่อนเถิด แล้ว จึงค่อยเดินดูหมู่บ้าน ติมพรและสุระเสนะได้ตามนาย บ้านไปนั่งพัก ณ ดั่งยาวในชายคาแล้ว จึงถามขึ้นว่า “นายบ้านผู้เจริญ ข้าพเจ้าเคย ผ่านมาในสมัยหลายปีก่อนโน้น ประ ชาชนในหมู่บ้านนี้นุ่งห่มตำคอยหลบ หนีไม่เข้าใกล้ ความเป็นอยู่ก็ดูแร้นแค้น บ้านเรือนก็สกปรกไม่น่าดู แต่ข้าพเจ้า มาครั้งนี้เห็นสิ่งทั้งปวงเปลี่ยนไปก็ให้ รู้สึกสงสัยอยู่ เหตุไฉนท่านจึงพากันมา นุ่งผ้าขาวสะอาด และละเลิกประเพณี จองตนเสีย?" “ดูก่อนอาคันตุกะ! สมัยก่อนเรา เป็นชาติศูทร เป็นคนวรรณะต่ำที่สุด เราจึงต้องเป็นอยู่อย่างนั้น บัดนี้เราพ้น จากความเป็นศูทรแล้ว เราจึงเปลี่ยนแปลง ความเป็นอยู่ของเรา” “นายบ้านผู้เจริญ ข้าพเจ้ายิ่ง สงสัยหนักขึ้น ชาติของคนนั้นกลับกลาย ได้อย่างไร ท่านจึงว่าท่านพ้นจากความ เป็นศูทรแล้ว” “ดูก่อนอาคันตุกะ! ท่านรู้จัก พระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือ ไม่?” “พระองค์เป็นศาสดาของพวก ข้าพเจ้าชาวขับเกวียนทั้งหลาย ทำไม ข้าพเจ้าจะไม่รู้จัก” “บัดนี้พวกเราได้เกิดใหม่เป็นบุตร แห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ชาติของ เราจึงเปลี่ยนไป ดูก่อนอาคันตุกะ ! สมัย หนึ่งสมเด็จพระผู้มีพระภาคได้เสด็จมา โปรดพวกเราชาวขั้นต่ำ พระองค์ได้ห้าม มิให้พวกเราหลบหนี ทั้งที่พระองค์มีชาติ เป็นกษัตริย์ เมื่อได้เรียกพวกเราให้ไป ประชุมกันแล้ว ก็ทรงสั่งสอนชี้เหตุผล และประทานชาติใหม่แก่เรา ทั้งได้ทรง แนะนำให้พวกเราเปลี่ยนแปลง เป็นอยู่ให้ดีขึ้น” งความ “พระองค์ทรงสั่งสอนพวกท่าน อย่างไรเล่า ? ท่านนายบ้าน! ข้าพเจ้า ใคร่จะฟังไว้ประดับความรู้บ้าง” “พระองค์ให้พวกเราหาไม้แห้ง ต่าง ๆ มาเท่าที่จะหาได้ เช่น ไม้ มะเดื่อ ไม้ตะเคียน ไม้จิก ครั้งแล้วให้ จุดไฟขึ้น เมื่อไฟติดแล้วจึงให้พวกเรา ดูว่า เปลวไฟก็ดี แสงของไฟก็ดี สีของ ไฟก็ดี อันเกิดจากไม้ต่างชนิดกันนั้น มีลักษณะผิดแผกกันอย่างไรบ้าง เมื่อ เราเห็นว่าเปลวไฟแสงไฟสีไฟเป็น อย่างเดียวกัน พระองค์จึงตรัสว่า คนเรานั้นจะเกิดในชาติกษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ หรือศูทรก็ตามที่ ถ้าทำความดีแล้วก็ได้รับผลดีชื่อว่า เป็นคนดี ถ้าตรงกันข้าม คือทำความ ชั่วแล้ว ก็ได้รับผลชั่วและชื่อว่าเป็น คนชั่ว คนชั่วคนดีในศาสนาของพระองค์ มิได้อยู่ที่ชาติ าเนิด หากอยู่ที่การ กระทำ เพราะฉะนั้นใครก็ตามไม่เลือก ชั้นวรรณะ ย่อมมีสิทธิออกบวชประพฤติ พรหมจรรย์เสมอกันหมด หรือแม้จะ ไม่บวช พอใจจะเป็นคฤหัสถ์ตั้งอยู่ใน ศีลธรรมไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่ประพฤติ เลวทรามต่ำช้า ก็ชื่อว่าเป็นผู้สูงโดย คุณธรรม พระองค์ตรัสเล่าว่าสมัย หนึ่งพระองค์ประทับ ณ โคนไม้ใน ฤดูหนาว มีหิมะตก พราหมณ์ผู้หนึ่ง เข้ามาถามพระองค์ว่าเป็นชาติอะไร? พระองค์ตรัสตอบว่า ท่านอย่าถามถึง ชาติเลย จงถามถึงความประพฤติดีกว่า นี้แสดงให้เห็นหลักธรรมในศาสนา ของพระองค์ว่ามุ่งอย่างไร? จ่าเดิม แต่พวกเราได้ฟังธรรมและได้รับชาติ ใหม่ คือเท่ากับเป็นโอรสของพระองค์ ในทางธรรมแล้ว พวกเราก็ตั้งกฏขึ้น ว่า ผู้ที่อยู่ในหมู่บ้านนี้เมื่อเปลี่ยนชาติ เปลี่ยนเครื่องนุ่งห่มแล้ว จะต้องเปลี่ยน ความประพฤติด้วย ผู้ใดก็ตามถ้าปรากฏ ว่าเป็นผู้ลักฉ้อล่อลวงหรือประพฤติ เลวทรามแล้ว จะต้องถูกขับออกจาก หมู่ ให้ไปอยู่นอกเขตและคงกลาย เป็นชาติศูทรตามเดิม เว้นแต่จะกลับ ตัวได้ตั้งอยู่ในความดีต่อไปจึงจะยอม ให้กลับเข้าหมู่อีก” เมื่อนายบ้านเล่าให้ฟังดังนั้นแล้ว ก็พาติมพรุและสุรเสนะออกเดินชมหมู่ บ้านต่อไป บ้านเหล่านี้แม้มุงด้วยแฝก แต่ก็ สร้างอย่างมีระเบียบมีทางเดินติดต่อ ถึงกัน บ่อน้ำขนาดธรรมดามีอยู่ประจำ เคียงหน้าบ้านแทบทุกแห่ง บนเนินเขา ที่สูงขึ้นไปมีสวนมะม่วงและไม้ล้มลุก ที่ใช้เป็นอาหาร ณ ชายเขาห่างจากหมู่ บ้านไปเล็กน้อยมีกุฏิ ๒-๓ หลัง มีบรรพชิต แห่งพระพุทธศาสนา ซึ่งเดินทางจาก เวฬุวนารามมาประจำสั่งสอนธรรมะ แก่ชาวบ้านเหล่านี้ ม้า ๓ ตัว เดินเรียงกันเลียบธารน้ำ เชิงผากาฬกฏกลับไปตามทางเก่าซึ่ง เคยมา แต่ในการเดินทางกลับนี้ดูเหมือน ผู้อยู่บนหลังจะมีดวงหน้าเบิกบานผิด ปกติ (อ่านต่อฉบับหน้า) 4. สุนทรกสูตร ๑๕/๒๕๕ de kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More