การบวชและการเปลี่ยนแปลง วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 2 เดือนกุมภาพันธ์ หน้า 92
หน้าที่ 92 / 108

สรุปเนื้อหา

เราจะทำความดี ก็ทำอยู่ที่บ้านได้ ไม่ ต้องไปทำถึงที่วัดหรอก เราก็ทำงานโดย สุจริตทุกวัน ไม่ได้เบียดเบียนใคร ไม่ ได้คิดร้ายใคร ทำบุญและช่วยเหลือผู้อื่น ตามสมควร ก็น่าจะพอแล้ว ตอนแรก ก็คิดอย่างนั้น แต่หลังจากที่เข้าวัดแล้ว ถึงได้ทราบว่า แค่นั้นนะยังไม่พอ” สำหรับความรู้สึกของสมาชิกแต่ ละคนในครอบครัว หลังจากหัวหน้า ครอบครัวได้ลาเพศบรรพชิตออกมาแล้ว คุณเอกภพเล่าให้ฟังว่า “ความรู้สึกของผมเองที่บวชตอน นั้น เรียกว่า ได้อริยทรัพย์หรือจะเรียกว่า ได้ธรรมะมากมาย จนไม่รู้ว่าจะเปรียบ เทียบกับอะไรได้ ได้เรียนรู้อะไรต่ออะไร มากมาย อย่างชนิดที่เรียกว่าไม่เคยรู้ มาก่อน มีความรู้สึกว่า ถ้าเราไม่ได้บวช นี่เสียชาติเกิดจริง ๆ เสียดายอย่างเดียวว่า มีเวลาลางานน้อยไปหน่อย ลาได้เพียง เดือนเดียว ถ้าได้เต็มพรรษาก็คงจะดี ก

หัวข้อประเด็น

- การบวชและการเปลี่ยนแปลง

ข้อความต้นฉบับในหน้า

“ก่อนหน้านี้ พี่มีความคิดว่า คน เราจะทำความดี ก็ทำอยู่ที่บ้านได้ ไม่ ต้องไปทำถึงที่วัดหรอก เราก็ทำงานโดย สุจริตทุกวัน ไม่ได้เบียดเบียนใคร ไม่ ได้คิดร้ายใคร ทำบุญและช่วยเหลือผู้อื่น ตามสมควร ก็น่าจะพอแล้ว ตอนแรก ก็คิดอย่างนั้น แต่หลังจากที่เข้าวัดแล้ว ถึงได้ทราบว่า แค่นั้นนะยังไม่พอ” สำหรับความรู้สึกของสมาชิกแต่ ละคนในครอบครัว หลังจากหัวหน้า ครอบครัวได้ลาเพศบรรพชิตออกมาแล้ว คุณเอกภพเล่าให้ฟังว่า “ความรู้สึกของผมเองที่บวชตอน นั้น เรียกว่า ได้อริยทรัพย์หรือจะเรียกว่า ได้ธรรมะมากมาย จนไม่รู้ว่าจะเปรียบ เทียบกับอะไรได้ ได้เรียนรู้อะไรต่ออะไร มากมาย อย่างชนิดที่เรียกว่าไม่เคยรู้ มาก่อน มีความรู้สึกว่า ถ้าเราไม่ได้บวช นี่เสียชาติเกิดจริง ๆ เสียดายอย่างเดียวว่า มีเวลาลางานน้อยไปหน่อย ลาได้เพียง เดือนเดียว ถ้าได้เต็มพรรษาก็คงจะดี กว่านี้” “ก่อนที่ผมจะบวช ผมคิดว่า การ ถือศีล ๕ นี่ เป็นเรื่องประหลาด เป็นเรื่อง ผิดปกติสำหรับมนุษย์ในสมัยนี้ การ ทำมาหากินต้องเข้าสมาคม ต้องกินเหล้า การใช้ชีวิตสำหรับชาวโลก เป็นเรื่อง จำเป็น ถ้าเราไม่ใช้ชีวิตอย่างนั้น เราก็คง ค้าขายกับใครไม่ได้ เรื่องถือศีล ๕ นี่ ถ้าให้ถือวันสองวันคงได้ แต่ถ้าถือตลอด ชีวิตสำหรับคนทำงาน ผมเคยคิดว่า เป็น เรื่องขัดต่อทางโลกอย่างมาก แต่พอบวช แล้ว เรื่องเล็กเลย ศีล ๕ เป็นเรื่องปกติ ถือได้เลยโดยอัตโนมัติ โดยที่เราไม่ต้อง ไปฝืนอะไรและที่เราเคยคิดว่า การถือ ศีล ๕ จะไม่เหมาะกับธุรกิจนี้ ผมพิสูจน์ มามากพอสมควร จนพูดได้ว่า ไม่จริง เป็นเรื่องที่เรารู้สึกไปเองมากกว่า คือเรา เกรงไปว่า ถ้าเราไม่ดื่มเหล้า จะมีคน ไม่อยากมาคบค้ากับเรา ซึ่งจริง ๆ มันก็มี บ้าง คนที่ชอบดื่มเหล้า ก็ห่างเหินเราไป แต่เราก็ได้เพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งเข้ามาแทนที่ กลุ่มซึ่งแต่เดิมเค้าไม่อยากคบกับเรา เค้าก็หันมาคบ ก็มีสิ่งที่ทดแทนกัน ผม ก็มาตรวจดูว่า สิ่งที่ทดแทนนี่ เราได้หรือ เสีย ก็ได้คำตอบว่า มีแต่ได้ ไม่มีเสีย เพราะเพื่อนที่ห่างเราไป ก็ห่างเฉพาะ เรื่องเที่ยว เรื่องสรวลเสเฮฮาเท่านั้น แต่เรื่องอื่นก็ไม่ได้ห่างไป เหมือนที่เรา เคยคิด” - การที่เข้าวัด ในขณะที่เพื่อนคนอื่น ยังไม่ได้เข้า มิได้หมายความว่า เราเป็น คนดีเหนือกว่าคนอื่น ผมระลึกอยู่เสมอ ว่า เรายังมีสิ่งบกพร่องที่ต้องปรับปรุง แก้ไขอีกมากมายเหลือคณานับ และคง ต้องทำไปอีกหลายภพหลายชาติ คน เข้าวัดก็มุ่งมั่นที่จะทำความดี ละความชั่ว และทำจิตใจให้ผ่องใส นั้นเป็นความ ตั้งใจ ส่วนจะทำได้แค่ไหน เป็นอีกเรื่อง หนึ่ง ความรู้สึกของคุณเอกภพเองที่รู้สึก ถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเองมากมาย และผู้ที่สัมผัสได้อีกผู้หนึ่งคือ พี่ศศินันท์ เธอเล่าว่า "สมัยเมื่อก่อนบวช บางครั้ง ครอบครัวก็มีปัญหาบ้าง คือ คุณเอกภพ เองงานก็เยอะ บางทีก็ต้องหอบมาทำที่ บ้าน พี่เองก็ทำงานเหมือนกัน (คุณ ศศินันท์ทำงานที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย ตั้งแต่เรียนจบจาก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ฯ) พอ ต่างคนต่างเหนื่อยกลับบ้าน บางที่ฟัง ผิดหูไปนิดเดียว ก็อาจจะมีการประคารม กันบ้าง แต่หลังจากบวชแล้ว คุณเอกภพ ใจเย็นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทีเดียว คือ เวลา อยู่บ้าน เค้าสามารถที่จะตัดเรื่องงาน ออกไปได้ แบ่งเวลาได้มากขึ้น อย่างเมื่อ ๘๖ kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More