ข้อความต้นฉบับในหน้า
ฉะนั้น รู้ว่าอะไรเป็นความชั่ว ก็รีบละรีบเว้นเสีย
ส่วนอะไรที่เป็นความดี ก็รีบ ๆ ทำเข้า อย่าไปยังมือ
ทำให้เต็มที่ ถ้าทำได้อย่างนี้คุณจะไม่มีวันพลาดเลย
ชาตินี้ถึงจะต้องทำงานเหนื่อยหน่อยแต่ก็เป็นสุข
แล้วก็จำไว้ด้วยว่า อย่าคิดไปพึ่งใคร แม้เทวดา
พระอินทร์ พระพรหม พระเจ้า ก็ไม่ต้องไปคิดพึ่ง
พ่อแม่ พี่น้อง หรือคนที่รักเรา หวังดีกับเราที่สุด
ก็อย่าไปคิดพึ่ง เพราะสิ่งเหล่านี้เปลี่ยนแปลงได้
ไม่แน่นอน ให้คิดพึ่งตัวเอง ทำความดีให้เต็มที่
เอาไว้เป็นที่พึ่ง
ถ้าคุณทำได้อย่างนี้ ก็ได้ชื่อว่า เป็นคนมองโลก
ตามความเป็นจริง คุณเป็นชาวพุทธที่แท้จริงแล้ว
อิจฉาริษยา
จิตที่กระทบความดีของผู้อื่นแล้วทนไม่ได้ กระสับ
กระส่าย กระวนกระวาย ซึ่งความรู้สึกเช่นนี้แม้ไม่แสดง
ออก ก็จัดว่าเป็นจิตที่ริษยาครอบงำ
ผู้มีจิตริษยาจึงเร่าร้อนเหมือนถูกไฟแผดเผา จะยืน
เดิน นั่ง นอน หาเป็นสุขไม่
สาม
หลวงพ่อคะ : ทําอย่างไรดิฉันจึงจะเลิกนิสัยอิจฉา
ชาวบ้านได้คะ
ตอน ก่อนอื่นคุณต้องรู้ว่า การที่คุณเป็นคนอิจฉาริษยา
ชาวบ้านนั้นเป็นเพราะคุณมีบุญน้อย อยากจะรวย
กรวยไม่ได้ เพราะให้ทานมาน้อย อยากฉลาดก็
ฉลาดสู้เขาไม่ได้ เพราะทำภาวนามาน้อย อยาก
จะเกิดในชาติตระกูลสูงก็ไม่ได้ เพราะไม่เคย
เคารพกราบไหว้ผู้มีคุณธรรมมาก่อน จึงต้องเป็น
รองเขาไป เมื่อเป็นรองเขาเรื่อยมา แทนที่จะ
ได้คิดว่าเป็นรองเขาเพราะสร้างบุญมาน้อย กลับ
ปล่อยให้โมหะ ความหลงผิดเข้าครอบงำจิตใจไป
อิจฉาริษยาเขา
คนที่จะเลิกอิจฉาริษยาชาวบ้านได้ จึงต้องพิจารณา
ให้เห็นโทษของความอิจฉาริษยาให้ชัดเจนเสียก่อน
ว่า มันทำให้เกิดความเสียหายแก่เราอย่างไรบ้าง
ตั้งแต่ทำให้วาสนาของตัวเองตกต่ำ มิหนำซ้ำยังไม่
มีกำลังใจที่จะทำความดีต่อไปอีก แม้จะเกิดไป
กี่ภพกี่ชาติเบื้องหน้าก็จะเป็นคนที่มีอานุภาพน้อย
จะต้องเป็นรองคนอื่นเขาอยู่ร่ำไป แม้ที่สุดจะเกิด
เป็นกษัตริย์ก็จะตกเป็นประเทศราช
ฉะนั้น ถ้าต้องการแก้ไขนิสัยไม่ดีดังกล่าว จึงต้อง
ทำดังนี้
จ.
ทุกครั้งที่รู้ตัวว่า เรากำลังมีจิตคิดอิจฉาริษยา
ใครก็ตาม ต้องรีบเตือนสติตัวเองว่าที่เป็นเช่นนี้
เพราะคุณความดีในตัวเรามีน้อย มีบุญน้อย จึงได้
น้อยหน้าไม่เท่าเทียมเขา เป็นความผิดของเราเอง
ที่ภพในอดีตไม่ชอบสร้างบุญกุศล ไม่ใช่ความผิด
ของคนอื่น
เพราะฉะนั้น จะต้องรีบเร่งสะสมความดี สร้างบุญ
กุศลให้มาก ๆ
๒. หมั่นฝึกสมาธิให้มาก ๆ เป็นประจำทุกวัน แม้
จะได้ผลช้ากว่าคนอื่นก็เพียรเรื่อยไป เมื่อใจผ่องใส
ละเอียดอ่อนขึ้น ก็จะเห็นช่องทางในการทำความดี
ในการสร้างบุญกุศลกว้างขึ้น มากขึ้น แล้วตั้งใจ
ทำความดีตามนั้นอย่างสุดกำลังความสามารถด้วย
ความไม่ประมาท บุญของเราก็จะสะสมมากขึ้น ๆ
ในที่สุดก็เป็นคนที่มีความดีอยู่ในตัวมากจนไม่
จําเป็นต้องไปอิจฉาริษยาใครอีกต่อไป แต่แน่นอน
กว่าจะทำให้นิสัยขี้อิจฉาริษยานี้หมดไปต้องใช้
เวลานานมาก ฉะนั้น ขณะกำลังฝึกตัวก็ควรได้
กัลยาณมิตร เช่น ครูบาอาจารย์ ผู้ใหญ่ เพื่อน
ที่นิสัยดี ๆ ฯลฯ เป็นพี่เลี้ยง ช่วยเตือนสติให้ก็จะ
ดียิ่งขึ้น
ถ้าคุณกำจัดความริษยาให้สิ้นไปจาก
ใจได้ ก็จะพบความสงบสุข
kalyanamitra.org
loa