ข้อความต้นฉบับในหน้า
ก
บการแสวงหาอันยาวนาน แต่ดู
เหมือนเพียงวันวานในความทรง
จำ จากเด็กเล็ก ๆ ผอมบางขี้อาย และ
ช่างฝัน ข้าพเจ้าเรียนรู้ชีวิตกับธรรมชาติ
ข้าพเจ้ารักที่จะมองดูดวงดาวอันแสน
ไกล และถามตัวเองว่าเรามาจากไหน
จะมีใครบนนั้นเฝ้ามองเราอยู่หรือเปล่า
บางครั้งข้าพเจ้าก็นึกสงสัยอะไรต่ออะไร
ก็ไม่มีใครให้คำตอบได้ หลาย
ต่อหลายครั้งที่
งที่ข้าพเจ้าเริ่มสับสนกับ
มากมายที่ไม่
เป้าหมายของชีวิต ข้าพเจ้าหาคำตอบให้
กับตัวเองไม่ได้ว่าต้องการอะไร ข้าพเจ้า
ทราบแต่เพียงว่าทุกคนอยากมีความสุข
ความสมหวัง แต่จะหวังและสุขในอะไร
ล่ะ โดยทั่วไปแล้วอาจกล่าวได้ว่า ข้าพ
เจ้าค่อนข้างสมหวังกับสิ่งที่ต้องการ เมื่อ
ข้าพเจ้ามุ่งหวังสิ่งใด ข้าพเจ้ามักได้มัน
เสมอมา แต่ความสุขเหล่านั้นก็ไม่อาจ
อยู่ในใจได้นาน มันเป็นเพียงประสบ
การณ์ใหม่ในชีวิต ซึ่งผ่านเข้ามาเพียง
ครู่เดียว เหมือนคลื่นกระทบฝั่งที่จะเงียบ
หายไปในไม่ช้า
โลกที่ข้าพเจ้าเติบโตขึ้น กับ
คนมากมายและการเรียนรู้ผู้คนในที่
ต่าง ๆ ที่ย่างก้าวเข้าไป ข้าพเจ้าเริ่มตั้ง
คำถามกับตัวเองบ่อยขึ้น มีบางครั้งที่
ข้าพเจ้าคิดว่าข้าพเจ้าได้คำตอบของชีวิต
ข้าพเจ้าได้พบกับสังคมในอุดมคติที่
ข้าพเจ้าแสวงหาแล้ว แต่เมื่อเวลาผ่าน
ไปและหันกลับมาไตร่ตรอง ก็ต้องพบ
กับความผิดหวัง มันเริ่มบ่อยครั้งขึ้นจน
ข้าพเจ้ารู้สึกเจ็บ ข้าพเจ้าเริ่มเหนื่อยอ่อน
ท้อแท้หมดอาลัย และเกือบจะเลิกค้นหา
คำตอบของชีวิต
แต่แท้จริงแล้ว ความเหนื่อยอ่อน
ท้อแท้ กลับนำพลังอันยิ่งใหญ่เข้ามาสู่
ตัวข้าพเจ้า มันเหมือนกับเรี่ยวแรงเฮือก
สุดท้ายที่ข้าพเจ้าอัดเข้าไป เพื่อความหวัง
สุดท้าย และแล้วข้าพเจ้าก็หวนนึกถึง
สถานที่ที่เคยไปครั้งหนึ่งขึ้นมาได้ วันนั้น
ณ วัดพระธรรมกาย เป็นวันวิสาขบูชา
ปี 2526 มีการบวชตลอดชีวิตของธรรม
ทายาทท่านหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันคือ ท่าน
วิชเชสโก ภิกขุ ข้าพเจ้าได้มีโอกาสสัมผัส
กับบรรยากาศที่ร่มรื่น ความสงบแฝง
ด้วยความศักดิ์สิทธิ์และความสง่างาม
ที่ไม่เหมือนวัดใด ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์
ความสะอาด และใบหน้าที่ยิ้มแย้มของ
ผู้คนก็ตาม แม้ว่าวันนั้น สาธุชนจะเนื่อง
แน่นและมีฝนตกพรำ ๆ แต่ทุกคนก็ยัง
คงมีระเบียบและยิ้มแย้มแจ่มใส วันนั้น
ข้าพเจ้ารู้สึกสบายใจอย่างประหลาด
บอกตัวเองว่า ถ้ามีโอกาสจะกลับมา
ทนอก
ด้วย ข้าพเจ้าขาดกัลยาณมิตรที่
จะช่วยประคับประคองการมาวัดให้ต่อ
เนื่อง ทำให้นับจากวันที่ตั้งใจว่าจะกลับ
ไป ณ วัดพระธรรมกายอีกครั้งหนึ่งใช้
เวลาอีกร่วมปี นับเป็นบุญเก่าอันใหญ่
หลวงที่ทำให้ข้าพเจ้ามีความรู้สึกคิดถึง
วัดพระธรรมกายขึ้นมาอีก ความรู้สึก
นั้นเหมือนบางสิ่งบางอย่างมาปลุก
วิญญาณภายใน กระตุ้นให้ข้าพเจ้า
กลับไปอีกครั้งเหมือนบ้านเก่าที่ข้าพเจ้า
จากไปแสนนานจนเกือบลืมเลือน
bb
ละแล้ววันนั้นก็มาถึง วันที่ข้าพเจ้า
เจ้ารอคอยมาชั่วชีวิต ข้าพเจ้าไปขึ้นรถ
ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งเป็นจุดออก
รถที่จะนำสาธุชนไปบำเพ็ญบุญที่วัด
พระธรรมกาย เนื่องจากความตั้งใจ
อย่างแรงกล้า แม้ทุกคนที่บ้านจะติด
ธุระและไม่มีใครไปกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้า
ก็ไม่เปลี่ยนความตั้งใจ โดยไม่ลืมที่จะ
แต่งกายด้วยสีขาว ในขณะที่นั่งคอย
เวลารถออก ก็มีหญิงสาวผู้หนึ่งขึ้นมา
บนรถ ข้าพเจ้าคงไม่สนใจเธอมากนัก
ถ้าเธอผู้นั้นจะไม่ถือไมค์ขึ้นมาบนรถ
ด้วย เธอกำลังจะมาประกาศอะไรบน
รถหรือ ข้าพเจ้ารู้สึกสนใจเป็นอย่างยิ่ง
เธอยืนสงบสำรวมสักครู่แล้วกล่าวอนุ
โมทนาต่อสาธุชนบนรถ อ้อ!.....
...ธรรมะนั้นเอง เธอขึ้นมาเล่าชาดก
ตลอดเวลาที่ฟังเธอเล่าชาดก ข้าพเจ้า
รู้สึกว่า มันช่างไพเราะ องอาจ และ
จริงใจยิ่งนัก จนข้าพเจ้ารู้สึกหัวใจเต้น
แรง ความปิติดูจะเอ่อท้นจนน้ำตาซึม
ข้าพเจ้าอยากเป็นเช่นเธอเหลือเกิน
ชีวิตเล็ก ๆ ของข้าพเจ้าคงมีค่า เพราะ
ได้ทำหน้าที่อันทรงเกียรติเช่นเธอผู้นี้
มีเสียงแนะนำว่าเธอที่เล่าชาดกจบไป
นั้น คือ ธรรมโฆษณ์ ชื่อ อุทัย เมธี
ปรีชานนท์ อา...ธรรมโฆษก์ ผู้ประกาศ
ธรรม
ใครนะเป็นคนตั้งชื่อนี้ ช่างไพเราะ
เหลือเกิน ทำอย่างไรดี ข้าพเจ้าดูจะ
๖๒
kalyanamitra.org