ข้อความต้นฉบับในหน้า
คุณประวาท หรือคุณอาประวาท
ของชาววัด เป็นนักธุรกิจที่ประสบความ
สำเร็จในชีวิตผู้หนึ่ง ท่านเริ่มเข้าวัดเมื่อ
ต้นปี พ.ศ. ๒๕๒๔ โดยไปวัดกับพี่สาว
คือ คุณวัลลภา ชาติประเสริฐ
“พี่วัลลภาบอกว่า คุณหมอปิยะ
เหล่าสุนทร เล่าให้ฟังว่า มีวัดดีอยู่
แห่งหนึ่ง ซึ่งท่านเคยไปมาแล้ว เมื่อไป
ถึงไม่พบใครเลย นอกจากคุณยาย (คุณ
ยายอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง) พอเห็น
สถานที่ครั้งแรกเข้า ก็ถูกใจทันที” คุณอา
เล่าถึงความประทับใจครั้งแรก “ความจริง
อาก็เคยเข้าวัดเหมือนกัน ไปมาหลาย
วัดแล้ว เพราะคิดว่า ชีวิตของเราอยู่ใน
วัยนี้ก็ควรเข้าวัดได้แล้ว แต่หาวัดที่
ถูกใจยังไม่ได้ มันมีแต่ความวุ่นวาย
ไม่ถูกกับอัธยาศัยของเรา พอเห็นวัด
พระธรรมกายก็ประทับใจหลายอย่าง
แม้ว่าจะอยู่ไกลไปบ้าง แต่เมื่อเราตั้งใจ
ว่า จะเอาชีวิตในบั้นปลายมาปฏิบัติ
ธรรม ก็ต้องหาวัดที่ต้องใจที่สุด ที่คิดว่า
ดีที่สุด พอครั้งที่สอง ไปปล่อยปลากับ
คุณยาย อาก็มีโอกาสได้พบหลวงพ่อ
ทัตตะ ตอนนั้นท่านอายุ ๔๐ ปี บวช
มาตั้งสิบกว่าพรรษาแล้ว ท่านยังบอก
ว่า ท่านมาปฏิบัติธรรมสายเกินไป อา
ก็ฉุกใจคิด ขนาดท่านว่าท่านแก่แล้ว
เราไม่แย่หรือ อายุตั้ง ๕๐ แล้ว ยังไม่ได้
ท่าอะไรเลย”
ประกอบกับในช่วงนั้น เพื่อน
ของท่านคือ คุณอาฉันทนา ก็มีความ
ตั้งใจชักชวนคุณอาไปทอดกฐินที่วัด
พระธรรมกาย ความประทับใจก็เพิ่มพูน
ขึ้น ชื่นชมทั้งความมีระเบียบของสถานที่
บุคคล และความสะอาด กระทั่งท่าน
ได้มาปฏิบัติธรรมที่วัดเป็นประจำทุก
อาทิตย์
ทว่าในครั้งนั้น ท่านยังไม่เข้าใจ
ลึกซึ้งถึงหลักธรรมของพุทธศาสนา
หรือเป้าหมายชีวิตเท่าใดนัก จึงได้
หมันซักถามข้อข้องใจจากหลวงพ่อ
ธัมมชโย เป็นประจำ คุณอาเล่าให้ฟังว่า
“ปัญหาบางอย่างที่อาเคยสงสัย
ซึ่งใคร ๆ ก็ให้คำตอบไม่ได้ แต่ท่านก็
ตอบเราได้ อย่างปัญหาที่อาเคยกราบ
เรียนถามท่านว่า ที่หนังสือเขียนว่า
พระพุทธเจ้าท่านเสวยพระชาติเป็น
โน่นเป็นนี่ เค้าแต่งขึ้นเพื่อจูงใจเราใช่มั้ย
เพราะเวลาตั้ง ๒,๕๐๐ ปีมาแล้ว สมัย
โน้นหนังสือก็ไม่มี จะถ่ายทอดมาได้
อย่างไร หลวงพ่อก็ตอบว่า พระพุทธเจ้า
ท่านตรัสรู้จึงระลึกชาติได้ แล้วท่านได้แบ่ง
พระอรหันต์ออกเป็นกลุ่ม ๆ กลุ่มที่หนึ่ง
ท่านจะเล่าเรื่องที่ ๑-๕๐ กลุ่มที่สอง
เรื่องที่ ๕๑-๑๐๐ แล้วทุกองค์ก็ไปถ่ายทอด
ต่อ ๆ กันมาจนถึงทุกวันนี้
“ไม่ว่าปัญหาอะไรที่อาติดขัดก็
จะเรียนถามท่านทุกครั้ง บางคำถาม
คนก็หัวเราะกันทั้งศาลา หลวงพ่อท่าน
ก็ให้กำลังใจว่า ในเมื่อเราสงสัยปัญหา
ใด ๆ แล้วซักถาม นั่นเป็นการกระทำ
ที่ถูกต้อง จนในที่สุด เราก็เข้าใจชัดเจน
ว่า หลักใหญ่ที่สุดในชีวิตก็คือ การปฏิบัติ
ธรรมเพื่อสร้างบุญบารมี”
โดยปกตินิสัยของคุณอาประวาท
เป็นผู้ที่ชอบทำบุญทำทานเสมอมา
เมื่อใดก็ตามที่มีผู้มาขอความช่วยเหลือ
ในการประกอบการกุศล ท่านมักจะ
ไม่ขัดข้องทุกคราวไป หากข้อเสียของ
ท่านก็มีเยี่ยงปุถุชนทั่วไป คือ ชอบเล่น
ไฟเป็นประจำทุกวัน ครั้นหลวงพ่อ
ธัมมชโยได้ชี้แนะว่า การเล่นไพ่เป็น
อบายมุขชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งเสพติด
และเป็นอบายมุขชนิดหนึ่ง ซึ่งเมื่อ
สิ้นชีวิตจากโลกนี้แล้ว ย่อมมีทุคติเป็น
ที่ไป ท่านจึงได้สำแดงคุณลักษณะนิสัย
ประจำตัว คือ เป็นผู้ที่มีการตัดสินใจที่
แน่วแน่ และรักสัจจะประดุจชีวิต ท่าน
หันหลังโดยเด็ดขาดให้กับกีฬาที่ท่าน
โปรดปรานมาเป็นเวลาถึง ๒๐ ปี และ
ไม่เคยหวนกลับไปแตะต้องอีกเลยจน
ถึงทุกวันนี้
“หลวงพ่อธัมมชโยท่านเป็นมหา
กัลยาณมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต
ของยา” คุณอากล่าวอย่างตื้นตันใจ
“ท่านได้ชี้แนะหนทางที่ประเสริฐ ที่
ถูกต้อง ท่านขอให้อาเริ่มถือศีล ๘ ใน
วันวิสาขบูชา จะกี่วัน ๆ ก็ขอให้ได้
เริ่ม ตอนนั้นอาก็ถือศีล ๕ อยู่ ตั้งแต่
นั้นอาก็จะถือศีล ทุกวันพระและ
ทุก ๆ วันอาทิตย์ที่ไปวัด ถ้าขึ้นไป
ปฏิบัติธรรมบนดอยสุเทพ ก็จะถือศีล ๘
ซึ่งเมื่อก่อนนี้จะถือไม่ได้เลย
ตลอด
เพราะปกติ จาเป็นคนแต่งตัวเก่ง ไม่
เคยไปไหนที่จะไม่แต่งตัว ไม่งั้นก็ไม่
กล้าออกจากบ้าน นอกจากนั้นหลวงพ่อ
ท่านยังขอให้อานั่งสมาธิทุกวัน ซึ่งก็
เป็นความภูมิใจของอาที่นั่งติดต่อกัน
ทุกคืนตลอดระยะเวลา 4 ปี แม้กระทั่ง
ไปต่างประเทศ คือ นั่งสมาธินี นั่งที่ไหน
ก็ได้ ในรถเราก็นั่งได้ ในเครื่องบินก็
นั่งได้ หลังจากนั้นหลวงพ่อท่านก็
แนะว่า ควรจะใส่บาตรตอนเช้า และ
กิจวัตรประจำวันของอาตอนนี้ก็คือ
ตื่นราวตีห้า ทำธุระส่วนตัวเสร็จก็มา
นั่งสมาธิ จนถึง 5 โมงเช้า ก็ออกไป
ใส่บาตรตรงทางแยกหน้าบ้านทุก ๆ
วัน ๆ ละ ๔ องค์ และสวดมนต์ทำวัตร
เช้า - เย็น เป็นประจำทุกวัน”
หลักคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา
ที่หลวงพ่อท่านพร่ำสอนอยู่ทุกวันคือ
การหาทาน กษาศีล และเจริญภาวนา
ซึ่งคุณอาประวาทได้ปฏิบัติตาม บำเพ็ญ
ตนเป็นพุทธศาสนิกชนที่สมบูรณ์แบบ
kalyanamitra.org
๖๗