การกระทำและผลของการเกิด วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 2 เดือนกุมภาพันธ์ หน้า 79
หน้าที่ 79 / 108

สรุปเนื้อหา

กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ หรือศูทรก็ตามที่ ถ้าทำความดีแล้ว ก็ได้รับผลดีชื่อว่าเป็นคนดี ถ้าตรงกันข้าม คือทำความชั่วแล้ว ก็ได้รับผลชั่วและชื่อว่าเป็นคนชั่ว คนชั่วคนดีในศาสนาของพระองค์ มิได้อยู่ที่ชาติกำเนิด หากอยู่ที่การกระทำ ชาติสูงไม่ได้ และถ้าฝืนระเบียบประ เพณีนี้ ก็จะประสบความเสื่อมมีประการ ต่าง ๆ คนวรรณะศูทรนี้จึงชื่อว่าดูหมิ่น ตนเองด้วยเต็มใจเพื่อทำเช่นนั้น เพราะ มีความกลัวต่อภัยพิบัติด้วย เรื่องสำคัญ ที่สุดคือประชาชนทั้งหลาย คือต้องจำ ชื่อและเชื้อสายแห่งบรรพบุรุษของตน ให้ได้อย่างน้อย 6 ชั่วคน เพื่อจะได้รู้ ว่าตระกูลของตนมีเชื้อสายแห่งชาติ ชั้นวรรณะอันบริสุทธิ์หรือไม่ ผู้ที่ระวัง ความบริสุทธิ์แห่งวงศ์ตระกูลของตน มาก คือกษัตริย์พราหมณ์ ต่างไม่ยอม ร่วมกันร่วมนอนกับคนต่างชั้น พราหมณ์ บางคนที่เ

หัวข้อประเด็น

- การกระทำและผลของการเกิด

ข้อความต้นฉบับในหน้า

คนเรานั้นจะเกิดในชาติ กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ หรือศูทรก็ตามที่ ถ้าทำความดีแล้ว ก็ได้รับผลดีชื่อว่าเป็นคนดี ถ้าตรงกันข้าม คือทำความชั่วแล้ว ก็ได้รับผลชั่วและชื่อว่าเป็นคนชั่ว คนชั่วคนดีในศาสนาของพระองค์ มิได้อยู่ที่ชาติกำเนิด หากอยู่ที่การกระทำ ชาติสูงไม่ได้ และถ้าฝืนระเบียบประ เพณีนี้ ก็จะประสบความเสื่อมมีประการ ต่าง ๆ คนวรรณะศูทรนี้จึงชื่อว่าดูหมิ่น ตนเองด้วยเต็มใจเพื่อทำเช่นนั้น เพราะ มีความกลัวต่อภัยพิบัติด้วย เรื่องสำคัญ ที่สุดคือประชาชนทั้งหลาย คือต้องจำ ชื่อและเชื้อสายแห่งบรรพบุรุษของตน ให้ได้อย่างน้อย 6 ชั่วคน เพื่อจะได้รู้ ว่าตระกูลของตนมีเชื้อสายแห่งชาติ ชั้นวรรณะอันบริสุทธิ์หรือไม่ ผู้ที่ระวัง ความบริสุทธิ์แห่งวงศ์ตระกูลของตน มาก คือกษัตริย์พราหมณ์ ต่างไม่ยอม ร่วมกันร่วมนอนกับคนต่างชั้น พราหมณ์ บางคนที่เคร่งครัด เมื่อเห็นคนชั้นศูทร อันเป็นคนชั้นต่ำก็ดี เห็นคนจัณฑาล หรือคนที่บิดามารดาต่างวรรณะผสม กันก็ดี ถือว่าได้เห็นสิ่งอันเป็นเสนียด แก่ตา ถึงกับล้างตาด้วยน้ำก็มี และชนในวรรณะศูทรนี้ ยังแบ่ง เป็นวรรณะย่อยออกไปอีกมากหลาย แต่ละพวกที่แบ่งแยกออกไปเล่าก็มีขนบ ธรรมเนียมประเพณี และเครื่องนุ่งห่ม เฉพาะอย่างต่างกันตามท้องถิ่นนั้น ๆ ผู้ที่ลงจากหลังม้าเป็นคนแรกคือ ฟ้อนอยู่ที่อกของนาง บางผู้นำน้ำมาจาก ติมพรุ ผู้ได้รับความไว้วางใจจากธนิยะ ให้พาสุระเสนะมาดูหมู่บ้านศูทรนี้ พร้อม ทั้งชาวขับเกวียนอีกคนหนึ่ง เมื่อได้มอบ ให้ชาวขับเกวียนดูแลม้าไว้แล้ว ติมพรุ ก็ชวนสุระเสนะเดินเข้าไปในหมู่บ้านนั้น วามคาดหมายเดิมของทีมพรุ กรดพลาดไปสิ้น แทนที่จะ ได้เห็นชาวศูทรแต่งตัวด้วยเครื่องนุ่งห่ม สีดำหรือสีหม่นดังเคยเห็นมาแต่ก่อน กลับพบว่าพากันนุ่งห่มผ้าสีขาวสะอาด และในสมัยอื่นเมื่อเห็นคนต่างวรรณะ เข้ามา ก็พากันวิ่งหนีหลบซ่อน ด้วยเกรง ว่าตนจะเข้าไปใกล้คนสูงวรรณะกว่า บัดนี้กลับปรากฏว่าไม่มีใครแสดงอาการ พรั่นพรึงซ่อนเร้น หรือถอยออกห่างดัง แต่ก่อน ลักษณะแห่งบ้านเรือนที่อยู่ อาศัยก็สะอาดตาขึ้นผิดปกติ สตรีผู้หนึ่ง เดินออกมาจากโรงกระเดื่อง” รับบุตรน้อย จากสามีมาโอบกอด แล้วให้บุตรนั้น บ่อทูนเหนือศีรษะด้วยท่าทางอันร่าเริง และชาวบ้านหมู่นั้นเมื่อเห็นอาคันตุกะ แปลกหน้ามา ก็เข้ามาซักถามด้วยอาการ อันสําแดงไมตรีจิต ติมทรูไต่ถามถึงที่อยู่ของนายบ้าน พวกเขาก็ชี้มือไป ณ เรือนหลังหนึ่ง ซึ่ง ปลูกใหญ่โตเป็นพิเศษ ขณะนั้นนาย บ้านกำลังยืนอยู่ที่หน้าประตูเรือน มี ผู้คนเดินขวักไขว่ ด้านนอกเรือนซ้ายมือ มีคนกำลังกรอ ด้าย อีกทางหนึ่งกำลัง ทอเป็นผืนผ้า เมื่อดื่มพรุพาสุระเสนะเข้าไปหา ทำคารวะนายบ้านแล้วก็แจ้งความจำนง ของดนว่า “นายบ้านผู้เจริญ! ข้าพเจ้าเป็น พวกพ่อค้าเกวียนเดินทางมาแต่กาลี ชนบท จะไปต่อไปยังแคว้นวัชชี วันนี้ นายของข้าพเจ้าให้พาบุตรหนุ่มของ ท่านคนนี้มาดูหมู่บ้านของท่าน ข้าพเจ้า 5. โรงดินที่ทำข้าวด้วยครกกระเดื่อง kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More