ข้อความต้นฉบับในหน้า
เธอจะมีประโยชน์อะไร ด้วยกายอัน
เปื่อยเน่านี้ที่เธอได้เห็นแล้ว ดูก่อน
วักกลิ ผู้ใดแล เห็นธรรม ผู้นั้น ก็เห็น
เราตถาคต ผู้ใดเห็นเขา ตถาคต ผู้นั้น
ก็เห็นธรรม ดังนี้ และว่า เราตถาคต
เป็นพระธรรม เราสดา เป็นพระพรหม
ดังนี้ และว่าเป็นธรรมกายบ้าง เป็น
พรหมกายบ้าง ดังนี้ เป็นต้น
บทว่า โยชนสเต ความว่า ใน
พื้นที่มีประมาณร้อยโยชน์ อธิบายว่า ใน
ที่มีร้อยโยชน์เป็นที่สุด, คำที่เหลือ จึง
ผู้เป็นบัณฑิต
เพราะเป็นพหูสูตในทาง
ปฏิเวธ. เป็นผู้
ไม่หวั่นไหว คือ เว้นจาก
การหวั่นไหว
ทราบโดยบรรยายที่ผิดจากที่กล่าวมาแล้ว เพราะกิเลสเงียบสงบอยู่
และพึงทราบความที่ท่านเป็นผู้ไม่มีการ
เพ่งเล็งเป็นปกติ ด้วยสามารถแห่งการ
บรรลุอริยมรรค
พึงทราบวินิจฉัยในคาถาทั้งหลาย
ดังต่อไปนี้ บทว่า มหิจโฉ ความว่า
ชื่อว่าผู้มีความมักมาก เพราะมีความ
เหมือนห้วงน้ำ
ในที่สงัดลม ไม่ถูกลมพัด
จะเรียบราบอยู่
ไม่มีคลื่น ฉันใด
คือยังเป็นพาลปุถุชนตามสภาวธรรม
ชื่อว่า เห็นพระองค์ได้ตลอดเวลาที่
ประทับอยู่ในที่ไกล แม้การจะกราบทูล
ก็ไม่ใช่ทำได้ง่าย, สมจริงตามที่ตรัส
ไว้ว่า
นักปราย กล่าวว่า ท้องฟ้ากับแผ่นดิน
อยู่ไกลกัน ฝั่งมหาสมุทรก็อยู่ไกลกัน
เหมือนกัน แต่ท่านกล่าวว่า งรมของ
สัตบุรุษกับธรรมของอสัตบุรุษไทยกัน
ยิ่งกว่านั้น
บทว่า ธมฺมมภิญญาย ความว่า
เพราะรู้ยิ่ง คือเข้าใจได้แก่ทราบสัจธรรม
ทั้งสี่ในตอนต้นด้วยญาณปริญญา และ
ตีรณปริญญาตามสมควร. บทว่า ธมุม
มญฺญาย ความว่า รู้ธรรมนั้นนั่นแหละ
ในตอนต่อมาด้วยมรรคญาณตามขอบ
เขต ด้วยอำนาจปริญญา เป็นต้น บทว่า
ปณฺฑิโต ได้แก่ ผู้เป็นบัณฑิตเพราะ
กำหนดแรงกล้าในกามทั้งหลาย. บทว่า แม้ภิกษุนี้ ผู้มีกิเลสสงบแล้ว เป็นพหูสูตในทางปฏิเวธ. บทว่า รหโหว
วิฆาตวา ความว่า ชื่อว่าผู้มีความคับแค้น
เพราะมีความดำริด้วยใจที่ถูกความอยาก
ประทุษร้ายแล้ว เพราะเป็นผู้มีความ
เว้นจากความหวั่นไหว
เพราะกิเลสจะสงบ
นิวาเต จ ความว่า เป็นผู้ไม่หวั่นไหว
คือเว้นจากการหวั่นไหว เพราะกิเลส
เงียบสงบอยู่ เหมือนห้วงน้ำในที่สงัดลม
มักมาก ด้วยอำนาจแห่งการอาฆาต อยู่ด้วยสมาธิที่สัมปยุตด้วย ฉะนั้น. (อธิบายว่า) ห้วงน้ำนั้นในที่
ในสัตว์ทั้งหลาย และเพราะไม่ได้ตาม
ที่ต้องการ. บทว่า เอซานโต ความว่า
เมื่อติดตามตัณหานั้นไป เหมือนเป็น
ทาสของตัณหา กล่าวคือ ความหวั่นไหว
ยังไม่ดับ เพราะถูกความกระวนกระวาย
เกิดแต่กิเลส มีราคะเป็นต้นครอบงำาแล้ว
คือติดอยู่แล้ว ด้วยความจำนงอารมณ์
มีรูปเป็นต้น บทว่า ปสฺเส ยาวจ อาริกา
อรหัตผลในที่ทุกแห่ง
ภิกษุนั้นเป็นพระอรหันต์
ถึงจะอยู่ไกล
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้มีสภาพไม่หวั่นไหว
สงัดลม ไม่ถูกลมพัด จะเรียบราบอยู่
(ไม่มีคลื่น) ฉันใด แม้ภิกษุนี้ผู้มีกิเลส
สงบแล้วเว้นจากความหวั่นไหว เพราะ
กิเลสจะสงบอยู่ด้วยสมาธิที่สัมปยุตด้วย
อรหัตผลในที่ทุกแห่ง คือ จะเป็นผู้มี
สภาพสงบที่เดียวตลอดกาลทุกเมื่อ
บทว่า อเนโช ความว่า ภิกษุนั้นเป็น
ก็เหมือนกับอยู่
พระอรหันต์ มีสภาพไม่หวั่นไหว เป็นต้น
มีอธิบายว่า ผู้มีความมักมาก ถึงอยู่ ไม่ไกลคือในสำนักนั่นเอง
สภาวธรรม ดังนี้
ผู้ไม่
แม้ใกล้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
หวั่นไหว ผู้ดับ (ทุกข์) ได้แล้ว ผู้ปราศจาก
ความกำหนัดแล้วตามอำนาจแห่งโอกาส
แต่ยังเป็นผู้คับแค้น ติดตามกิเลสชื่อ
ตัณหาไป ยังดับทุกข์ไม่ได้ ยังกำหนัด
โดยโอกาสถึงจะอยู่ไกลพระสัมมาสัม
พุทธเจ้าผู้มีสภาพไม่หวั่นไหว ก็เหมือน
กับผู้ไม่ไกลคือในสำนักนั่นเอง ตาม
จบอรรถกถาสังฆาฏิสูตร
ค
kalyanamitra.org