ข้อความต้นฉบับในหน้า
นอกจากนี้ ข้าพเจ้ายังได้หลักธรรม
ที่เป็นเหมือนแนวทางในการดำเนิน
ชีวิต
มีวินัยในการประพฤติปฏิบัติ
มีนิพพานเป็นเป้าหมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้
ข้าพเจ้าไม่เคยมีมาก่อน และยังมีสิ่ง
อื่น ๆ อีกมากมายที่ถูกบันทึกลงใน
ห้วงแห่งความทรงจำของข้าพเจ้า ภาพ
พระภิกษุธรรมทายาทออกบิณฑบาต
ในยามอรุณรุ่ง ภาพงานวันบวช งาน
วันวิสาขบูชา การเทศน์ของหลวงพ่อ
หลวงพ่ทั้งหลาย ยังคงอยู่ในความ
ทรงจำของข้าพเจ้าตราบนานแสนนาน
และเหนือสิ่งอื่นใด ข้าพเจ้ามี
ความประทับใจและจะระลึกถึงตราบ
จนวันสุดท้ายของชีวิตข้าพเจ้า คือ
พระคุณของหลวงพ่อทัตตชีโว อันเป็น
ที่เคารพรักของข้าพเจ้า นับแต่วันแรก
ที่ข้าพเจ้าได้พบท่าน จนถึงวันสุดท้าย
ของการลาจากกัน เมื่อเสียงสวดชยันโต
ดังขึ้น มันเหมือนมีอะไรมาบีบที่ใจ
ของข้าพเจ้า น้ำตาเริ่มเอ่อออกมาสั้น
ขอบตา ข้าพเจ้าปล่อยให้มันไหลออก
มาอาบแก้ม ไม่มีสิ่งใดจะมาหยุดได้
นี่ข้าพเจ้าจะต้องจากไปจริงแล้วหรือนี่
ซึ่งก่อนหน้านั้นก็ดีใจที่จะได้กลับบ้าน
แต่พอถึงเวลาจริง ๆ กลับตื้นตันใจ
อย่างบอกไม่ถูก คืนก่อนหน้าที่จะสา
สิกขา หลวงพ่อท่านได้มาเทศน์ให้
17
โอวาทตอนเที่ยงคืนถึงตีสาม ซึ่งตอน
ที่หลวงพ่อมาถึงข้าพเจ้ายังไม่เข้านอน
เพราะมีรายการเปิดใจถึงเที่ยงคืน
ข้าพเจ้าเห็นหลวงพ่อเดินเข้ามาใน
เต็นท์ มาดูพวกเรา แต่ข้าพเจ้าพอจะ
มองออกว่าท่านเหนือยมาแล้ว มีแวว
ของความอิดโรย แต่พอมาถึงพวกเรา
ก็ดีใจ รีบออกมาต้อนรับท่าน ต่างห่ม
จีวร เคาะระฆังกันใหญ่ หลวงพ่อท่าน
ยิ้มแล้วบอกว่า ท่านจะเทศน์ให้โอวาท
หลายคนได้กราบเรียนถามปัญหา
กับหลวงพ่อ จนกระทั่งเวลาล่วงเลย
มาจนตีสามเศษจึงหยุด ข้าพเจ้าสังเกต
เห็นท่านจามออกมามีน้ำมูก บางครั้ง
จามติดกันถึงสามครั้ง ทุกครั้งข้าพเจ้า
อยากจะนิมนต์ขอให้ท่านเลิก เพราะ
เมื่อท่านจามแต่ละครั้งข้าพเจ้าเจ็บลึก
เข้าไปในจิตใจเหมือนกับว่าข้าพเจ้า
กำลังทรมานท่านผู้มีพระคุณ แต่จะมีสัก
กี่คนที่จะเข้าใจจิตใจของข้าพเจ้าตอนนั้น
ได้ บางคนอาจจะคิดว่าหลวงพ่อทำไม
มาปลุกตอนเที่ยงคืน ซึ่งที่จริงแล้วหลวง
พ่อท่านเหนื่อยมาก ตาของท่านแดง ดู
อิดโรยมาก แต่ใบหน้าของท่านยังคง
ยิ้ม ข้าพเจ้าอยู่ข้างหน้ามองดูดวงตา
ของท่านผู้มีแต่ความเสียสละ ไม่เคย
เลยที่จะคิดถึงสุขภาพของตัวเอง ถ้า
หากหลวงพ่อทัตตะได้อ่านบันทึกฉบับ
นี้ของข้าพเจ้า ขอท่านโปรดรับทราบ
ด้วยว่า ข้าพเจ้าซาบซึ้งในพระคุณ
ของท่านมากสุดที่จะบรรยายได้ และ
จะขอบูชาพระคุณของหลวงพ่อด้วย
การกระทำตามคำสั่งสอนของท่านตราม
ชีวิตของข้าพเจ้าจะหาไม่
กว่าจะถึงวันนั้น
ฺ เมษายน ๒๕es
จวบจนถึงวันนี้ที่ ๕ วันแล้วสินะ
ข้าพเจ้ายังนั่งสมาธิไม่ค่อยได้ดีนัก
บางครั้งก็
ยังจะต้องขยับตัวเสมอ
เมื่อย ปวดหัวเข่า ขา ก้นกบ เรื่องความ
อดทนของข้าพเจ้าเวลานั่งสมาธินั้น
ข้าพเจ้ามักแพ้ใจตัวเองเสมอ แต่ข้าพเจ้า
ก็ตั้งใจไว้แน่วแน่แล้วว่าถึงอย่างไร
เสีย ข้าพเจ้าจะต้องอยู่ให้ครบตาม
กำหนดให้ได้ เพื่อจะได้บวชให้สมกับ
ความตั้งใจของคุณพ่อคุณแม่ของ
ข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าทราบดีว่า การ
บวชของข้าพเจ้ามีความหมายต่อท่าน
มาก ข้าพเจ้าจะไม่ทำให้ท่านต้องผิด
หวังเป็นอันขาด ทุกครั้งที่ข้าพเจ้า
คิดถึงท่าน ข้าพเจ้ามักจะตื้นตันจน
น่าตาจะไหลให้ได้ มันทำให้ข้าพเจ้ามี
b
กำลังที่จะอดทนประพฤติปฏิบัติธรรม
ให้ดีที่สุดเท่าที่ความสามารถของข้าพเจ้า
จะทำได้ ช่วงเวลา 6 เดือนนี้ รู้สึกว่า
มันช่างนานเสียจริง ๆ เหมือนตัดขาด
จากโลกภายนอก ปกติข้าพเจ้าเป็นคน
สนุกสนานเฮฮา รักธรรมชาติและเสียง
เพลง แต่ที่นี่ทุกอย่างต้องสำรวม จะนั่ง
จะเดิน จะกิน จะนอน จะพูด จะทำ
อะไรก็ตาม จะต้องคอยควบคุมตัวเอง
อยู่เสมอ ในบางครั้งข้าพเจ้าก็รู้สึก
สบายใจ แต่บางครั้งก็อึดอัด ไม่รู้จะ
พูดคุยกับใคร วางตัวลำบาก แต่คิดว่า
เมื่อข้าพเจ้าปรับตัวได้ ซึ่งคงต้องใช้
เวลาอีกสักพัก อะไรต่าง ๆ คงจะดีขึ้น
- เมษายน ๒๔
วันนี้ ตั้งใจจะเขียนถึงความเป็น
อยู่ สำหรับการนั่งสมาธินั้น คิดว่ายัง
ไม่ก้าวหน้าไปเท่าไหร่ ตั้งแต่เกิดมา
จำความได้ ก็เพิ่งจะเคยตื่นตอนที่ ๓.๔๕
ก็คนนี้แหละ ใหม่ ๆ มันแสนจะขี้เกียจ
ลูก อยากจะนอนต่ออีกสักหน่อย แต่
ก็จำใจ เพราะเป็นกฎระเบียบ พอ
ต่อ ๆ ไปชักจะขึ้น ก็มีความรู้สึกว่า
ตื่นเช้า ๆ มันก็สดชื่นดีเหมือนกัน ยิ่ง
ตอนเดินจงกรมแล้วด้วย ยิ่งรู้สึกสบายใจ
ปลอดโปร่งอย่างบอกไม่ถูก แต่พอถึง
ตอนกินอาหารเช้าและอาหารเพลแย่
หน่อย เพราะหลวงพ่อท่านกว่าจะให้
1
กินก็ต้องถวายข้าวพระ ทำใจให้เป็น
สมาธิ สวดถวายพรพระ (อิติปิโสฯ)
๓ จบ บางทีก็สวดชัยมงคลคาถา
(พาหุงฯ) ต่อ เล่นเอากลืนน้ำลายเสีย
หลายครั้ง กินเสร็จก็พัก อาบน้ำอาบท่า
kalyanamitra.org
๔๗