ข้อความต้นฉบับในหน้า
รั้งหนึ่งในชีวิตของผม ก่อนที่จะ
คมาเป็นกัลยาณมิตร ผมเข้ามาวัด
พระธรรมกาย เพราะบุตรชายมาอบรม
ธรรมทายาทรุ่นที่ ๑๒ ผมมีบุตร ๔ คน
ชาย ๓ หญิง ๑ บุตรคนที่ ๓ ได้มาเป็น
มันเหมือนมีอะไร
มาดลใจผม
คําว่า "ธงบมกาย" คืออะไร มาวัดก็มา
อย่างนั้นเอง เป็นคนที่เชื่ออะไรยาก
ผม
การเวียนเทียน ขณะที่นั่งอยู่นั้น
สะดุ้งลืมตาขึ้นมามองเข้าไปในโบสถ์
ก็นึกในใจว่า ...เอ....เขาฉายสไลด์อะไร
กันนะ ไม่ยักบอกให้รู้...ผมเห็นเป็นรูป
พระพุทธองค์เสด็จลงมาจากฝาผนังโบสถ์
ธรรมทายาท ผมมาวัดทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จัก ว่านี่แหละพระพุทธองค์ เหมือนอย่างที่เสด็จลงมาจากดาวดึงส์
ผมก้มลงกราบ
เพราะอยู่ในรั้วของวัดมาตั้งแต่อายุ พร้อมกับความปิติซูซ่า
DE
ปี พระ เณร ศิษย์วัด ดี-เลวอย่างไรเห็น
มาหมด จึงไม่ใคร่จะมีความศรัทธา แต่
เป็นคนชอบทำบุญมาตั้งแต่เด็ก ๆ เมื่อมา
ตักบาตรพระธรรมทายาทครั้งแรกเสร็จ
แล้วผู้ที่พามาก็บอกว่ามาวัดไหว้พระ
กันก่อน พอรถเลี้ยวเข้าประตูใหญ่ ผม
ได้เห็นพระประธานลอยเด่นสุกปลั่งขึ้น
มาสูงมาก ผมได้หันไปบอกภรรยาและ
บุตรสาวและคนในรถดู ภรรยาและบุตร
ก็บอกว่า เขาเห็น แต่คนในรถที่มาด้วย
กันกลับนั่งเฉย ๆ แต่เมื่อหันหน้ามาใน
วัดอีกครั้งหนึ่งก็เห็นแต่ความมืด ก็บ่น
ว่า “เอ๊ะ ใครมาปิดไฟเสียแล้ว เลยไม่
เห็นพระกัน” แต่ก็แปลกใจตัวเองว่าทำไม
จึงอุทานออกมาได้ว่า “พระประธานใน
โบสถ์ช่างสวยเหลือเกิน” แต่เมื่อมาถึง
โบสถ์ประตูโบสถ์ปิด เวลาเข้าไปจะต้อง
เปิดประตูเล็ก ภรรยาผมได้เข้าไปเดินใน
โบสถ์เที่ยวหาดูว่ามีคนอยู่หรือเปล่า
แต่ตอนนั้นภรรยาไม่ได้บอกผมว่าหา
อะไร แต่เมื่อมาถึงบ้านแล้วได้บอกผม
ว่า “เราได้เห็นแล้ว" ผมยังย้อนถามเขา
ว่า “เห็นอะไร จะประสาทแล้วมั้ง" แต่
ก็ยังไม่เชื่อ มาวัดก็มาบ้างไม่มาบ้าง
จนกระทั่งวันมาฆบูชา ก่อนจะ
ถึงวันมาวัดได้บอกบุตรชาย บุตรสาว
ให้มาวัดนัดมาเจอกันที่วัด ส่วนผมมากับ
ภรรยา เมื่อมาถึงวัดเกิดหลงทางกับ
ไปหมดทั้งร่างกาย
ผมนัง
ร้องไห้โดยไม่อายใคร
ภรรยา บุตรชายและบุตรสาวก็ไม่มา
มีอารมณ์โกรธมาก คิดอยู่แต่ในใจว่า
...รอหนีลูกเดียวจะขอพบกับบุตรที่พูด
กันรู้เรื่อง คนใดที่พูดกันไม่รู้เรื่องไม่ขอ
พบกัน ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน... ได้
เข้าไปอธิษฐานผ้าในโบสถ์ว่า ...ถ้าผม
ไม่ได้มาจากนรกอเวจี ขอให้ได้เห็นพระ
พุทธองค์ด้วยตาสักครั้งหนึ่ง และจะ
ขอเข้าวัดปฏิบัติธรรม รับใช้พระพุทธ
ศาสนา สร้างบารมีกับหลวงพ่อไปตลอด
กต..
เมื่อออกมาจากโบสถ์ก็ไปนั่ง
ธรรมะ จนกระทั่งเย็น ฝ่ายพิธีกรรมได้
บอกว่าขาดอุบาสกถึง 4 คน ผมก็เข้า
ไปนั่งในแถว มีคุณลุงอีกคนหนึ่งตามไป
ด้วย ฝ่ายพิธีกรรมได้บอกว่า พอแล้วให้
กลับ แต่คุณลุงคนนั้นไม่ยอมกลับ แกมา
นั่งอยู่ข้างหลังผม ผมนั่งกันอยู่เกือบจะ
ถึงสี่แยกที่ตั้งรูปหลวงพ่อสด เมื่อออก
มานั่งในแถวก็นั่งธรรมะอยู่นานเพื่อรอ
“จะมีอุบาสกเป็นจำนวนร้อยเชิญดวงประทีปไปให้
สาธุชนจุดถวายเป็นพุทธบูชา
เช่นที่เห็นตามผนังวัดทั่วไป แม้กระทั่ง
พระเมาลีก็เห็นอย่างชัดเจน เมื่อเสด็จ
ลงมาแล้วได้ลงมานั่งขัดสมาธิ ลอยเด่น
อยู่ด้านขวามือของพระประธานและ
ใหญ่กว่าองค์พระประธานด้วย คุณลุง
ที่นั่งอยู่ข้างหลังผมได้สะกิดผมและถาม
ว่า “เห็นอะไรไหม” มันเหมือนมีอะไรมา
ดลใจผมว่านี่แหละพระพุทธองค์ ผมก้ม
ลงกราบพร้อมกับความปีติซู่ซ่าไปหมด
ทั้งร่างกาย ผมนั่งร้องไห้โดยไม่อายใคร
และก็ลืมถามคุณลุงที่นั่งอยู่ข้างหลังผม
ว่าเห็นเป็นอย่างไร จนกระทั่งบัดนี้ ถ้า
นึกถึงภาพที่ได้เห็นแล้วหรือเล่าให้ใคร
ฟังจะเกิดความปีติพร้อมด้วยน้ำตาแ
วันวิสาขบูชา เมื่อครั้งอุปสมบทธรรม
ทายาทที่บวชตลอดชีวิตถวายเป็นพุทธ
บูชา ผมได้ไปเดินแห่ผ้าไตร แต่ก่อนที่จะ
ไปวัด ได้กราบพระและอธิษฐานว่า
...ขอให้ได้บวชเนื้อนาบุญแท้ ๆ สักครั้ง
าและ
หนึ่งเถิด... และก็สมความปรารถนา
ได้เป็น ๑ ใน คนที่ถือพานดอกไม้
เป็นพานดอกกุหลาบสีชมพูที่ผมชอบ
เป็นที่สุด
จ
๑๐
เราจงมาเข้าวัดกันเถิด
kalyanamitra.org
anot