การแบ่งนิกายในพระพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 2 หน้า 68
หน้าที่ 68 / 124

สรุปเนื้อหา

usswind ภายใต้รัน พระบรมโพธิสunis กำเนิดพระพุทธศาสนา ฝ่ายมหายาน คำแถลงในหนังสือประวัติศาสตร์ พระพุทธศาสนามหายาน ของเสถียร โพธิ นันทะ ตอนหนึ่งกล่าวว่า “สำหรับพระพุทธ ศาสนา ถ้าเราจะสอบสวนถึงต้นรากแห่ง การมีนิกายแล้ว ก็ไม่อาจที่จะลืมนึกถึง หลัก และเมื่อตนถือมติใด ก็อดไม่ได้ที่จะมีการ วิพากษ์วิจารณ์เปรียบเทียบกับมติของฝ่ายอื่น จึงได้มีการโต้วาทะระหว่างกันและกันใครจะ ดีกว่าใคร หนักเข้าก็เลยแตกสามัคคี แล้วนิกาย ก็เป็นเงาตามเข้ามาทันที” “ศาสนาทุกศาสนาในโลก จะต้องมี คณะนิกายแบ่งแยกออกมา ภายหลังที่พระ ศาสดาของศาสนานั้นล่วงลับไปแล้ว ทั้งนี้ เพราะเมื่อศาสนานั้นแผ่ขยายออกไปตาม ใหญ่ๆ สามหลักที่พระพุทธเจ้าทรงวางไว้ ท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งมีขนบธรรมเนียม ประเพณี นั่นคือ หลักของการศึกษาเล่าเรียนให้ ความเชื่อถือไ

หัวข้อประเด็น

- การแบ่งนิกายในพระพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

usswind ภายใต้รัน พระบรมโพธิสunis กำเนิดพระพุทธศาสนา ฝ่ายมหายาน คำแถลงในหนังสือประวัติศาสตร์ พระพุทธศาสนามหายาน ของเสถียร โพธิ นันทะ ตอนหนึ่งกล่าวว่า “สำหรับพระพุทธ ศาสนา ถ้าเราจะสอบสวนถึงต้นรากแห่ง การมีนิกายแล้ว ก็ไม่อาจที่จะลืมนึกถึง หลัก และเมื่อตนถือมติใด ก็อดไม่ได้ที่จะมีการ วิพากษ์วิจารณ์เปรียบเทียบกับมติของฝ่ายอื่น จึงได้มีการโต้วาทะระหว่างกันและกันใครจะ ดีกว่าใคร หนักเข้าก็เลยแตกสามัคคี แล้วนิกาย ก็เป็นเงาตามเข้ามาทันที” “ศาสนาทุกศาสนาในโลก จะต้องมี คณะนิกายแบ่งแยกออกมา ภายหลังที่พระ ศาสดาของศาสนานั้นล่วงลับไปแล้ว ทั้งนี้ เพราะเมื่อศาสนานั้นแผ่ขยายออกไปตาม ใหญ่ๆ สามหลักที่พระพุทธเจ้าทรงวางไว้ ท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งมีขนบธรรมเนียม ประเพณี นั่นคือ หลักของการศึกษาเล่าเรียนให้ ความเชื่อถือไม่เหมือนกัน ก็มีการผสมผสาน เกิดความรู้เรียกว่าปริยัติหนึ่ง หลักของการ กับลัทธิธรรมเนียมเหล่านั้น อีกทั้งทัศนะการ ตีความในคำสอนของศาสดาของแต่ละบุคคล แต่ละคณะไม่ตรงกัน จึงเป็นเหตุให้เกิดแบ่งแยก เป็นนิกายขึ้น ศาสนาที่มีลัทธินิกายมาก จึงเป็น สัญลักษณ์ของความเจริญแห่งศาสนานั้นในแง่ หนึ่งเหมือนกัน ว่ากันเฉพาะในพระพุทธศาสนา ได้เริ่มแบ่งแยกนิกายขึ้นครั้งแรกในสมัยพุทธ ศตวรรษที่ ๑ ต่อมาถึงพุทธศตวรรษที่ ๔ ปรากฏว่า มีนิกายในพระพุทธศาสนาที่เป็น นิกายใหญ่ ๆ อยู่ ๑๘ นิกาย มูลเหตุที่สมุฏ ฐานจากความขัดแย้งในทางปฏิบัติพระวินัย และคำอธิบายในพระพุทธวจนะไม่ตรงกัน สงฆ์ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าควรแก้ไขผ่อนปรนในการ กระทำตนให้ดำเนินตามธรรม ที่ตนรู้เรียก ว่าปฏิบัติหนึ่ง และผลที่ได้รับจากการ ปฏิบัติที่เรียกว่า ปฏิเวธอีกหนึ่ง หลัก สามประการนี้มีความสำคัญเกี่ยวโยงกันอยู่คือ ปริยัติเปรียบดังแผนที่ชี้ทางที่จะให้ถึงแหล่ง ขุมทรัพย์ ปฏิบัติเปรียบการเดินทางออกค้นหา ขุมทรัพย์นั้นตามแผนที่ ปฏิเวธเหมือนการ เดินทางถึงขุมทรัพย์ หากขาดหลักใดหลักหนึ่ง ความสำเร็จผลย่อมหามีได้ไม่ การที่นิกาย มีความเห็นแตกต่างกันออกไปนั้น ก็เป็นเพราะ ความบกพร่องขาดหลักใดหลักหนึ่งไป และ ที่สำคัญอย่างยิ่งคือ ได้ขาดหลักประการที่สาม คือ “ปฏิเวธธรรม” ความคิดความเห็นของคนแต่ละคน ที่มีต่อคัมภีร์อันตนได้ร่ำเรียนมานั้น แตกแยก ออกเป็นมติต่างคนต่างเข้าใจอย่างหนึ่ง อีก คนหนึ่งเข้าใจไปอีกอย่างหนึ่งไม่ตรงกัน และ ต่างฝ่ายก็ยึดถือมติของตนว่าถูกต้อง ของผู้อื่น ผิด เพราะปุถุชนเรานั้นมักจะเข้าข้างตนเอง เสมอ โดยมิใคร่จะคำนึงถึงเหตุผลอะไรนัก ๖๖ กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More