ข้อความต้นฉบับในหน้า
เรียบร้อย ถ้าจะทำอะไร ๆ ก็ให้นำมาร่วม
มาปรึกษาหารือกัน อย่าให้การเมืองมาแทรก
แซงกัน”
พระอนัมนิกายได้รับการยกย่องจาก
ราชสำนักไทยหลายประการด้วยกัน เช่น
สมัยรัชกาลที่ ๓ ขณะที่พระบาทสมเด็จพระ
จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังทรงผนวชทรงมีความ
สนพระทัย จึงได้นิมนต์ องซึ่ง เจ้าอาวาสวัด
ญวนตลาดน้อย ปรากฏว่าเป็นที่พอพระราช
หฤทัย องฮึง จึงเป็นที่ต้องพระราชอัธยาศัย
ต่อมาเมื่อไทยได้ก่อตั้งอาณาจักรสุโขทัย
ราวปี พ.ศ. ๑๘๐๐ ความสัมพันธ์ระหว่างไทย
กับจีนก็เริ่มแน่นแฟ้นขึ้น ด้วยการค้าขายกันบ้าง
การถ่ายทอดศิลปวิทยาบ้าง จนมีชาวจีนเข้า
รับราชการและได้รับบรรดาศักดิ์เป็นขุนนาง
ในสมัยอยุธยาก็มี จนสิ้นสมัยอยุธยา มาถึง
และได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้น สมัยกรุงธนบุรี ก็ปรากฏว่าชาวจีนได้มีบทบาท
มายกย่องเป็นพระพิธีหลวงและพระราชทาน
สมณศักดิ์ในฝ่ายอนัมนิกายในรัชกาลที่ ๕
เป็นต้นมา
บรรพชิตจีนนิกายใน
ประเทศไทย
ชาวจีนรู้จักดินแดนสุวรรณภูมิมาตั้งแต่
สมัยราชวงศ์ฮั่น และเริ่มติดต่อจริงจังกับ
ชนเผ่าที่ปกครองดินแดนสุวรรณภูมิตั้งแต่
ราชวงศ์ซุ้ยเรื่อยมา จนถึงราชวงศ์ถัง
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒
ต่อคนไทยมาก โดยการเป็นทหารช่วยสมเด็จ
พระเจ้าตากสินมหาราช ในการรบทำสงคราม
กับพม่าข้าศึก จนสิ้นสมัยกรุงธนบุรี มาถึงสมัย
รัตนโกสินทร์ พระยาโชฎีกราชเศรษฐี ขุนนาง
จีนในสมัยรัชกาลที่ 9 ก็เป็นหัวหน้าควบคุม
ชาวจีนแถวสำเพ็งเดี๋ยวนี้
สมัยรัชกาลที่ ๓ ความสัมพันธ์ระหว่าง
จีนกับไทย มีมากขึ้นยิ่งกว่ารัชกาลใด ๆ
ชาวจีนที่มาอาศัยอยู่ในประเทศไทย
ส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน
และมีลัทธิที่สืบต่อจากบรรพบุรุษชาวจีน เช่น
Kalyanamitra.org
ลัทธิขงจื้อ ลัทธิเต๋า เป็นต้น น่าพิศวงอยู่ว่า
ชาวจีนยังไม่เคยปรากฏสร้างวัดหรือมีบรรพชิต
ฝ่ายพระพุทธศาสนาจีนนิกายเข้ามาเลย จะมี
ปรากฏก็เฉพาะศาลเจ้า
( การวางรากฐานจีนนิกาย เนื่องมาจาก
มีบรรพชิตจีนรูปหนึ่งชื่อว่า พระสกเหง เดิน
ทางมาจากประเทศจีน เข้ามาพึ่งพระบรม
โพธิสมภารในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุล
จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ และได้ก่อตั้ง
วางรากฐานบรรพชิตสงฆ์จีนนิกายในไทย
พระลูกเหงเป็นพระเจริญสมถวิปัสสนา
เดินทางมาจากมณฑลกวางตุ้งเพื่อนมัสการ
ปูชนียสถานทางพระพุทธศาสนา ชาวจีน
มีความเคารพนับถือมาก ประกอบกับอยากให้
มีวัดจีนขึ้นด้วย จึงร่วมมือร่วมใจกันสร้างตรง
ที่ตั้งศาลเจ้ากวนอิมเป็นวัดชื่อว่า “วัดย่งฮกยี่
ภายหลังได้รับพระราชทานนามว่า “วัด
บำเพ็ญจันพรต” และต่อมาได้สร้างอีกวัดหนึ่ง
กัลยาณมิตร ๖๙