ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนในด้านศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 2 หน้า 71
หน้าที่ 71 / 124

สรุปเนื้อหา

เรียบร้อย ถ้าจะทำอะไร ๆ ก็ให้นำมาร่วม มาปรึกษาหารือกัน อย่าให้การเมืองมาแทรก แซงกัน” พระอนัมนิกายได้รับการยกย่องจาก ราชสำนักไทยหลายประการด้วยกัน เช่น สมัยรัชกาลที่ ๓ ขณะที่พระบาทสมเด็จพระ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังทรงผนวชทรงมีความ สนพระทัย จึงได้นิมนต์ องซึ่ง เจ้าอาวาสวัด ญวนตลาดน้อย ปรากฏว่าเป็นที่พอพระราช หฤทัย องฮึง จึงเป็นที่ต้องพระราชอัธยาศัย ต่อมาเมื่อไทยได้ก่อตั้งอาณาจักรสุโขทัย ราวปี พ.ศ. ๑๘๐๐ ความสัมพันธ์ระหว่างไทย กับจีนก็เริ่มแน่นแฟ้นขึ้น ด้วยการค้าขายกันบ้าง การถ่ายทอดศิลปวิทยาบ้าง จนมีชาวจีนเข้า รับราชการและได้รับบรรดาศักดิ์เป็นขุนนาง ในสมัยอยุธยาก็มี จนสิ้นสมัยอยุธยา มาถึง และได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้น สมัยกรุงธนบุรี ก็ปรากฏว่าชาวจีนได้มีบทบาท มายกย่องเป็นพระพิธีหลวง

หัวข้อประเด็น

- ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนในด้านศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เรียบร้อย ถ้าจะทำอะไร ๆ ก็ให้นำมาร่วม มาปรึกษาหารือกัน อย่าให้การเมืองมาแทรก แซงกัน” พระอนัมนิกายได้รับการยกย่องจาก ราชสำนักไทยหลายประการด้วยกัน เช่น สมัยรัชกาลที่ ๓ ขณะที่พระบาทสมเด็จพระ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังทรงผนวชทรงมีความ สนพระทัย จึงได้นิมนต์ องซึ่ง เจ้าอาวาสวัด ญวนตลาดน้อย ปรากฏว่าเป็นที่พอพระราช หฤทัย องฮึง จึงเป็นที่ต้องพระราชอัธยาศัย ต่อมาเมื่อไทยได้ก่อตั้งอาณาจักรสุโขทัย ราวปี พ.ศ. ๑๘๐๐ ความสัมพันธ์ระหว่างไทย กับจีนก็เริ่มแน่นแฟ้นขึ้น ด้วยการค้าขายกันบ้าง การถ่ายทอดศิลปวิทยาบ้าง จนมีชาวจีนเข้า รับราชการและได้รับบรรดาศักดิ์เป็นขุนนาง ในสมัยอยุธยาก็มี จนสิ้นสมัยอยุธยา มาถึง และได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้น สมัยกรุงธนบุรี ก็ปรากฏว่าชาวจีนได้มีบทบาท มายกย่องเป็นพระพิธีหลวงและพระราชทาน สมณศักดิ์ในฝ่ายอนัมนิกายในรัชกาลที่ ๕ เป็นต้นมา บรรพชิตจีนนิกายใน ประเทศไทย ชาวจีนรู้จักดินแดนสุวรรณภูมิมาตั้งแต่ สมัยราชวงศ์ฮั่น และเริ่มติดต่อจริงจังกับ ชนเผ่าที่ปกครองดินแดนสุวรรณภูมิตั้งแต่ ราชวงศ์ซุ้ยเรื่อยมา จนถึงราชวงศ์ถัง กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒ ต่อคนไทยมาก โดยการเป็นทหารช่วยสมเด็จ พระเจ้าตากสินมหาราช ในการรบทำสงคราม กับพม่าข้าศึก จนสิ้นสมัยกรุงธนบุรี มาถึงสมัย รัตนโกสินทร์ พระยาโชฎีกราชเศรษฐี ขุนนาง จีนในสมัยรัชกาลที่ 9 ก็เป็นหัวหน้าควบคุม ชาวจีนแถวสำเพ็งเดี๋ยวนี้ สมัยรัชกาลที่ ๓ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนกับไทย มีมากขึ้นยิ่งกว่ารัชกาลใด ๆ ชาวจีนที่มาอาศัยอยู่ในประเทศไทย ส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน และมีลัทธิที่สืบต่อจากบรรพบุรุษชาวจีน เช่น Kalyanamitra.org ลัทธิขงจื้อ ลัทธิเต๋า เป็นต้น น่าพิศวงอยู่ว่า ชาวจีนยังไม่เคยปรากฏสร้างวัดหรือมีบรรพชิต ฝ่ายพระพุทธศาสนาจีนนิกายเข้ามาเลย จะมี ปรากฏก็เฉพาะศาลเจ้า ( การวางรากฐานจีนนิกาย เนื่องมาจาก มีบรรพชิตจีนรูปหนึ่งชื่อว่า พระสกเหง เดิน ทางมาจากประเทศจีน เข้ามาพึ่งพระบรม โพธิสมภารในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุล จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ และได้ก่อตั้ง วางรากฐานบรรพชิตสงฆ์จีนนิกายในไทย พระลูกเหงเป็นพระเจริญสมถวิปัสสนา เดินทางมาจากมณฑลกวางตุ้งเพื่อนมัสการ ปูชนียสถานทางพระพุทธศาสนา ชาวจีน มีความเคารพนับถือมาก ประกอบกับอยากให้ มีวัดจีนขึ้นด้วย จึงร่วมมือร่วมใจกันสร้างตรง ที่ตั้งศาลเจ้ากวนอิมเป็นวัดชื่อว่า “วัดย่งฮกยี่ ภายหลังได้รับพระราชทานนามว่า “วัด บำเพ็ญจันพรต” และต่อมาได้สร้างอีกวัดหนึ่ง กัลยาณมิตร ๖๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More