ข้อความต้นฉบับในหน้า
เพื่อให้แน่ใจยิ่งขึ้น อาตมาได้หันไปมองดูรถ อยู่ในใจ” หนึ่งเรื่องบ้านแป้น
โดยสารที่นอนพลิกหงายหลังอยู่ในคูข้างถนนอีกครั้งหนึ่ง มีแววยิ้มนิด ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันซีดเซียว
หลังจากพิจารณาดูลักษณะรถอยู่ชั่วครู่ ก็เกิดความแน่ใจ ของเขา แล้วหลังจากนั้นเขาก็เงียบ ลมหายใจของเขา
ว่า ใช่รถคันที่ไล่อาตมาลงแน่ ขณะที่อาตมากำลังยืนอยู่ ค่อย ๆ แผ่วเบาลง....เบาลง มีการสะดุ้งเฮือกเป็นครั้ง
ด้วยความงงงวย และความสังเวชสลดใจนั่นเอง ก็มี
สุดท้าย แล้วเขาก็เงียบตลอดกาล
ชายคนหนึ่งเดินมาหายกมือไหว้แล้วพูดว่า
“ท่านครับ นิมนต์ไปโปรดคนขับหน่อยเถอะอาการ
เขาร่อแร่มาก เห็นจะไม่รอดแน่ ๆ” อาตมาเดินตาม
ชายคนนั้นไปคล้ายคนที่ถูกสะกดจิต แ
เมื่อมองดูชายผู้เคราะห์ร้ายนั้นแวบเดียว อาตมา
อาตมาชักผ้าขาวม้าขึ้นคลุมหน้าเขา แล้วก็สวด
มาติกาส่งวิญญาณเขาไปสู่สุคติภพ เสร็จแล้วลุกขึ้นยืน
หันไปมองดูคนโดยสารอื่น ๆ ที่นั่งอยู่โดยรอบ ทุกคน
นั่งก้มหน้านิ่งดุจต้องมนต์สะกด จ้องดูร่างอันปราศจาก
วิญญาณของคนขับรถด้วยหัวใจอันหนักอึ้ง เพราะความ
ก็จำได้ทันทีว่า เขาคือคนขับรถคันนั้น เขานอนหลับตา
สังเวชสลดใจต่อความไม่เที่ยงแท้แน่นอนของชีวิต ภาพ
ธรรมนิยาย
โดย ธรรมโฆษ
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒
หายใจระรวยอยู่บนพื้นดินแวดล้อมด้วยคนโดยสารที่ ความตายที่ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาครั้งนี้ย่อมเป็นพยาน
เฝ้าจ้องดูด้วยความเป็นห่วง แม้หลายคนจะโกรธแค้นเขา
อันเด่นชัดต่อความจริงแห่งชีวิตข้อนี้อย่างไม่มีความ
ที่เขาขับรถเร็วเกินควรจนประสบอุปัทวเหตุอันน่าสยด เคลือบแคลงสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น อาตมาเห็นว่ายาม
สยอง แต่ในเมื่อเขาอยู่ในวาระสุดท้ายแห่งชีวิตเช่นนี้ เช่นนั้นเป็นโอกาสเหมาะที่จะชักนำชุมชนนั้นให้เห็นภัย
- ทุกคนก็ดูเหมือนยินดีให้อภัยแก่เขา
ในชีวิตแล้วรีบเร่งกระทำความดีจึงกล่าวขึ้นว่า
“มีพระมาโปรดแล้ว” ชายคนหนึ่งก้มลงบอกที่ “นี้แหละ ญาติโยมทั้งหลาย คือวาระสุดท้าย
ข้าง ๆ หูเขา
แววแห่งความตื่นตกใจเป็นแววแห่งความวิงวอน
แห่งชีวิตที่เราทุกคนจะต้องประสบเข้าในวันหนึ่งข้างหน้า
ไม่ว่าคนรวยคนจน คนผู้สูงศักดิ์หรือต่ำศักดิ์คนฉลาด
หรือคนโง่ คนดีหรือคนชั่ว ในที่สุดก็จะต้องเป็นเช่นนี้
อย่างไม่มีทางผ่อนปรนหลีกเลี่ยง เวลานี้พญามัจจุราช
คนขับรถค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แล้วจ้องดูอาตมา
ด้วยแววตาแสดงความตื่นตกใจกลัว เขาพยายาม
จะยกมือทั้งสองขึ้นไหว้ แต่ทำได้เพียงยกมือข้างขวา
ขึ้นมาวางไว้บนอก ดวงตาของเขาเปลี่ยนจาก ผู้ไม่เคยผิดนัดกำลังคอยเราอยู่ ท่านรู้ดีว่าท่านนัดกับ
ใครไว้ วันไหน ปีไหน เมื่อถึงวันเวลาท่านจะมาพบกับ
มีน้ำตาไหลซึมออกมาจนเต็มเบ้าตา เขาหลับตาลง เราทันที เหมือนกับที่ท่านมาพบกับคนขับรถคันนี้ในวันนี้
- บีบน้ำตาให้ไหลออกทางหางตา แล้วก็ลืมตาขึ้นอีก ส่วนพวกเราไม่มีทางรู้เลยว่าท่านจะมาวันไหน ท่าน
“ท่านครับ” เขาพูดออกมาอย่างแผ่วเบาจนเกือบ อาจจะมาวันนี้ พรุ่งนี้ เดือนหน้าหรือปีหน้าก็ได้ เรา
ฟังไม่ได้ยิน “โปรดยกโทษให้ผมครับ....ผมผิดไปแล้ว ทุกคนจะต้องตายแน่ ๆ แต่ไม่แน่ว่าจะตายเมื่อไหร่
เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์...กรรมตามสนองผมแล้ว...” เมื่อเป็นเช่นนี้พระท่านจึงสอนให้เราไม่ประมาท
คำพูดของเขา ทำให้คนที่นั่งอยู่โดยรอบมองดูตากัน มัวเมา เพลิดเพลินอยู่กับอารมณ์ของโลกจนเกินไป
ด้วยความไม่เข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร
“อาตมายกโทษให้แล้ว” อาตมากล่าวด้วยเสียงดัง
พอกะว่าให้เขาได้ยิน “ขอให้ทำใจให้ดี ๆ ไว้อย่าคิดอะไร
ให้มาก อาตมาไม่เคยถือโทษโกรธเคืองโยมเลย คง
ไม่เป็นอะไรมากนักหรอก”
เขาหลับตาลงและพยายามจะยกมือไหว้อีก
“ขอให้โยมนอนนิ่ง ๆ” อาตมากล่าวต่อไป “ตั้งใจ
ระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ คิดถึงบุญกุศล
ที่โยมเคยทำมา ทำใจให้ผ่องใส เรื่องร้ายทั้งหลาย
พยายามลืมเสียให้หมด ขอให้ท่องคำว่า “อรห์ ๆ
Kalyanamitra.org
ผู้มัวเมาประมาท หาแต่สนุกสนานเพลิดเพลิน
ให้แก่ตน ไม่ได้กระทำคุณงามความดีไว้ เมื่อ
มัจจุราชมาคร่าเอาชีวิตไป ย่อมโศกเศร้าเสียใจ
และมีหวังไปสู่ทุคติ ผู้ไม่มัวเมาประมาทรีบกระทำ
ความดีไว้ทุกเมื่อ ย่อมไม่สะดุ้งหวาดกลัวต่อมัจจุราช
แม้เมื่อความตายมาถึงก็ไม่หวั่นไหว เปรียบเหมือน
คนที่เตรียมเสบียงไว้เต็มที่แล้ว ย่อมไม่วิตกทุกข์ร้อน
ว่า จะออกเดินทางเมื่อไร เมื่อถึงเวลาก็ออกเดินทาง
ด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส
ญาติโยมทั้งหลาย ข้าวปลาอาหารเงินทอง
กัลยาณมิตร ๙๙