ข้อความต้นฉบับในหน้า
อปริหานิยธSSI
วิธีบริหารรัฐสภาเป็นพุทธ
ขอความเจริญรุ่งเรือง
อยู่ในธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
จงบังเกิดแก่ทุกท่านโดยทั่วกัน
ปาฐกถาธรรม
โดย หลวงพ่อทัตตชีโว
วันนี้หลวงพ่อมีเรื่องสำคัญมาฝากพวก
เราเรื่องหนึ่ง ตั้งใจมาหลายครั้งแล้วว่าจะเทศน์
เรื่อง “อปริหานิยธรรม” เพิ่งจะได้โอกาส
วันนี้เอง
อปริหานิยธรรม เป็นธรรมะอันเป็น
ที่ตั้งแห่งความไม่รู้จักเสื่อม เป็นเหตุเป็น
ที่ตั้งแห่งความสามัคคี ความเป็นปึกแผ่น
ทั้งในบ้านเรือน ทั้งในหมู่คณะ แม้ที่สุด
ทั้งในประเทศชาติของเราด้วย คนที่มอง
ก็มีแววว่า กำลังจะเสื่อมถอยตกต่ำลงทุกที ๆ
ประเทศชาติก็เหมือนกัน ถ้าผู้ปกครองทิ้ง
ธรรมะหมวดนี้ ประเทศนั้น ชาตินั้น ก็มีอันจะ
ต้องพินาศลง อาจจะเสียเอกราชหรือถึงกับ
สูญชาติก็ได้ เพราะฉะนั้น ธรรมะหมวดนี้
จึงมีความสำคัญมาก พระพุทธองค์ตรัสเสมอ
ว่า ธรรมะหมวดนี้ไม่ควรละ ถ้าละกัน
เมื่อใด เมื่อนั้นหมู่คณะจะเสื่อม
ข้ามธรรมะหมวดนี้ ถ้าไปอยู่บ้านไหน บ้านนั้น ปฐมเหตุที่ทรงแสดง
ก็จะร้อน มีลูกมีเต้า ลูกเต้าก็จะไม่รักกัน มีสามี
มีภรรยา ก็มักจะต้องหย่าร้างกัน หน่วยงาน
ไหน ถ้ามีคนที่ขาดธรรมะหมวดนี้อยู่ร่วมด้วย
หน่วยงานนั้นแม้จะเคยรุ่งเรืองมาในอดีต
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒
อปริหานิยธรรม
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงอปริหา
นิยธรรมครั้งแรกแก่กษัตริย์ลิจฉวีแห่งแคว้น
วัชชี เมื่อคราวเสด็จประทับ ณ สารันทเจดีย์
ใกล้พระนครเวสาลี เหตุที่ทรงแสดงธรรม
เรื่องนี้ ก็เพราะกษัตริย์ราชวงศ์ลิจฉวีเหล่านั้น
มาทูลขอหลักในการปกครองประเทศแบบ
สภากษัตริย์
ประเทศอินเดียในสมัยพุทธกาล แบ่ง
การปกครองออกเป็นแคว้นใหญ่แคว้นน้อย
มากมาย แต่ละแคว้นก็มีรูปแบบการปกครอง
ที่แตกต่างกันออกไป เช่น แคว้นมคธของ
พระเจ้าพิมพิสาร และแคว้นโกศลของพระเจ้า
ปเสนทิปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
คือมีกษัตริย์พระองค์เดียวปกครอง อำนาจ
สิทธิ์ขาดทุกอย่างเป็นของกษัตริย์ทั้งหมด
บางแคว้นมีกษัตริย์เป็นประมุขพระองค์หนึ่ง
กัลยาณมิตร ๘๑