ข้อความต้นฉบับในหน้า
จะถอย เขากลับเอาผ้าขาวม้าปิดศีรษะกันหมด
เฝ้าอดทนรอเพื่อคอยเฝ้าฯ ผมละเชื่อจริง ๆ
เรื่องความจงรักภักดีของประชาชนนี่ ส่วน
คนที่มารักษาไข้ พอรักษาเสร็จยังไม่กลับ
รอเฝ้าฯด้วย พระองค์เคยรับสั่งเล่าว่า ทรง
เคยเจอคนไข้ เขาพูดอ้อมแอ้มไม่ชัด ปรากฏ
คนไข้ถอนฟัน เขาต้องกัดผ้ากอซเอาไว้ เพราะ
หลังจากถอนฟันเขามาเฝ้าฯ พอทรงรับสั่งด้วย
เขาเลยพูดไม่ได้ ต้องคอยกัดผ้ากอซเอาไว้...”
ทรงเสวยข้าวห่อระหว่าง
ทรงงาน
การรับประทานอาหารของคณะข้าราช
บริพารนั้น ทางสำนักพระราชวัง ได้จัดเตรียม
ข้าวห่อมาพร้อม แม้กระทั่งพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯก็เสวย
ข้าวห่อ ทำงานกันกว่าจะได้กลับก็ดึกดื่น อย่าง
ภาคใต้บางทีฝนก็ตกทำให้การเสด็จฯกลับ
พระตำหนักค่อนข้างลำบาก แต่ทั้งสองพระองค์
ไม่ทรงย่อท้อ ถ้าทรงงานไม่เสร็จก็ยังไม่เสด็จฯ
กลับพระตำหนัก cimotocols
“เสด็จฯหลังเที่ยงคืนเป็นประจำ เพราะ
ถ้าทรงงานยังไม่เสร็จ สองพระองค์ยังไม่เสด็จฯ
๗๖ กัลยาณมิตร
กลับ สมมุติว่าสมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงพบ
คนป่วยเข้าระหว่างที่เขามาเฝ้าฯ ก็โปรดเกล้าฯ
ให้เขารักษาก่อน แล้วขบวนค่อยกลับพร้อมกัน
เพราะบางครั้งเข้าไปในพื้นที่กันดารกลับออกมา
ก็ดึกมากเหลือเกิน.... บางแห่งการเดินทาง
มีอุปสรรค เพราะถนนขาด ก็จะมีเจ้าหน้าที่
หน่วยทำทางมาทำทางกันเดี๋ยวนั้นเลย เพื่อให้
รถผ่านได้ และพระเจ้าอยู่หัวทรงขับรถยนต์
พระที่นั่งด้วยพระองค์เองตลอด เคยเห็นไหม
ครับ บางทีทรงขับผ่านถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ
เป็นหนองน้ำ แต่ก็ทรงขับด้วยพระองค์เอง
กระทั่งพระชนม์ ๖๐ พรรษาแล้วยังทรงขับอยู่
คราวละหลาย ๆ ชั่วโมงเชียวนะครับ พระองค์
ทรงเก่งจริง ๆ ทรงขับรถยนต์พระที่นั่งไปด้วย
ทรงคอยฟังวิทยุไปด้วยว่า ขบวนไปถึงไหน
แล้ว เมื่อทรงออกรถนำบางครั้งก็ทรงรอรถ
คันอื่น ๆ ซึ่งหน่วยแพทย์มักจะอยู่ท้ายสุดกว่า
เพื่อน เนื่องจากภารกิจด้านการรักษาคนไข้...
บางทีพระเจ้าอยู่หัวทรงจอดรถยนต์
พระที่นั่ง เสด็จฯลงไปเพื่อให้สมเด็จพระเทพฯ
ทรงปลดตัวทากออกจากพระวรกายก็มี เสียง
วิทยุรายงานทำให้เราได้ทราบกัน.... เห็นไหม
ครับทรงตรากตรำพระวรกายมากแค่ไหน....”
ยามใดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จ
แปรพระราชฐานไปเยี่ยมราษฎรในภาคต่าง ๆ
ยามนั้นประชาชนผู้รอคอยจะรู้สึกปีติใจเหมือน
ได้ชีวิตใหม่ ชีวิตที่เป็นไทจากความทุกข์ยาก
จากความเจ็บป่วย ล้นเกล้าฯทั้งสองพระองค์
ทรงเป็น “เจ้าชีวิต” อย่างแท้จริง เพราะ
พสกนิกรทุกคนเต็มใจฝากชีวิตไว้กับพระองค์
ในอ้อมพระหัตถ์แห่งพระมหากรุณาธิคุณ
ในดวงพระราชหฤทัยบริสุทธิ์ดุจสายน้ำ “น้ำ
พระทัย” จากในหลวง หลั่งรินเซาะไปทั่ว
แผ่นดินไทย ไม่เลือกถิ่นดินแดน แผ่นดินที่
แตกระแหงกลับชุ่มฉ่ำ อีสานกลับเขียวสะพรั่ง
อุดมสมบูรณ์ กระทั่งแผ่นดินเดือดด้วยเปลวไฟ
แห่งความขัดแย้งยังมอดดับลงได้เพราะพระ
บารมี...
พระอาทิตย์อับแสงลงแล้ว ขณะที่
ในหลวงทรงขับรถยนต์พระที่นั่งเพื่อเสด็จฯ
เยี่ยมราษฎรต่อไป ราษฎรที่นั่งตั้งตารอเฝ้าฯรับ
เสด็จฯอยู่สองข้างทางพระราชดำเนิน ต่าง
ก้มกราบลงแทบแผ่นดินโดยพร้อมเพรียงกัน
ด้วยความสำนึกที่ตรงกันว่าเหมือนได้กราบพ่อ
“พ่อพระภูมิพล” ของชาวไทย.....
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒