ข้อความต้นฉบับในหน้า
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒
ห้องปฏิบัติการทางเคมีได้ถูกสถาปนาขึ้นใน
อาคารหลังใหม่ชื่อ มิลแบ็งค์ บิดติ้ง เป็นห้องปฏิบัติการ
แบบทันสมัย มีขนาดไม่ใหญ่โตนัก มีเครื่องเคราเฉพาะ
แต่ที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้นบรรจุอยู่ แต่โต๊ะทำงานเป็นโต๊ะ
แบบใหม่ที่ก้าวไปไกลกว่าแบบเก่ามาก รายการทุกสิ่ง
ทุกอย่างในห้องนั้น ดร.คาร์เวอร์เองเป็นผู้เลือกคัดอย่าง
ประณีตบรรจงทั้งสิ้น
เลย"
คาร์เว่อร์ได้กล่าวอย่างเป็นจริงเป็นจังว่า
“จะไม่ให้มีเงินที่เสียไปเปล่าโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
เมื่องานนั้นได้บรรลุถึงขั้นเสร็จสมบูรณ์แล้ว เขามี
กิริยาตื่นเต้นราวกับเด็ก ๆ ดีใจ นายเอ็มเม็ตต์ สก๊อตต์
เลขานุการได้สมทบไปกับเขา ณ ทางเข้าประตู แสงแดด
ในเวลารุ่งอรุณส่องเข้ามาในห้องอันสะอาดและใหม่เอี่ยม
ได้ตลอดห้อง
“นี่คงจะต้องเป็นวันปีติยินดีของ
ดร.วอชิงตัน
แน่เทียว (ถ้า ดร.วอชิงตันยังมีชีวิตอยู่)” เลขานุการ
เอ็มเม็ตต์ สก๊อตต์ ได้กล่าวขึ้น
เลขานุการสก๊อตต์รู้ดีทีเดียว ในเรื่องที่คาร์เวอร์
-
“มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่จะสร้างสิ่งมหัศจรรย์ ณ ที่นี่
ฉันเพียงแต่จะคอยสดับตรับฟังพระสุรเสียงของพระองค์
และพยายามที่จะทำตามพระโองการของพระองค์
เท่านั้น”
แล้วเขาก็หยิบดินเหนียวในไหข้างหลังมากำมือหนึ่ง
แผ่ดินนั้นลงบนแผ่นกระจก แล้วตั้งกล้องจุลทรรศน์ให้ตรง
นัยน์ตาของเขา
ในห้องนั้นเงียบมาก นายสก๊อตต์หันกลับออกไป
ข้างนอก ปิดประตูเบา ๆ แล้วไปเสียจากที่นั้น
เลขานุการมีความพิศวงและกังวลใจเล็กน้อย
เขาแลเห็นชัดเจนว่า ตลอดเวลาหลายปีมาแล้ว ยอร์ช
วอชิงตัน คาร์เวอร์ยังคงเป็นผู้แปลกหน้าของคนทั้งหลาย
อยู่ เขาอยากให้นายวอชิงตันยังมีชีวิตอยู่ เขาจะได้ชี้แจง
ให้คนในทัสดีก็เข้าใจนายคาร์เวอร์ได้
คาร์เวอร์เป็นอัจฉริยบุรุษ ใหญ่ยิ่งสูงเหนือใคร ๆ
เข้ามาเดินอยู่ในท่ามกลางพวกเขาทั้งหลาย แต่ชูศีรษะ
สูงขึ้นไปในเมฆหมอกจนแลไม่เห็น หรือว่าเขาเป็นนัก
คลั่งศาสนา หรือเป็นนักปรัชญาที่เก่งกาจลึกซึ้ง หรือว่า
เขาเป็นนักศึกษาที่เดินออกนอกทาง ฉลาดจริงแต่แกมหยิ่ง
ได้บรรลุผลสำเร็จด้วยเสียค่าใช้จ่ายไปเป็นจำนวนน้อย ซึ่งในเวลานี้แก่ตัวลงแล้วกลายเป็นคนจู้จี้ไปนิดหน่อย
จริง ๆ เขารู้ว่าความเชื่อถือของ ดร.วอชิงตันที่มีแก่
คาร์เว่อร์นั้นเป็นการถูกต้องมากเพียงไร และบัดนี้เมื่อ
มองดูโต๊ะที่มันเป็นเงากับมีหลอดที่เกลี้ยงเกลา และ
ถ้วยปากนกอันใสสะอาดวางอยู่ เลขานุการเอ็มเม็ตต์
สก๊อตต์ก็มีความสุขที่ในที่สุดทัสดีก็ก็สามารถให้เครื่องมือ
ที่แท้จริงแก่คาร์เว่อร์ได้สำเร็จ เขาถูมือของเขาด้วย
ความศรัทธาอย่างร้อนรน
“เราได้ก้าวมาแล้วเป็นระยะทางไกลทีเดียว”
คาร์เว่อร์เลยไปข้างหน้า เขาก้มตัวลงที่กล้อง
จุลทรรศน์ขนาดเล็ก นัยน์ตาจ้องเขม็งอยู่ที่ช่องส่อง และ
สอบหาระยะโฟกัส เสื้อมอซอของเขาห้อยลงมาจากไหล่
อันลู่ เอ็มเม็ตต์ สก๊อตต์ สะดุ้งน้อย ๆ ในเมื่อสังเกตเห็น
ผมสีเทาที่ขมับปุ่มของคาร์เวอร์
“เขากำลังเข้าเขตชราภาพ” เอ็มเม็ตต์ สก๊อตต์
นึกอยู่ในใจ แต่เขาได้กล่าวดัง ๆ ออกมาว่า “บัดนี้ ท่าน
กำลังจะสร้างสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นมาอีกละซิ”
มือของคาร์เว่อร์สั่นเล็กน้อย ในเมื่อเขายกหลอด
ขนาดจิ๋วขึ้นส่องให้แสงสว่างผ่านเข้ามา พลางกล่าวอย่าง
สงบว่า
โลกภายนอกกำลังนำเกียรติมากองให้เขา เขาถูก
เชิญให้ไปกรุงวอชิงตันบ่อยยิ่งขึ้น เพื่อไปให้คำ
ปรึกษาหารือแก่กรมเกษตราธิการของสหรัฐ ไม่ค่อย
เว้นแต่ละสัปดาห์ที่เขาต้องถูกเชิญไปพูดในวิทยาลัย
ในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ ในสมาคม สโมสร ใน
หอการค้า หนังสือพิมพ์ทางภาคใต้มักกล่าวขวัญ
ถึงเขาด้วยความภาคภูมิใจ มกุฎราชกุมารแห่ง
ประเทศสวีเดนก็ได้เสด็จมาทรงพบเขา ได้ประทับ
อยู่ที่ทัสดีก็ถึงสองสัปดาห์ ทุก ๆ วันพระองค์ได้ทรง
หารือกับคาร์เว่อร์เป็นเวลานาน ๆ การนี้สมาชิก
ในคณะอาจารย์ไม่ทราบ จนกระทั่งได้เสด็จกลับไปแล้ว
เขาจึงพากันขัดเคืองที่เจ้าชายกับคาร์เว่อร์ได้มีการ
หารือกันเป็นการเฉพาะ โดยคณะอาจารย์ไม่ได้มีส่วน
ร่วมด้วย แต่คราวที่ปรินซ์ออฟเวลส์เสด็จมา คนเหล่านั้น
รู้สึกว่าเขาได้รับการเหยียดหยามมากเจ็บแสบยิ่งขึ้นไปกว่า
คราวก่อนอีก ทุกคนได้ทราบว่าอาคันตุกะรัชทายาท
แห่งเกรดบริตเทนทรงชนะน้ำใจชาวกรุงวอชิงตัน เมื่อ
มีข่าวมาว่า พระองค์มีพระประสงค์จะเสด็จมาที่ทัสคี
ไม่มีใครเคยคิดเลยว่า พระองค์จะทรงหมายถึง ดร.
กัลยาณมิตร ๔๓