ข้อความต้นฉบับในหน้า
ต่อมาไม่นาน หญิงรับใช้คนหนึ่งได้นำข้าวเปลือกมาผึ่งแดดไว้ แพะตัวหนึ่งได้ลอบเข้ามากินข้าวเปลือก
นั้น นางมาเห็นเข้าพอดี จึงคว้าดินปืนในเตาเหวี่ยงไปที่แพะเคราะห์ร้ายเต็มแรง ไฟจากดินปืนจึงไหม้ขน
ของมัน มันตกใจวิ่งหนีเข้าไปในกระท่อมหลังหนึ่ง มันสีกายเข้ากับฝากระท่อม ไฟก็ลุกไหม้กระท่อมหลังนั้น
แล้วลุกลามอย่างรวดเร็วต่อไปยังโรงช้างของพระราชา กว่าควาญช้างจะมาปลดโซ่ พาช้างทั้งหมดออกมาได้
ไฟก็ลุกท่วมหลังคาโรงช้างแล้ว ไม้ชื่อไม้แปของหลังคาโรงช้างได้ลุกไหม้ตกลงมาบนหลังช้าง ทำให้หลังช้าง
ทั้งหมดเป็นแผลเหวอะหวะ
พระราชาทรงทราบว่า ช้างได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้ จึงทรงเรียกประชุมอำมาตย์ ปุโรหิตและ
ควาญช้างเพื่อหาทางรักษาช้าง
ปุโรหิตคิดจะแก้แค้นพวกลิง จึงรีบกราบทูลว่า
“ขอเดชะ ช้างทั้งหลายได้รับบาดเจ็บมาก ยากที่ยาทั่วไปจะรักษาได้ อีกประการหนึ่ง ช้างนับเป็น
พาหนะสำคัญในการศึกสงคราม จะปล่อยให้เจ็บป่วยอยู่นานนั้นเป็นการไม่สมควร การที่จะเยียวยาให้
รวดเร็วนัก ข้าพระพุทธเจ้าทราบมาว่า จะต้องใช้เลือดของลิงมาเข้าเครื่องยาพระเจ้าข้า”
“เลือดลิงหรือ เราจะเอาเลือดลงมาจากไหนตั้งมากมายล่ะ เพราะช้างของเราบาดเจ็บเป็นร้อย ๆ
เชือกอย่างนี้"
“ขอเดชะ ในพระราชอุทยาน มีลิงอยู่เป็นร้อยเป็นพันตัว มันเข้ามาเก็บกินผลไม้ หักรานกิ่งไม้ ต้นไม้
ใหญ่น้อยให้ได้รับความเสียหายอยู่บ่อย ๆ หากพระองค์ให้นำเลือดลงมา ก็จะเป็นการดีถึง ๒ ประการ
คือนอกจากจะรักษาแผลของช้างได้แล้ว ยังเป็นการกำจัดผู้ที่บุกรุกเข้ามาในพระราชอุทยานอีกด้วย” ปุโรหิต
กราบทูล
พระเจ้าพรหมทัตทรงเห็นชอบด้วย จึงมีรับสั่งให้ทหารพวกแม่นธนูไปยิงลิงเหล่านั้นทันที
ลิงทั้งหลายถูกธนูหล่นจากต้นไม้ราวกับผลไม้สุกที่ถูกเขย่าร่วงลงมา พวกที่พยายามจะหนีก็หาได้
พ้นสายตาและความเร็วของลูกธนูไม่ แต่อย่างไรก็ตาม มีลิงตัวหนึ่ง แม้จะถูกธนูได้รับบาดเจ็บสาหัส มันก็
สู้อดทนวิ่งไม่คิดชีวิต เข้าไปในป่าลึกเพื่อบอกความแก่ฝูงลิงที่แยกตัวออกไป
M
we
๑๖ กัลยาณมิตร
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒
Kalyanamitra.org