ข้อความต้นฉบับในหน้า
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒
ซึ่งเขาอาจจะทดลองสอบสวนความเห็นของเขาได้
ไม่มีใครเลย เขาเป็นคนผิวดำที่ถูกผลักให้แยก
ออกไป ด้วยความรู้สึกตระหนักในเครื่องกีดกั้น
อันหนักแน่นนี้ ตัวเขาเองก็ถอยออกมาเสีย และ
เข้าไปอยู่ในสภาพโดดเดี่ยว การกระทบกระทั่ง
อาจทำลายคุณประโยชน์ที่เขาสามารถจะอำนวย
ให้ได้ไปเสีย เขามีความปรารถนาแต่บำเพ็ญ
ประโยชน์ให้แก่คนพวกของเขาอย่างมากที่สุดเท่าที่
จะกระทำได้
เลขานุการ สก๊อตต์ระลึกถึงกาลครั้งหนึ่ง เมื่อ
นายธอมัส เอ. เอดิสัน ได้ส่งผู้แทนส่วนตัวมาเชิญคาร์เวอร์
ไปทำงานในคณะอำนวยการของเขา ณ ออเรนจ์ โกรฟ
นิวเจอร์ซี่ ผู้แทนคนนั้นได้กล่าวตามถ้อยคำของเอดิสัน
ว่า
“โดยการทำงานร่วมกัน เราก็จะไขกุญแจจักรวาล
ออกได้ ความสะดวกอันมีเขตจำกัดดังที่ท่านมีอยู่ ย่อม
หน่วงเหนี่ยวและขัดขวางงานของท่าน ที่โน่นเรามีทุกสิ่ง
ทุกอย่างที่จะอำนวยความสะดวกให้ในการทำงาน”
คำที่กล่าวนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นความจริงทีเดียว
คาร์เวอร์ตั้งใจฟังอย่างสงบ เขาได้แสดงเมตตาจิตและ
ความสุภาพเรียบร้อยและความถ่อมตน ขณะที่ได้รับ
ข้อเสนอตำแหน่งงานนั้น
แต่คำตอบของคาร์เว่อร์ได้ตัดหนทางเสียอย่าง
เด็ดขาด “คนที่นี่ยังจำเป็นต้องใช้ฉันอยู่”
แล้วเขาก็ชี้แจงต่อไป ถึงเรื่องที่ ได้สัญญาไว้กับ
นายบุกเกอร์ ที.วอชิงตันว่า จะกระทำอย่างดีที่สุดเท่าที่
สามารถทำได้ เพื่อมุ่ง “เปลี่ยนสภาพจากความยากจน
ข้นแค้นแห้งแล้งมาเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์อันเต็ม
ไปด้วยสาระประโยชน์”
“ฉันทำงานที่ทัสกีกีได้ดีที่สุด ในเมื่อฉันไม่อาจ
อาศัยผู้ช่วยมากคนและเครื่องมือที่มีราคาแพงได้”
เขากล่าวเพิ่มเติมในเมื่อถูกคะยั้นคะยอหนักเข้า
เขาได้ถูกถามซ้ำ ๆ กันหลายหนว่า “นายเอดิสัน
เสนอให้เงินเท่าไร”
เขารู้สึกรำคาญต่อคำถามนี้ ในที่สุดเขาก็ได้บอก
แก่นักหนังสือพิมพ์ “เสนอให้เงินปีเป็นจำนวนเลขหกตัว”
เลขานุการสก๊อตต์ได้ตรึกตรองดู ว่าจะต้องทำงาน
มากสักเท่าไรหนอ จึงจะคุ้มกับเงินที่ไม่น้อยกว่าหนึ่งแสน
ดอลล่าร์ต่อปีนั้น
คาร์เวอร์ไม่เรียกตัวเองว่านักวิทยาศาสตร์ คนอื่น
ต่างหากเป็นผู้ตั้งให้เขา แอล. เจ. แพมโม (L.J.
Pammeau) นักพฤกษพยาธิวิทยา ได้ถือว่า คาร์เวอร์
เป็นนักพฤกษศาสตร์ผู้ทำงานสม่ำเสมออย่างมีระเบียบ
และความสามารถ (Systematic botanist) อันจะ
หาผู้เทียมเท่าได้ยาก” ไมโล คูเป้อร์ (Myrle Cooper)
ซึ่งบัดนี้เป็นหัวหน้าเรือนต้นไม้ กล่าวว่า
“ข้าพเจ้าไม่เคยได้พบเห็นดอกไม้ต้นไม้ทั้งเล็ก
และใหญ่ ต้นองุ่นหรือต้นอ้อกอหญ้าใด ๆ ที่คาร์เวอร์
ไม่รู้จักเลย เขาบอกชื่อของมันได้ทันที”
ทุกคนรู้ว่าการตรวจโรคต้นไม้ของคาร์เวอร์
เป็นการประหลาดด้วยความสนใจดูและความตั้งใจ
จริงในเรื่องปลีกย่อย
เขาจึงแลเห็นสิ่งที่คนอื่น
ไม่เห็น
และบางทีเขาก็พบสิ่งที่เขาไม่เคยคาดหมาย
ไว้ก่อน
วันหนึ่งนิสิตคนหนึ่งได้นำห่อพัสดุที่ห่ออย่าง
เรียบร้อยเข้ามาในเรือนต้นไม้ นิสิตคนนั้นบอกว่า
สุภาพสตรีในหมู่บ้านผู้หนึ่งได้ให้เขามา เธอบอกว่า
ต้นเยอเรเนียม (geranium) ของเธอเป็นโรคแปลก
ชนิดหนึ่ง ซึ่งทำให้มันกำลังจะตาย เธอขอร้องให้นำมัน
มาหา “หมอต้นไม้” ถ้าอาจเป็นไปได้ก็ให้ช่วยมันไว้ด้วย
- เขากับผู้ช่วยหัวหน้าเรือนต้นไม้ได้ช่วยกันแก้ห่อ
ออก และพอจะเริ่มตรวจดูโรคต้นไม้ ดร.คาร์เวอร์ก็มาถึง
อาคารนั้นพอดี เครื่องห่อพัสดุถูกโยนทิ้งไปอยู่ข้าง ๆ
และนิสิตทั้งหลายก็มีกิริยาร้อนรนที่จะเริ่มงานแยกธาตุ
กัลยาณมิตร ๘๔
Kalyanamitra.org